Skip to content

 

“สังคมไร้เงินสด” กับแนวโน้มที่เป็นไปได้ในสังคมไทย

สังคมไร้เงินสด

ทุกวันนี้เทคโนโลยีพัฒนาไปเร็วมากจนตามแทบไม่ทัน โดยเฉพาะการทำธุรกรรมทางการเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่เราสามารถซื้อสินค้าและบริการแทบทุกอย่างได้ผ่านระบบคอมพิวเตอร์และโทรคมนาคม ซึ่งเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่ปี

แนวคิด สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) มีมาพักใหญ่แล้วในสังคมไทย แต่ด้วยข้อจำกัดหลายอย่าง ทำให้ยังใช้ไม่ได้จริงเต็มรูปแบบเหมือนในต่างประเทศ เพราะกลุ่มผู้ที่ไม่ใช้เงินสดในการจับจ่ายต่าง ๆ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ง่าย เช่น วัยรุ่น วัยทำงาน ชนชั้นกลาง และในอดีตยังมีเทคโนโลยีรองรับการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ได้ไม่มากนัก อีกทั้งความปลอดภัยก็ยังมีน้อยด้วย

แต่ในปัจจุบัน ความเป็นดิจิทัลพัฒนาขึ้นจากเดิมมาก ทุกคนจึงสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ง่ายแค่มีโทรศัพท์มือถือ ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ต่างก็ปรับตัวตาม ขณะที่พฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียก็ส่งผลต่อการใช้อินเทอร์เน็ตเป็นทวีคูณ

รัฐบาลจึงได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment Master Plan) สนองนโยบาย Thailand 4.0 เพื่อผลักดันให้เกิดสังคมไร้เงินสดในประเทศไทย คนมีกระเป๋าเงินออนไลน์ทั้ง Mobile Banking บัตรเครดิต บัตรเดบิต บัตรโดยสารสาธารณะ และอีกสารพัดบัตรตามแต่ห้างร้านและองค์กร รัฐบาลเองก็ยังมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และมีกฎหมายรองรับการทำธุรกรรมออนไลน์ เพื่อให้ประชาชนเลิกใช้จ่ายเงินสด แล้วใช้จ่ายออนไลน์ให้ปลอดภัยและง่ายขึ้นแทน

รวมถึง COVID-19 ก็เร่งพฤติกรรมการใช้จ่ายออนไลน์ในประเทศไทยให้เป็นรูปธรรมเร็วยิ่งขึ้น เมื่อผู้คนเลี่ยงที่จะจับเงินสด เพราะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค แล้วหันมาพกบัตรต่าง ๆ แทนการพกเงินสด รวมถึงโหลดแอปพลิเคชันของธนาคารไว้สำหรับจับจ่ายใช้สอย ร้านค้าตามท้องตลาดก็พร้อมใจกันรับชำระเงินผ่านบัตรกันมากขึ้น โดยมี QR Code หรือเลขบัญชีธนาคารให้ลูกค้าสแกนแล้วกดจ่ายเงินได้เลย

แม้กระทั่งการขึ้นรถเมล์ที่ค่าโดยสารถูกสุดอยู่ที่ 8 บาท ก็ยังสามารถชำระผ่านบัตรได้ เพราะมีแค่เราและกระเป๋ารถเมล์เท่านั้นที่จะจับบัตร ต่างจากเงินสดที่ใช้กันร้อยพ่อพันแม่ แสดงให้เห็นว่าคนพยายามเลี่ยงที่จะสัมผัสเงินสด หรือพยายามหยิบจับให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

188127
บัตรโดยสารรถเมล์ของ ขสมก. ภาพจาก js100.com

 

ข้อดีของการไม่ใช้เงินสด คือ ใช้ง่าย ประหยัดเวลา ประหยัดงบประมาณ กระตุ้นการใช้จ่ายและเศรษฐกิจ และยังตรวจสอบย้อนหลังได้ สังคมไทยจึงมีแนวโน้มที่จะก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสดอย่างเต็มรูปแบบในไม่ช้า แต่ด้วยความที่ “ซื้อง่ายจ่ายคล่อง” จึงอาจทำให้ฟุ้งเฟ้อเกินจำเป็น อีกทั้งมีข้อเสียในเรื่องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย เมื่อต้องนำข้อมูลส่วนตัวไปผูกกับระบบ รวมถึงยังเสี่ยงที่จะทำบัตรหรือทำมือถือหายด้วย ซึ่งเท่ากับว่าเงินอาจหายทั้งบัญชีได้ ถ้าคนอื่นเข้าถึงข้อมูลการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านมือถือได้

แต่ถึงกระนั้น โดยรวมการใช้จ่ายแบบไร้เงินสดก็ยังปลอดภัยกว่าการถือเงินสด ที่มีความเสี่ยงค่อนข้างมากต่อการฉกชิงวิ่งราว หรือฉ้อโกงที่ตรวจสอบย้อนหลังไม่ได้ ในขณะที่การทำธุรกรรมออนไลน์ยังมีวิธีการยืนยันตัวตน และมีการพัฒนาระบบเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้มากขึ้น โดยลดการใช้รหัสผ่าน แต่ใช้รูปแบบการยืนยันตัวตนอย่างอื่นเฉพาะของบุคคลแทน เช่น การใช้ลายนิ้วมือ ตา เสียง หรือการใช้รหัส OTP (One Time Password) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการทำธุรกรรมยิ่งขึ้น

จะเห็นได้ว่า โอกาสที่สังคมไทยจะกลายเป็นสังคมไร้เงินสดแบบเต็มรูปแบบนั้นมีแนวโน้มเกิดขึ้นจริงได้ ซึ่งถือเป็นการปรับเปลี่ยนไปตามโลกที่ทุกคนต่างต้องปรับตัวตามให้ทัน!

ภาพและข้อมูลจากเว็บ : https://www.interguardias.com/สังคมไร้เงินสด กับ-แนวโน้มที่เป็นไปได้ในสังคมไทย

ติดต่อสาระผ่านเว็บเรา : https://www.yuzuhiko2.com

ไลฟ์สไตล์

สังคมสมัยใหม่ในการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน นับว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของผู้คน เมื่อเทคโนโลยี สภาพแวดล้อม ธุรกิจ รวมถึงการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนตามยุคสมัยและพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ  ก็จะก่อให้เกิดการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไปด้วย และในวันนี้เราได้แนะนำ 4 ไลฟ์สไตล์ ของสังคมสมัยใหม่หรือคนยุคใหม่ ที่แตกต่างจากสมัยก่อนๆ อย่างสิ้นเชิง แถมยังช่วยในเรื่องการสร้างค่านิยมดีๆ ให้ด้วย

 

1.การรวมกลุ่มเพื่อสร้างงานอดิเรกที่ชอบ

ในยุคสมัยใหมนี้มักจะมีโชเชียลมีเดียเข้ามาช่วยในการติดต่อสื่อสารและมักจะมีคนที่ชอบทำอะไรที่เหมือนกัน ทำให้พวกเขาสามารถนัดรวมกันทำกิจกรรมหรืองานอดิเรกที่ชอบได้แบบง่ายดายเช่น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนชอบปั่นจักรยาน กลุ่มคนชอบวิ่ง กลุ่มคนชอบเต้น และอื่นๆ อีกมากมาย บางกลุ่มสามารถไต่ไปถึงการโชว์ระดับประเทศได้เลยทีเดียว

2.ไม่จำเป็นต้องมีบ้านหลังใหญ่

ถ้าย้อนไปความคิดของคนสมัยก่อนมักจะทำงานแล้วสามารถจะสร้างบ้านหลังใหญ่ๆ เดินทางไปไหนมาไหนได้สะดวก แต่กลับกันคนในสมัยนี้ขอแค่มีที่พักอยู่ใจกลางเมืองก็สะดวกสะบายแล้วเพราะ ปัจจุบันราคาที่ดินแพงขึ้นมากเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นสังคมสมัยขอแค่มีห้องพักเป็นคอนโดตกแต่งเป็นสไตล์ที่ตนเองต้องการและเดินทางสะดวกก็พอแล้ว

3.ใช้ชีวิตให้สนุกอย่างเต็มที่

ในยุคก่อนผู้คนจะทำงานกันอย่างหนักเพื่อให้ได้มาซึ่งความสุขสบายพอถึงเวลาได้พักผ่อนก็มักจะไม่ออกไปไหนและอยู่แต่ในบ้าน ซึ่งถ้าพูดถึงคนสมัยนี้ไม่ว่าคุณจะทำงานหรือพักผ่อนก็สามารถทำพร้อมกันได้ อย่างเวลาทำงานหนักก็สามารถออกไปพักผ่อนนั่งร้านกาแฟแล้วกลับมาทำงานต่อได้ หรือพอถึงวันหยุดสังคมสมัยนี้ต่างพากันออกไปท่องเที่ยว ตามโฆษณารีวิวในอินเตอร์เน็ต

4.นิยมรับประทานอาหารสุขภาพ

ปัจจุบันต้องบอกเลยว่าเทรนรักสุขภาพกำลังมาแรงในยุคปัจจุบัน ซึ่งการออกกำลังกายในสมัยนี้ทำได้ง่ายมากแค่อยู่บ้านและเปิดดูในอินเตอร์เน็ตก็สามารถทำตามได้อย่างง่ายตาย ไม่ว่าจะเป็นเล่นโยคะ วิ่ง เต้น อีกทั้งยังนิยมรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพหรืออาหารคลีนกันมากขึ้นอีกด้วย ทุกคนต่างก็อยากมีร่างกายแข็งแรงและหุ่นดีเพื่ออวดคนอื่นกันทั้งนั้น

แหล่งที่มา : https://structurefunding.com

ติดตามความรู้ต่าง ๆ ผ่านเราได้ที่ : https://www.yuzuhiko2.com

ไม่ใช่อาหาร หรือผักผลไม้ เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งจะช่วยสู้โควิด-19 ได้  แต่ต้องรับประทานผักผลไม้ให้ได้มากถึง 400-500 กรัม ถึงจะมี พลังภูมิคุ้มกัน เต็มที่นอกเหนือจากระมัดระวังตัวพื้นฐาน อย่างการใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือให้สะอาดและการออกกำลังกาย

สร้าง พลังภูมิคุ้มกัน ด้วยผักผลไม้

มีคำแนะนำจากศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.ไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์ วุฒิสมาชิก และอดีตผู้อำนวยการฝ่ายอาหารและโภชนาการองค์การอาหารและเกษตร แห่งสหประชาชาติ (FAO) ในการกินอยู่พักผ่อนด้วยหลักปฏิบัติ 4 ข้อสู้โควิด-19 ที่ทำได้ง่ายๆ ก็สร้าง พลังภูมิคุ้มกัน ดังนี้

1.รับประทานผักผลไม้ให้ได้วันละ 500 กรัม ปกติมีคำแนะนำโดยทั่วไปว่า บริโภคไม่ต่ำกว่า 400 กรัม แต่ในสถานการณ์นี้ที่ร่างกายต้องการภูมิต้านทานโรคไวรัสร้ายนี้ อาจารย์ไกรสิทธิ์แนะนำว่า รับประทานให้ได้ 500 กรัม หรือครึ่งกิโลกรัม จะช่วยให้ร่างกายมีความสมดุล ขับถ่ายได้ง่าย ต้านอนุมูลอิสระได้ดี

ส่วนที่มีการพูดถึงว่ารับประทานกล้วยหอม หรือผัก ผลไม้อย่างใดอย่างหนึ่ง ช่วยต้านโควิด-19 ขออย่าพึ่งไปเชื่อ เพราะถ้าเชื่ออาจจะทำให้เกิดความประมาท และไม่ระมัดระวังตัวด้านสุขอนามัย

อย่างไรก็ตามคุณสมบัติของกล้วยหอมนั้น แน่นอนว่าดี เพราะให้พลังงาน มีโพแทสเซียมสูง วิตามินบีรวม แต่ย้ำกว่าต้องกินพืชผักผลไม้ โดยยึดหลักพื้นฐานสำคัญทางโภชนาการที่ต้องมีความหลากหลาย และมีปริมาณมากพอสมควร

Social Distancing

2.Social Distancing คือ สิ่งที่สำคัญสำหรับการหยุดการแพร่กระจายเชื้อโรค ตอนนี้ทุกคนต้องเข้าใจว่า การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 กระจายได้เร็ว เพราะสารคัดหลั่ง ฝอยละอองน้ำลาย น้ำมูก ที่แม้แต่การพูดปกติก็มีฝอยละอองน้ำลายออกมา ดังนั้นเวลาพูดกันปกติ ยังต้องห่างกันประมาณ 1 เมตร หากไอ จาม ต้องห่างอย่างน้อย 2 เมตร การใส่หน้ากากอนามัยจะช่วยลดการแพร่กระจายได้

ที่สำคัญ ต้องหลีกเลี่ยงอย่างยิ่งคือ พื้นที่ที่มีคนแออัด ยึดหลักปฏิบัติ Social Distancing จะปลอดภัยที่สุด

3.การทำจิตใจให้สงบ อย่าติดตามข่าวสารจนกลุ้มใจ แต่ต้องทำความเข้าใจ ดูข้อมูลที่เป็นจริง ตอบสนองข่าวสารด้วยปัญญา ไม่ใช่อารมณ์ เมื่อจิตมีสติ มีสมาธิ ควบคุมอารมณ์ หากทำได้วันละอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง ก็จะทำให้จิตใจสงบ ไม่กังวล หรือเครียด จนส่งผลกับภูมิต้านทานของร่างกาย เพราะถ้าภูมิต้านต่ำก็จะทำให้ร่างกายอ่อนแอ เมื่อรับเชื้อโรคก็จะป่วยได้ง่าย

4.การออกกำลังกาย คำแนะนำคือ เพียงแค่เดินวันละ 10,000 ก้าว ก็ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว

ออกกำลังกาย

ทั้ง 4 ข้อนี้ เป็นหลักพื้นฐานที่แต่ละคนสามารถทำได้ทันที เป็นการสร้างสุขอนามัยที่ช่วยต้านเชื้อโรค หยุดการแพร่ระบาดของเจ้าไวรัสร้ายนี้ได้ดีที่สุดในเวลานี้.

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.thairath.co.th

ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านทางเว็บนี้ :https://www.yuzuhiko2.com

สำหรับสายรัก สุขภาพ วันนี้เรา 6 ข้อปฏิบัติ ที่เป็นกฏเหล็กมาบอกต่อกันครับ

1 : สิ่งแรกเลยที่ร่างกายของเราต้องการมากที่สุดของแต่ละวันนั้นก็คือการพักผ่อนนอนอย่างเพียงพอ ในชีวิตประจำวันของเรานั้น เราควรที่จะนอนอย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดีมาก แต่ถ้าใครบอกว่าไม่มีเวลาที่จะพักผ่อนได้มากขนาดนั้น ก็ขอให้คิดใหม่เพราะร่างกายของเรานั้นไม่ใช่หุ่นยนต์ จึงอยากให้เรานั้นหันมาดูแลตัวเองมากขึ้นด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง การนอนน้อยไปมันไม่ดี และการนอนมากไปก็ไม่ดี เพราะฉะนั้น เราควรจะเลือกนอนพักผ่อนอย่างพอเหมาะ ไม่ใช่ว่านอนมากเกินไป มันจะมีผลเสียที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายของเราเหมือนกัน

ถ้าหากว่าเรานอนน้อยสิ่งที่ตามมาของร่างกายเราก็คือการพักผ่อนไม่เพียงพอ มีอาการเจ็บป่วยและตามมาด้วยโรคต่างๆมากมาย เพราะการนอนน้อยนั้นมันจะทำให้ร่างกายของเราล่อเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ฟื้นฟูร่างกายไม่เต็มที่ ร่างกายของเราไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเหมาะสม มันจะทำให้ร่างกายของแปรปรวนได้ ก็เหมือนกับหุ่นยนต์ ถ้าหากว่าเปิดสวิตซ์ทำงาน 24 ชั่วโมง มันก็จะมีผลเสียต่อตัวของหุ่นยนต์เช่นกัน

2 : การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เรื่องนี้ถือว่าสำคัญมาก ใครที่ไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกาย ลองหันมาออกกำลังกายอย่างถูกต้อง อย่างน้อยก็วันละ 30 นาที หรือสัปดาห์ละ 3-4 วันก็ได้ ถึงอาจจะไม่ได้ออกกำลังกายนานมากมายอะไร แต่อย่างน้อย ขอให้ออกอย่างต่อเนื่องวันละ 30 นาทีก็เพียงพอแล้ว เพราะร่างกายของเรานั้นต้องมีการเผาผลาญ มันเป็นการกระตุ้นการทำงานในระบบร่างกายของเราเอง

ถ้าหากว่าเราทำให้ร่างกายมีการเผาผลาญมากขึ้น มันจะทำให้ร่างกายของเรานั้นได้รับออกซิเจนอย่างเหมาะสม และทำให้การทำงานของหัวใจหลอดเลือดและปอดแข็งแรง และที่สำคัญ โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ก็ไม่สามารถที่จะทำร้ายร่างกายของเราได้ง่ายด้วย เพราะเรารู้จักดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอนั่นเอง

3 : การงดดื่มเหล้า และสูบบุหรี่ทุกชนิด วิธีนี้หากเราทำได้ เราดูแลตัวเองดีอย่างนี้ มันถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ และทำให้ตัวเรานั้นดูอ่อนกว่าวัยมากด้วย สิ่งนี้ที่พูดมาเราลองสังเกตดูได้เลยว่าผู้หญิงคนไหนที่เที่ยวกลางคืน ดื่มเหล้าและดูดบุหรี่ กับผู้หญิงคนไหนที่หันมาดูแลสุขภาพร่างกาย มันต้องแตกต่างกันอยู่แล้ว รับรองได้เลยว่าเราสามารถเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน

เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าหากว่าเรางดดื่มเหล้าหรือการสูบบุหรี่ได้ มันก็จะเป็นผลดีต่อร่างกายเรามากเช่นกัน “บุหรี่” ไม่ได้ทำร้ายแค่เราอย่างเดียว แต่คนรอบข้างที่ได้ดมกลิ่นรมควันเข้าไป มันก็ส่งผลกระทบต่อต่อเขาด้วย เพราะอย่างนั้น ถ้าหากว่าเรารักตัวเอง เรารักสุขภาพ เราอยากมีสุขภาพที่ดี อ่อนต่อวัย เราก็ควรจะงดบุหรี่ งดเหล้า และหันมาดูแลสุขภาพของตัวเองมากขึ้น

4 : การดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้วต่อวัน หลายคนอาจจะเคยได้ยินว่า ถ้าเราขาดน้ำเราจะอยู่ไม่ได้ แต่ถ้าเราขาดอาหารหลายวันเราอยู่ได้ “ใช่” เพราะร่างกายของเราทุกส่วนในเซลล์ร่างกายนั้นส่วนมากประกอบด้วยน้ำที่เป็นปัจจัยสำคัญในการหล่อเลี้ยงร่างกาย ถ้าหากว่าเราขาดอาหาร เราสามารถอยู่ได้ แต่ถ้าเราขาดน้ำ เราไม่สามารถอยู่ได้อย่างแน่นอน เพราะน้ำเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

ถ้าเราดื่มน้ำน้อยไปหรือดื่มน้ำมากไป สิ่งที่ตามมามันอาจจะส่งผลเสียต่อร่างกายเช่นกัน การดื่มน้ำแต่ละวันให้ร่างกายได้รับเพียงพอ มันจะทำให้ผิวและระบบภายในของเราดีไปด้วย แต่ถ้าหากว่าเราดื่มน้ำน้อยไป การทำงานของระบบภายในของเรานั้นก็อาจจะรวนเรตามไปด้วย ซึ่งหลายคนอาจจะเคยได้ยินว่า มีหลายคนที่ท้องผูกเพราะว่าดื่มน้ำน้อยไป ถ้าหากว่าใครตื่นมาตอนเช้า ลองดื่มน้ำอุ่นสักแก้วเป็นประจำ รับรองว่าต้องถ่ายคล่อง และทำให้ท้องพุงยุบแน่นอน ไม่เป็นริดสีดวงไม่ต้องเสี่ยงเป็นริดสีดวงด้วยนะ

5 : การทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ การที่เรานั้นเลือกทานอะไรที่เฉพาะเจาะจงมากเกินไป มันจะทำให้ร่างกายของเราอาจจะไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอ จะมีปัญหาตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็น ท้องผูก หรือมีระบบการขับถ่ายผิดปกติ ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียได้ แต่ในส่วนนี้ถ้าหากว่าเรารับประทานอาหารที่หลากหลาย และครบ 5 หมู่ มันจะทำให้เรานั้นแลดูอ่อนกว่าวัย ดูไม่ทรุดโทรม และส่งผลให้ร่างกายของเรานั้นไม่ทำงานหนักจนมากเกินไป

จะสังเกตได้อย่างง่ายๆ ถ้าหากว่ามีวิตามิน เหลือเกลือแร่มาหล่อเลี้ยงร่างกายของเรา มันจะทำให้ร่างกายเราแล้วรู้สึกสดชื่นผ่อนคลายอารมณ์ดีมาก แต่กลับกัน ถ้าหากว่าเราทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ หรือการรับประทานยาลดความอ้วน มันก็จะทำให้เรารู้สึกว่าหงุดหงิด และอารมณ์เสียง่าย ซึ่งสังเกตได้จากตรงนี้เลย หากขาดสารอาหารจำพวกผัก ระบบขับถ่ายของเราจะไม่ดี แล้วผิวพรรณของเรานั้นก็จะแห้งเหี่ยวก่อนวัยอันควร เพราะฉะนั้นเห็นแบบนี้แล้ว ก็ควรที่จะหันมาดูแลเรื่องอาหารการกินให้มากขึ้น เลือกกินเลือกอยู่เพื่อสุขภาพของตัวเองกันนะคะ

6 : การนั่งสมาธิอย่างน้อยวันละ 20 นาที หลายคนอาจจะบอกว่าการนั่งสมาธินั้นมันไม่ใช่สิ่งที่สำคัญเลยสักนิด แต่เราอย่าลืมว่าในชีวิตประจำวัน ของคนเราแต่ละคนนั้นจะต้องเผชิญกับปัญหามากมาย ทั้งมลภาวะ ความเครียด และการทำงานหนักในเเต่ล่ะวัน ถ้าหากว่าเราลองมานั่งสมาธิอย่างน้อยวันละ 20 นาที มันจะช่วยได้มากเลย ถ้าใครบอกว่าไม่มีเวลา ลองหันมานั่งดู ไม่ว่าจะเป็นตอนเช้า ก่อนออกไปทำงาน หรือในช่วงหัวค่ำหลังจากเลิกงานก็ได้ ชีวิตของเราจะมีสติมากขึ้น เพราะการนั่งสมาธินั้นไม่ได้ช่วยเราแค่รู้จักปล่อยวางและลดความเครียดอย่างเดียว แต่มันส่งผลทำให้สุขภาพของเรานั้นดีขึ้นด้วย เพราะการนั่งสมาธิเป็นคล้ายกับการชะลอวัย และลดความแก่ให้กับตัวเองได้เป็นอย่างดีมากที่สุดเช่นกัน

พักผ่อนดีต่อ สุขภาพ

เป็นไงกันบ้างครับ อยากมีชีวิตและ สุขภาพ ร่างกายที่แข็งแรง ก็อย่าลืมทำตามกันนะครับ

ขอบคุณข้อมูลดีๆทางเว็บไซต์ :https://www.poinsettcountyfair.com

ติดตามความรู้อื่นๆผ่านทางเว็บเราได้ที่นี่ : https://www.yuzuhiko2.com

Generation ใหม่ในยุคนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นกลุ่มคนที่มาพร้อมกับความแตกต่างโดยสิ้นเชิง   สิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้ เมื่อเรามองไปยัง Generation Z ในปัจจุบันนี้เราจะพบว่าเป็นกลุ่มคนที่กล้าคิดกล้าทำและให้ความสำคัญกับการดำเนินชีวิตโดยอิสระแน่นอนว่าวิถีชีวิตหรือ ไลฟ์สไตล์ ของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไปก็มาพร้อมกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน

สิ่งที่เรียกว่า Lifestyle เป็นสิ่งที่สามารถสะท้อนสังคมของแต่ละยุคสมัยได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคนี้วิถีชีวิตแบบชิคๆ คูลๆ เป็นสิ่งที่เราเรียกกันจนติดปากและหากจะพูดถึงการใช้วิถีชีวิตแบบนี้เราก็มักจะนึกถึงความทันสมัยความสะดวกรวดเร็วและที่สำคัญคือเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆที่มีมากมายในยุคนี้นั่นเองแต่การใช้ชีวิตแบบชิคๆ คูลๆ ของคนรุ่นใหม่ ไม่ได้มีเพียงแค่การเดินเที่ยวเล่นไปวันๆ ทานแต่เป็นไลฟ์สไตล์ ที่มากด้วยคุณภาพและสิ่งต่างๆเหล่านี้แหละที่เรียกว่ารักสไตล์ของคนรุ่นใหม่ ที่แท้ทรู !!

ไลฟ์สไตล์ ใหม่ของคนในยุคนี้

5  ไลฟ์สไตล์ ของคนยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยคุณภาพ

  1. ให้ความสำคัญกับการใส่ใจดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ คนรุ่นใหม่เป็น  Generation  Y และ  Generation Z  เราจะสังเกตเห็นได้ว่าในปัจจุบันนี้มีคนมากมายที่ให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายและคำว่าไม่มีเวลาก็เริ่มหมดไป เมื่อทุกคนจัดเวลาไม่ว่าจะเป็นช่วงเช้า สายบ่ายเย็นให้กับการออกกำลังกาย ด้วยรูปแบบต่างๆเท่าที่จะสามารถทำได้ สิ่งหนึ่งที่เราจะเห็นได้กับไลฟ์สไตล์แบบนี้คือการมีโรงเรียน สอนออกกำลังกาย และฟิตเนส เปิดให้บริการเพิ่มขึ้นมากมาย นอกจากนี้แล้วยังคงมีเทรนเนอร์ ที่ผันตัวเองมาเป็นเทรนเนอร์ YouTube  สอนออกกำลังกายบนโลกออนไลน์ ให้เราได้ใช้บริการกันอีกด้วย
  2. คนยุคใหม่ใส่ใจกับอาหารโดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารคลีนเป็นวิถีชีวิตที่เราคุ้นเคยกันดี  เพราะนอกจากจากการออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอแล้วการเลือกรับประทานอาหารเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับคนยุคใหม่เป็นอย่างมาก เริ่มจากการที่เราเลือกรับประทานอาหารมากยิ่งขึ้นอาหารที่เป็นประเภทไขมันและคาร์โบไฮเดรตหรือน้ำตาลจึงถูก ใครหลายคน เลือกที่จะไม่นำเข้ามาไว้ในเมื่ออาหารแต่การรับประทานโปรตีนผักสดผลไม้สดจึงเป็นทางเลือกสำหรับใครหลายคนมากยิ่งขึ้น
  3.  สินค้า DIY เป็นประเภทสินค้าที่ตอบโจทย์กับคนยุคใหม่ ท้อในยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคืองการเลือกใช้สินค้าต่างๆจึงค่อนข้างเป็นข้อจำกัด ดังนั้นการ DIY ของใช้ต่างๆจึงเป็นสิ่งที่กำลังได้รับความนิยม และที่สำคัญคือยังเป็นการ สร้างสรรค์ผลงานต่างๆด้วยตัวเองซึ่งแน่นอนว่าเราจะได้สิ่งของเครื่องใช้ที่ตรงใจและยังได้ความภูมิใจทั้งยังประหยัดเงินในกระเป๋าอีกด้วย
  4. กิจกรรมเฉพาะกลุ่มเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์การใช้ social network และ Social Media ต่างๆเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมและมาแรงมากในยุคนี้ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Facebook หรือ Instagram รวมไปถึง Twitter  ที่ทำให้ในกลุ่มเพื่อนฝูงมีกิจกรรมแลกเปลี่ยนและสนทนามีเรื่องราวเรื่องเล่าที่นำมาพูดคุยกันได้อยู่ตลอดทำให้ ในยุคนี้ เราจะสามารถได้รับข้อมูลข่าวสารและอัพเดตเทรนด์ที่ทันสมัยได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
  5. การใช้ชีวิตแบบสุดๆเพราะคนรุ่นใหม่ทั้ง Gen Y และ Z ถือว่าการทำทุกอย่างในชีวิตต้องไปให้สุดในทุกมิติเพราะยุคนี้เป็นยุคที่ทุกคนเห็นถึงความสำคัญในการดำเนินชีวิตและการใช้ชีวิตให้มีความสุขมากยิ่งขึ้นหลายคนจึงถือว่าไม่ว่าจะทำงานพักผ่อนหรือเที่ยวเล่นทุกอย่างต้องทำให้สุด ทำให้เต็มที่ วิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่จึงไม่มีใครนั่งๆนอนๆอยู่กับบ้านอีกต่อไป

แหล่งที่มาของข้อมูล : https://st-remy-authentic.com

ติดตามข่าวสารดีๆได้ที่นี้ : https://www.yuzuhiko2.com