ประโยชน์ของน้ำ ทับทิม กินน้ำทับทิมดีอย่างไร วันนี้มาอ่านกัน !!

มุมสุขภาพ กินดี สรรหาเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพมาปิดท้ายให้เข้าธีมของสัปดาห์ที่ว่ากันถึง อาการสมองเสื่อม ซึ่งสามารถป้องกันด้วย ทับทิม ผลไม้มากคุณค่า สีสันสวยงาม โดยคุณพล ตัณฑเสถียร ฟู้ดสไตลิสต์คนดัง สร้างสรรค์เป็นเครื่องดื่มแก้วเก๋ ชื่อ Red Shooter ทับทิม เป็นผลไม้ที่มีสรรพคุณป้องกันอาการหลง ๆ ลืม ๆ ทั้งยังช่วยบำรุงผิวพรรณ

ในส่วนของเมล็ดยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระตัวการก่อมะเร็ง นอกจากทับทิมแล้ว เครื่องดื่มแก้วนี้ยังต้องการส่วนผสมเพื่อเพิ่มคุณค่าเข้าไปอีก มีทั้งแตงโม มะนาว ส้ม และสับปะรด ที่เปี่ยมไปด้วยวิตามินซี ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ และทำให้แผลหายเร็วอีกด้วย สรุปส่วนผสมที่ต้องเตรียม คือ ทับทิม แตงโม มะนาว ส้ม และ สับปะรด

ขั้นตอนในการทำ เริ่มจากการแกะเมล็ดทับทิมออกจากผล แล้วใส่รวมกันในผ้าขาวบาง บีบคั้นเอาแต่น้ำ ส่วนผลไม้ชนิดอื่นๆ นำไปคั้นเอาแต่น้ำเช่นกัน เมื่อได้ส่วนผสมทั้งหมดแล้วให้นำไปผสมรวมกัน จากนั้นนำไปเขย่ารวมกับน้ำแข็งก้อนใหญ่เพียงชั่วครู่ ก็จะได้เครื่องดื่มรสเปรี้ยวอมหวานที่เย็นจับใจ ดื่มได้ทันที

ข้อมูลจาก : https://www.interguardias.com

ติดตามสาระ ไลฟ์สไตล์ : https://www.yuzuhiko2.com/

 

การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งที่จำเป็นแต่เราไม่ค่อยได้สนใจดูแลสุขภาพกันเท่าใดนัก โดยมากมักอ้างเหตุผลง่ายว่าไม่มีเวลา สักวันร่างกายเราก็ทรุดโทรม เกิดการเจ็บป่วย และต้องเสีย ค่าใช้จ่ายในการรักษาอีกมากมาย ดังนั้นเราจึงแนะนำโยคะเพื่อสุขภาพ การเล่นโยคะ นั้นไม่ยากอย่างที่คิด บางครั้งก็สามารถฝึกเอง และเรียนโยคะได้ด้วยตัวเองตามคลิปโยคะ หรือจะแวะไปฟิตเนตใกล้บ้านท่านก็ได้

การเล่นโยคะ ต้องอาศัยความสม่ำเสมอในการฝึกฝนเช่นเดียวกับการเล่นกีฬาอื่นๆ เพื่อความพร้อมและการปรับตัวของร่างกาย แนะนำว่าควรเล่นอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 - 3 วัน ส่วนเวลาในการเล่นประมาณครั้งละ 90 นาที จะเป็นช่วงเช้าหรือช่วงเย็นก็ขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละคน และที่สำคัญโยคะเป็นอีกวิธีที่จะช่วยให้คุณเพรียวสวย หุ่นเฟิร์ม และยังเหมาะกับคนทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาที่ข้อเท้า โยคะจึงเป็นอีกคำตอบของผู้ที่ต้องการลดความอ้วนและมีสุขภาพดีไปพร้อมๆ กัน

 

ข้อดีของ การเล่นโยคะ

1. เลือดลมเดินดี ทำให้ผิวสดใส ลดอาการท้องผูก จึงดีต่อผิวพรรณโดยตรง

2. ช่วยคลายเส้น ทำให้เดินเหินคล่องแคล่ว มีบุคลิกภาพที่สง่างาม

3. ทำให้นอนหลับฝันดี ผ่อนคลาย สิวฝ้าจึงไม่มารบกวน

4. โยคะบางท่าช่วยให้มีกล้ามเนื้อกระชับ น้ำหนักลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้หุ่นเพรียวสวยแต่ยังมีสุขภาพดี

5. มีความมั่นใจในการทำกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น เพราะโยคะช่วยฝึกทั้งร่างกายและจิตใจให้เข้มแข็ง และมีความสุขกับสิ่งรอบตั

6. โยคะยังช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้ร่างกาย จึงไม่มีอาการปวดตามข้อ

7. ไม่เสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูง เพราะโยคะเน้นเรื่องการหายใจ จึงสามารถควบคุมการนำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้อย่างเป็นระบบ

8. มีสมาธิ จิตใจสงบ ไม่ฟุ้งซ่าน คุณจึงสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

9. โยคะบางท่าสามารถรักษาอาการบางอย่างได้ถ้าทำอย่างสม่ำเสมอและถูกวิธี เช่น โรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ การปวดประจำเดือน บรรเทาอาการปวดศีรษะ กระตุ้นการทำงานของตับในผู้ป่วย

วันนี้เรามีข้อดีของการเล่น โยคะ มาให้สาวๆอ่านกัน - การเล่นโยคะ ดีอย่างไร !!

 

ข้อมูลจาก : https://www.interguardias.com

ติดตามสาระ ไลฟ์สไตล์ :https://www.yuzuhiko2.com/

 

รู้หรือไม่ว่าการ อบซาวน่า ทำให้ออกกำลังกายได้ดีขึ้น

รู้หรือไม่ว่าการ อบซาวน่า ทำให้ออกกำลังกายได้ดีขึ้น

นอกจากจะเป็นวิธีการผ่อนคลายและวิธีการพักผ่อนหลังออกกำลังกายอย่างหนัก การรักษาโดยการ "อบซาวน่า" นั้นยังช่วยคนวิ่งครั้งต่อไปได้ไกลขึ้นอีกด้วย เมื่อนักวิจัยร้องให้คนไข้โรคหัวใจที่กำลังฟื้นตัว อบซาวหน้าครั้งละ 5 ครั้ง ต่อสัปดาห์ข้างละ 10 ถึง 15 นาที ผลลัพธ์ที่ได้ก็ชี้ว่าคนที่ทำตามจะเดินได้ไกลขึ้นถึง 10 เปอร์เซ็นต์ และจะมีประสิทธิภาพสูงสุดในการให้ออกซิเจนแก่ร่างกาย ก็สูงขึ้น

แค่หาเวลาอบซาวน่า หลังจากการการออกกำลังกายคุณก็สามารถเพิ่มการออกกำลังกายแบบ cardio ก้อนข้าวเย็นครั้งต่อไปได้แล้ว ทีมงาน มหาวิทยาลัยโตยามะญี่ปุ่น ทดลองกับกลุ่มตัวอย่างอาสาสมัครที่ 41 คน วิธีการประเมินความสามารถในการเดินหลังพบอบซาวน่า

ข้อมูลจาก : https://www.interguardias.com

ติดตามสาระมากมาย : https://www.yuzuhiko2.com/

อาหารต้าน มะเร็ง จะมีอะไรบ้าง มาดูกันว่า - อาหารและไลฟ์สไตล์

โรคมะเร็ง ที่เราหวาดกลัวและพยามหลีกเลี่ยงมากที่สุดนั้น แท้ที่จริงแล้วมันมีอยู่ในร่างกายเรา แต่เป็นมะเร็งที่ไม่ก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกายแต่อย่างไร หากไม่มีปัจจัยภายนอกมากระตุ้นให้กลายเป็นเชื้อร้ายจนเกิดเป็นโรค มะเร็ง

อะไรที่เป็นสิ่งที่กระตุ้นให้เกิด มะเร็ง

ซึ้งสิ่งที่มากระตุ้นให้เป็นโรคมะเร็งนั้นได้แก่ อาหารที่มีรามักพบอยู่ในอาหารประเภทถั่วลิสง โดยเฉพราะถั่วลิสงแบบป่นเพราะจะสังเกตุได้ยาก เราจึงควรหลีกเลี่ยงเพื่อลดอัตตราการเสี่ยง อาหารติดมันเป็นอาหารอีกหนึ่งประเภทที่หลายๆคนโปรดปราน อย่างเช่น เนื้อติดมัน หรืออาหารปิ้งย่าง ซึ่งเป็นอาหารที่จะเสี่ยงกับการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเต๊านม มะเร็งต่อมลูกหมาก อาหารดองเค็มโดยเฉพราะอาหารที่หมักด้วยเกลือไนเตรตซึ้งเสี่ยงในการเป็นมะเร็งหลอดอาหาร และมะเร็งกระเพราะอาหาร อาหารสุกๆดิบๆทั้งปลาร้า ปลาจ่อมลาบก้อย ปูเค็มล้วนนำพามะเร็งท่อน้ำดีในตับมาให้อาหารเล่านี้เราจึงควรหลีกเลี่ยง

อาหารต้านมะเร็ง มีอะไรบ้าง ?

เรามาดูอาหารที่ช่วยต้าน มะเร็ง กันบ้าง ปลาน้ำเย็นจำพวกปลาแซลม่อน ปลาครอท ปลาแมเคอเรล ปลาทูน่า ปลาซาดีน ในปลาพวกนี้มีกรดไขมันที่ช่วยต้านมะเร็งชะลอการหลั่งและการแพร่ของเซลมะเร็ง พืชตระกลูถั่วแหล่งอาหาร ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วลิสง กากใยที่ละลายน้ำได้จะช่วยในกระบวนการทำความสะอาดร่างกายตามธรรมชาติ ทั้งนี้ทั้งนั้นควรตรวจสอบดูให้ดีก่อนว่าไม่มีเชื้อรา ชา แหล่งอาหารชาเขียว ชาขาว ชาดำ ชาแดง และสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆอีกมากมายที่สามารถป้องกันการเกิดเป็นมะเร็งและสามารถเปลี่ยนจากเซลมะเร็งให้เป็นเซลปรกติได้ ผลไม้เบอร์รี่แหล่งอาหารไม่ว่าจะเป็น ราสเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่ บูลเบอร์รี่ แบล็กเบอร์รี่ เชอรรี่ ในผลเบอร์รี่มีสารต้านอนุมูลอิสระมากมายที่จะคอยทำลายเซลมะเร็ง ถือว่าเป็นยาอายุวัฒนะจากธรรมชาติเลยทีเดียว ผักสมุนไพรต้านมะเร็ง

ผักสามารถแบ่งย่อยได้อีก 3 กลุ่ม

กลุ่มที่1ผักที่มีสีต่างๆเช่น บีทรูท แครอท ผักขม มะเขือเทศ กระบวนการยิ่งสีเข็มยิ่งดีเพราะจะช่วยสร้างภูมคุ้มกันต้านเซลมะเร็งได้ดี กลุ่มที่2 กระหล่ำเช่น กระหล่ำปลี กระหล่ำดอก บรอกโคลี การให้สารอาหารคือมีฤทธิ์ขจัดสารพิษออกจากเซล ช่วยต้านเซลมะเร็ง 3 กลุ่มเครื่องเทศ หัวหอม กระเทียม พริก พริกไทย ขิง อบเชย กระบวนการสารดั่งกล่าวสามารถเปลี่ยนจากเซลมะเร็งให้เป็นเซลปรกติได้ วิตามินต่างๆช่วยป้องกันและรักษามะเร็งได้ วิตามินเอช่วยป้องกันมะเร็งผิวหนังได้ คอ ศรีษะ ปอด วิตามินกลุ่มนี้มีมากใน นม เนย ไข่แดง ตับ น้ำมันตับปลาผักและผลไม้ต่างๆ วิตามินซีช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งกระเพาะอาหาร พบมากในส้ม มะขามป้อม ฝรั่ง มะนาว มะเขือเทศ กระหล่ำปลีและผักใบเขียว วิตามินดีช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ พบมากในน้ำมันตับปลา ไข่ นม เนย วิตามินอีช่วยป้องกันมะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งกระเพาะอาหาร พบมากในน้ำมันเมล็ดทานตะวัน น้ำมันข้าวโพด น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันตับปลา ฯลฯ

ข้อมูลจาก : https://www.interguardias.com

สาระและไลฟ์สไตล์ : https://www.yuzuhiko2.com/

ไป ทะเล แล้วทำไมถึงรู้สึกดีผ่อนคลาย

ทะเล ช่วยเยียวยาจิตใจได้อย่างไร ? เหตุผล ทำไมไปทะเลแล้วรู้สึกดีขึ้น

มีบอกไว้ใน 5 เหตุผลนี้

1. พลังแห่งสายน้ำ

นอกจากน้ำจะให้ความรู้สึกชุ่มชื่นแล้ว ยังช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายได้อีกด้วย และยิ่งเป็นผืนน้ำที่ทอดกว้างออกไปจนสุดลูกหูลูกตาอย่างน้ำ ทะเล ก็จะยิ่งรู้สึกสงบและผ่อนคลายได้มากขึ้นไปอีก ทั้งนี้ก็เพราะว่า ตามทฤษฎี “Blue Mind” เมื่อเราอยู่ใกล้กับน้ำ ไม่ว่าจะอยู่บนน้ำ อยู่ในน้ำ หรืออยู่ใต้น้ำ สมองจะสร้างสารโดปามีน เซโรโทนิน และออกซิโทซิน ซึ่งที่มีอิทธิพลต่อการทำงานของสมอง ทำให้จิตใจสงบ คลายเครียด และช่วยลดระดับคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนแห่งความเครียด

2. แสงแดดอุ่น ๆ

ทะเลกับแสงแดดเป็นสิ่งที่คู่กัน แสงแดดที่ส่องกระทบผิวหนังของเรา จะกระตุ้นให้ร่างกายผลิตวิตามิน D และสารเซโรโทนิน หรือสารเคมีแห่งความสุขออกมาในสมอง ทำให้เราผ่อนคลาย และรู้สึกดี จากการศึกษาพบว่า สมองจะหลั่งสารเซโรโทนินออกมาในวันที่มีแสงแดดมากกว่าวันที่มีฟ้าครึ้ม

มหาวิทยาลัยแพทย์แห่งเวียนนา ประเทศออสเตรีย ได้เปิดเผยว่า แสงแดดสามารถทำให้คนล้มเลิกความคิดที่จะฆ่าตัวตายได้ หากรู้ตัวตั้งแต่เนิ่น และออกไปข้างนอกให้ร่างกายได้รับแสงแดดเป็นประจำ

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของ “ภาวะซึมเศร้าฤดูหนาว” (seasonal affective disorder) ในประเทศเมืองหนาว ที่ผู้คนจะต้องอยู่แต่ในบ้านเพื่อหลีกเลี่ยงอากาศที่หนาวเหน็บ ทำให้ไม่ได้รับแสงธรรมชาติ ส่งผลให้เกิดภาวะซึมเศร้าได้เช่นกัน

3. สีฟ้าของน้ำทะเล

การได้มองเห็นที่โล่ง ๆ สีฟ้า ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายนั้นเป็นเรื่องจริง ไม่เชื่อลองแหงนมองท้องฟ้าดูสิ เช่นเดียวกันกับท้องทะเลที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาจากการศึกษาประชากรในเมืองเวลลิงตัน นิวซีแลนด์ พบว่า ยิ่งได้เห็น หรืออยู่ที่โล่งสีฟ้า (blue space) มากเท่าไหร่ ก็จะมีสุขภาพจิตที่ดีมากเท่านั้น นอกจากนี้จากการสำรวจยังพบว่า คนส่วนใหญ่ทั้งหญิงและชาย ชื่นชอบสีฟ้าหรือสีน้ำเงินมากกว่าสีอื่น ๆ อีกด้วย

4. กลิ่นไอทะเล

ประจุไฟฟ้าลบจะมีอยู่มากในอากาศบริเวณ เช่น ในป่าที่ชุ่มชื้น น้ำตก รวมถึงชายฝั่งทะเลด้วย เมื่อประจุไฟฟ้าลบที่อยู่ในกลิ่นไอจากท้องทะเล แทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือด จะไปกระตุ้นให้สมองหลั่งสารเซโรโทนิน ทำให้เรารู้สึกสงบและผ่อนคลาย สดชื่น และกระปรี้กระเปร่า

5. เสียงคลื่นทะเล

เสียงของคลื่นที่กระทบฝั่งเป็นเสียงที่ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย เพราะเป็นเสียงที่มีรูปแบบที่คาดเดาได้ เป็นเสียงเบา ๆ ที่มีโทนเสียงปานกลางถึงต่ำ นอกจากนี้เสียงของทะเลให้ความรู้สึกที่ปลอดภัย บางคนก็บอกว่าเสียงคลื่นทะเลทำให้รู้สึกเหมือนตอนอยู่ในท้องแม่เลยทีเดียว

ข้อมูลจาก : https://www.interguardias.com

ติดตามสาระและข่าวสารเพิ่มเติม : https://www.yuzuhiko2.com/

 

กางเต้นท์

สำหรับคนที่ชอบเที่ยว กางเต้นท์ แต่เวลาแพคของ กลับนึกไม่ออกว่า จะเอาไปดีบ้าง ลืมสิ่งของสำคัญตลอด ลิสต์รายการ สิ่งของกางเต้นท์ โหลดใบเช็คของ เอาไว้เชคกันง่ายๆเลย

สิ่งของที่ไม่ควรพลาดเวลาไปกางเต้นท์

1.ผ้าพันคอ

สำหรับคนที่ไปเที่ยวกางเต้นท์ที่เขา หรือ อุทยาน ที่มีอุณหภูมิต่ำ หนาวจัด พกไป ก็ช่วยได้เยอะมากเลยทีเดียว

2.หมวกไหมพรหม

ไว้ใส่สำหรับตอนนอน หรือ ตอนปกติ ทำให้เราได้อบอุ่นได้เยอะมากๆเลยทีเดียว

3.ถุงมือ

เวลาหนาวๆเอาไว้ใส่นอน รับรอง ช่วยได้เยอะเลย

4.ถุงเท้าหนาๆ

เอาไว้ใส่ตอนเย็นๆเท้า ในตอนนอน หรือ ตอนอื่นๆ ทำให้เราอบอุ่นและนอนหลับได้สบายขึ้นเยอะเลย

5.รองเท้าผ้าใบ

ใส่ไว้เวลาเดินไปนู้นนี่ ช่วยป้องกันการบาดเจ็บได้พอสมควร และ ยังทำให้คล่องตัวในการเดินทางอย่างมากอีกด้วย

6.เครื่องนอน ถุงนอน หมอน ผ้าห่ม

อันนี้ควรต้องมี เพราะว่า จะทำให้การนอนนั้นนอนได้เต็มอิ่มขึ้น ไม่ปวดเมื่อย และ นอนสบายขึ้น

7.ผ้าใบกันน้ำค้าง ในกรณีที่ไม่มีฟลายชีท

สำหรับอากาศหนาวๆ จะมีน้ำค้างลง ทำให้เต้นท์ของเราเปียกนั้นเอง หากคลุมไว้จะช่วยได้มากเลยที่เดียว

8.แผ่นรองนอนหรือผ้าใบรองนอน เสื่อ

มีไว้ทำให้การนอนสบายขึ้น หากไม่มี เราจะเหมือนนอนบนหิน ไม่เรียบสบาย ทำให้ปวดเมื่อย อาจทำให้การเที่ยวของคุณไม่สนุกไปเลย

9.ถุงพลาสติกใส่อุปกรณ์อาบน้ำ

เวลาอาบน้ำ ทำให้พกพาของ และ เก็บง่ายและ สะดวกขึ้น

10.ถุงขยะ

เราไปเที่ยวแล้วก็อย่าลืมรักษาความสะอาดกันนะครับ เตรียมถุงไปใส่ขยะ ไปทิ้งในถังขยะให้เรียบร้อย

11.รองเท้าแตะ

เอาไว้ใส่เวลาไปอาบน้ำ หรือ ใส่ตอนเวลาที่ต้องการความสบายในการเดิน

12.ยาประจำตัว ยาทากันแมลง ยาทากันยุง ยาแพ้อากาศ

อันนี้สำคัญ เนื่องจากเวลาไปกางเต้นท์ จะหาของพวกนี้ยากมาก จึงควรเตรียมไปเสมอ

13.ตะเกียง (แบบถ่าน) ไฟฉาย

ต้องพกไว้เพื่อให้เวลากลางคืน เราสะดวกในการหยิบของ และ การเดินทางเวลากลางคืน เช่นต้องการไปเข้าห้องน้ำ

14.ฆ้อน

เป็นสิ่งที่เอาไว้ใช้ได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นกางเต้นท์ หรือ ทำนู้นทำนี่ พกไว้ก็ดี

15.ไฟแช็ค ไม้ขีด

เอาไว้จุดไป หรือ ก่อไฟหากสถานที่ที่ท่านไป กางเต้นท์ อนุญาติ

16.น้ำดื่ม

พกไว้ ในบางทีไม่มีขาย

17.เตาไฟ

เตรียมไว้เผื่อประกอบอาหาร ไม่ว่าจะเป็น มาม่า หรือ การต้มน้ำ เพื่อชงกาแฟ

18.หม้อต้มน้ำ แก้วน้ำ

หากมีเตาไฟ แต่ไม่มีหม้อต้มน้ำ ก็ไม่รู้่จะต้มอย่างไร และ เอาอะไรใส่ไป บางคนก็ลืม เอาไปแต่เตาไฟก็มี

19.ช้อนส้อม

มีอาหาร แต่ไม่มีช้อนส้อม พกไปด้วย ทำให้การรับประทานของท่าน อร่อยขึ้นมากเลยทีเดียว

ข้อมูลจาก : https://www.interguardias.com

ติดตามสาระต่าง ๆ และข่าวสารมากมาย : https://www.yuzuhiko2.com/

7  นิสัยสู่ความยากจน  ไม่อยากจนต้องอ่าน เคล็ดไม่ลับ ที่ใครๆก็ทำได้ ทำได้ไม่ยาก เพื่อเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้น อ่านเลย การใช้เงิน การออมเงิน และ วิธีการต่างๆ เพียงแก้นิสัยเหล่านี้

ไม่อยากจนต้องอ่าน เปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้น 7 นิสัยสู่ความยากจน

1.ใช้จ่ายไม่ยั้งคิด เป็นลักษณะของคนที่เวลาจับจ่ายใช้สอยอะไร ไม่เลือกถึงความจำเป็น ไม่นึกถึงความพร้อม คนกลุ่มนี้แยกไม่ออก need กับ want need คือสิ่งที่จำเป็น อะไรที่เหมาะสมคุ้มค่าที่สุด คนส่วนใหญ่จะเป็น want คนประเภทนี้ไม่ค่อยทำรายรับรายจ่าย มักจะมีปัญเรื่องการใช้จ่าย หาให้ได้มากๆเยอะๆ จำทำให้เสียสมดุลในเรื่องสุขภาพ ครอบครัว ตรงกันข้ามกับคนที่บรริหารชีวิตได้สมดุล

2.พาชีวิตจมกองหนี้ ผ่อนของแบบไม่หยุดหย่อน ยืมคนนู้นคนนี้ แล้วหาเงินคืนไม่ทัน กู้ทำนู้นทำนี่ ทำให้ชีวิตนั้นต้องอยู่กับความเคลียดตลอดเวลา

3.ไม่มีระเบียบทางการเงิน ไม่จดบัญชีรายรับรายจ่าย และก็พวกจ่ายหนี้ไม่ตรงเวลา ไม่ใส่ใจสิทธิประโยชน์ของตัวเอง อย่างเช่นสิทธิรักษาพยาบาลของบริษัท

4.ขาดเกินไม่เคยวางแผน เงินในแต่ละเดือนจะพอใช้ไหม ขาดเท่าไร เกินเท่าไร ไม่มีการวางแผน

5.ดูแคลนเงินออม ดูถูกการเก็บเงินออม เลยไม่รวย ยิ่งเลื่อนการออมออกไป ก็ยิ่งเลื่อนความรวยออกไป อย่างเช่นคนที่เป็นเศรษฐีเขามักเก็บออมเงิน ซึ่งต่างจากคนจนที่ไม่รู้จักออม

6.ยอมให้ชีวิตขาดเป้าหมาย ต้องทำให้ชีวิตตื่นเต้น มีเป้าหมายในชีวิต สนุกกับชีวิตประจำวัน อย่างเช่น เป้าหมายสุขภาพ ครอบครัว การงาน การเงิน การพัฒนาตัวเอง การทำเพื่อสังคม

7.ไม่ใส่ใจความรู้ทางการเงิน ต้องมีความรู้เรื่องเงิน องค์ประกอบ4ด้าน คือ วิธีการหาเงิน วิธีการใช้จ่าย วิธีเก็บออมอย่างชาญฉลาด วิธีการลงทุน

เป็นยังไงบ้างกับ นิสัยสู่ความยากจน หากทุกคนรู้ตัวแล้วรู้จักการปรับเปลี่ยน น่าจะทำให้การเงินของท่านดีขึ้นไม่มากก็น้อย และ รู้จักประหยัด อดออม ทำให้เรามีเงินใช้ยามจำเป็นต้องใช้จริงๆ หากมีเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆอีก จะนำมาแชร์ แบ่งปันกัน นะครับ สวัสดีครับ

ข้อมูลจาก : https://www.interguardias.com

ข่าวสารและสาระเพิ่มเติม : https://www.yuzuhiko2.com/

 

ข้าวของเครื่องใช้ ในบ้านสะอาดไว้ ห่างไกลโควิด-19 - ไลฟ์สไตล์ดี ๆ

ข้าวของเครื่องใช้ ในชีวิตประจำวันต่าง ๆ หากอยู่รวมกันเป็นครอบครัว การรักษาสุขอนามัยทั้งส่วนตัวและส่วนรวม จะช่วยลดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้มาก

เครื่องใช้ภายในบ้านที่ถูกสัมผัสบ่อย ๆ เช่น ก๊อกน้ำ, ลูกบิดประตู, สวิตซ์ไฟ, โทรศัพท์ และรีโมทคอนโทรล เป็นต้น อุปกรณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ ควรทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์เป็นประจำทุกวัน

ขณะที่ "รองเท้า"   ก็มีความเป็นไปได้ที่อาจนำเชื้อโควิด-19 เข้ามาในบ้าน ดังนั้น ควรถอดรองเท้าเอาไว้ในพื้นที่ที่แยกจากส่วนอื่นของบ้าน และหมั่นทำความสะอาดบ่อย ๆ

ข้อมูลจาก : https://www.interguardias.com

ติดตามข้อมูลอื่น ๆ : https://www.yuzuhiko2.com/

ผู้ชาย ที่มี lifestyle แบบไหนสาวๆถึงจะตกหลุมรัก

ผู้ชาย ที่มี lifestyle แบบไหนสาวๆถึงจะตกหลุมรัก

1.lifestyle เล่นกีฬา

ผู้ชายที่ชอบเล่นกีฬา เช่น ฟุตบอล เล่นบาส ขี่จักรยาน วิ่ง ทำให้ดูมีสเน่ห์ มีความแข็งแรงของร่างกาย

2. lifestyle ฟิตเนส

กลุ่มนี้จะเป็นพวกดูแลร่างกายดี ชอบกล้ามเนื้อมีระเบียบวินัยในการควบคุมอาหาร บางคนเลิกงานเข้ายิมตลอดก็มี

3. lifestyle เล่นกล้อง

ผู้ชาย lifestyle แบบไหนที่สาวๆตกหลุมรักไลฟ์สไตล์นี้จะชอบการท่องเที่ยว รักการถ่ายภาพ สาวๆ มักจะชอบเพราะถ่ายรูปให้แฟนแล้วสวยดูดีมากๆ เป็นนางแบบให้

4. lifestyle ผู้ชายรักสัตว์

จะเป็นผู้ชายอ่อนโยน จิตใจดี รักสัตว์ ขี้เล่น เหมาะกับสาวๆ ที่ชอบรักสัตว์เหมือนกัน ไม่งั้นจะอยู่กันลำบาก

5. lifestyle ผู้ชายที่ชอบอ่านหนังสือ

ผู้ชาย lifestyle แบบไหนที่สาวๆตกหลุมรักสไตล์หนอนหนังสือ ชอบอยู่เงียบๆ โลกส่วนตัวค่อนข้างสูง ออกแนวสุขมนุ่มลึก

6. lifestyle ผู้ชายที่เล่นดนตรีกับร้องเพลง

แนวๆนี้ สาวๆ ชอบมาตั้งแต่เมื่อก่อน เพราะดูเท่ การแต่งตัวก็จะแนวๆ ของเพลงที่ฟัง

7. lifestyle ผู้ชายที่ชอบพวกความเร็ว

สายไบค์เกอร์ ชอบ BigBike กลุ่มนี้ lifestyle ออกแนวแบดบอยนิดนึง

8. lifestyle ผู้ชายกลุ่มพวกเสพศิลป์

แนวอาร์ท ติสท์ เซอร์ๆหน่อยจะชอบพวกแนวศิลปะ วาดรูป มันดูมีสเน่ห์ แต่ก็จะอินดี้ๆ นิดนึง

9. lifestyle ผู้ชายบุหรี่ไม่สูบ เหล้าไม่กิน กลางคืนไม่เที่ยว

วันพระเข้าวัดทำบุญ รักธรรรมชาติ ไม่สูบบุหรี่ ไม่กินเหล้า หายากมากๆ สมัยนี้ 555

10. lifestyle ความมุ่งมั่น มีเป้าหมายในอนาคต

กลุ่มนี้จะมีการก้าวหน้าในชีวิต ใครที่อยากมีแฟนรวยต้องเกาะติดไว้ เพื่อความสะดวกสบายในชีวิตอนาคต

 11. lifestyle ทักษะเรื่องซ่อมแซม

เป็นพ่อบ้านที่ดี ซ่อมแซมได้เอง ไว้วางใจได้ อยู่ด้วยแล้วรู้สึกเหมือนมีคุณพ่อเป็นแฟน

 12. lifestyle รักครอบครัว

ผู้หญิงจะชอบผู้ชายประเภทนี้มากๆ เพราะถ้าเค้าเข้ากับครอบครัวได้ ก็จะอยู่อย่างมีความสุข

13. lifestyle หัวเราะง่าย มีอารมณ์ขัน

กลุ่มนี้จะอยู่ด้วยแล้วจะมีความสุข สบายใจ มีเรื่องให้ยิ้มได้ตลอด แต่ก็จะต้องระวังที่จะมีคนชอบเยอะ ก็จะเป็นที่ดึงดูด ดูเป็นมิตรง่ายกับคนอื่น เจ้าชู้ต้องระวัง

14. lifestyle ผู้ชายทำอาหารเป็น

ทำเมนูโปรดของเธอได้ นั่นก็เพียงพอให้สาว ๆ หลงใหลได้ปลื้มมากแล้วล่ะ แต่ระวังอนาคตจะกลายเป็นเหมือน อ.ยิ่งศักดิ์นะจ๊ะ

15. lifestyle รักเด็ก

ผู้ชาย lifestyle แบบไหนที่สาวๆตกหลุมรักผู้ชายที่รักเด็ก สามารถวางใจได้เลยว่าจะเป็นพ่อของลูกได้ดีแน่นอน เพราะการมีลูกต้องมีความรักและความใส่ใจมากๆ เลย

เพียงการอ่านเท่านี้ เป็นได้เพียงไกด์หรือคำแนะนำให้ท่านได้เลือก lifestyle ของผู้ชายที่น่าดึงดูด การคบกันจริงๆ ควรศึกษาดูใจกันให้ดีก่อนตัดสินใจอยู่ด้วยกัน จะดีกว่ามากๆ ไม่ควรด่วนตัดสินใจด้วยอารมณ์ชั่ววูบ

ข้อมูลจาก: https://www.interguardias.com

ติดตามไลฟ์สไตล์ : https://www.yuzuhiko2.com/

สายตานักการตลาดกับ 5 นิสัย คนไทย กับการจับจ่ายใช้สอย

เรื่องกินเรื่องเที่ยวเรื่องใช้ตังค์ คนไทย นับว่าไม่เป็นสองรองใคร แต่ในมุมมองนักการตลาดแล้วพฤติกรรมการใช้จ่ายของคนไทยถูกมองเป็นแบบไหนกันแน่? ไปเปิดมุมมองของนักการตลาดว่าการใช้จ่ายแบบไทยสไตล์มันบอกอะไรทางการตลาดได้บ้าง?

1. จ่ายมากไม่ว่า ไม่แบรนด์เนมไม่ได้!

เรื่องนี้ต้องยอมพี่ไทยเค้าจริง ๆ เพราะจากการศึกษาตลาดและลักษณะนิสัยการใช้จ่ายของคนไทยแล้ว นักการตลาดก็พบว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ขาดแบรนด์ไม่ได้! เพราะหากพูดถึงสินค้าฟุ่มเฟือยที่มีแบรนด์มาเกี่ยวข้องเมื่อไหร่พี่ไทยก็พร้อมยอมเปย์เพื่อให้ได้มา โดยไม่อิดออดใด ๆ

2. ภาพลักษณ์มาก่อน..ราคาค่อยว่ากัน

เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่นักการตลาดจะต้องอึ้ง เพราะไทยคือประเทศที่คนมีพฤติกรรมห่วงภาพลักษณ์และยึดติดแบรนด์มากที่สุดในอาเซียน! ชนะทุกประเทศเพื่อนบ้านแบบทิ้งขาดไม่เห็นฝุ่น คนไทยยอมที่จะจ่ายหนักขนาดไหนก็ไม่หวั่นเพื่อให้ได้มาซึ่งภาพลักษณ์และการมองอย่างชื่นชมจากคนภายนอก

3. มองโลกแง่ดี เงินเดือนเท่านี้ ผ่อน 0% ไปก่อน

อีกสิ่งหนึ่งที่สร้างความเซอร์ไพรซ์ให้กับนักการตลาดก็คือ พฤติกรรมมองโลกในแง่ดี ของคนไทยเวลาที่ต้องตัดสินใจซื้อสินค้าราคาสูงโดยเฉพาะ สินค้าแบรนด์เนม สินค้าฟุ่มเฟือย เพราะคนไทยติดนิสัยใช้สิทธิ์ 0% และมองว่าอนาคตมีโอกาสที่เงินเดือนจะขึ้นแน่ ๆ หรือหวังว่าจะได้โบนัสอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นแม้เงินเดือนจะหมื่นต้นๆ แต่การถอยสมาร์ทโฟนราคาหลัก 30k ก็ต้องมา เพราะของมันต้องมี

4. ไม่เซนซิทีฟเรื่องราคาแต่เซนซิทีฟเรื่องโลโก้

โรคหนึ่งที่แก้ไม่หายของคนไทยและน่าจะฝังอยู่อีกนานของใครหลายคน คือการใช้ตรรกะ ราคาแพง = ของดี โลโก้แบรนด์ = คุณภาพ อยู่ตลอดเวลา ซึ่งโดยทั่วไปมันก็ไม่ใช่สิ่งที่ผิดและมักจะเป็นตามนั้นนั่นแหละ แต่สิ่งหนึ่งที่คนไทยมองข้ามคือสินค้าบางชนิดก็มีคุณภาพจริงๆ โดยที่ไม่จำเป็นต้องแปะโลโก้ชื่อดังแต่อย่างใด อย่างเช่นเสื้อยืดสีขาวเนื้อผ้าดีๆ ราคาประมาณ 200 บาท แต่ถ้าแปะโลโก้ Gucci ลงไป ราคาอาจอัปไปถึงหลัก 10,000 ซึ่งจริงๆ แค่เสื้อยืดก็ไม่จำเป็นต้องแพงถึงขนาดนั้นก็ได้

5. เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย…กับราคาข้าวสารเทียบแล้วเทียบอีก

พฤติกรรมคิดเล็กคิดน้อยกับสินค้าอุปโภคบริโภคนั้นดูจะฝังอยู่ในยีนส์ไปซะแล้ว เพราะพี่ไทยจะคำนวณละเอียดมากเวลาต้องซื้อของเข้าบ้าน อย่างพวกน้ำยาซักผ้า ซอสปรุงรส หรือข้าวสาร บางครั้งถึงขนาดคำนวณความคุ้มค่าด้วยราคา/น้ำหนัก กันเลยทีเดียว แถมต้องไม่พลาดทุกคูปอง ส่วนลด หรือการเก็บสะสมแต้มจะต้องใช้อย่างคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์

ข้อมูลจาก https://www.interguardias.com

ติดตามสาระข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://www.yuzuhiko2.com/