Skip to content

ซีซั่นที่หกของ "Mission Impossible" มาถึงภายใต้ชื่อ "Fall Out" นี่คือภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่สร้างขึ้นสำหรับนักแสดงทอมครูซผู้ซึ่งได้เห็นเขาวิ่งเล่น ตอนแรกที่เขาทราบข่าวเกี่ยวกับการกลับมาของภาค 5 เขาตกใจเล็กน้อย "คุณยังอยากทำอีกไหม" ฉันคิดว่าตราบใดที่ทอมครูซยังคงดำเนินต่อไปฉันเชื่อว่าซีรีส์นี้จะดำเนินต่อไปอย่างแน่นอน, แต่เรา จะให้ความสำคัญกับแต่ละส่วนของหนังเรื่องนี้เป็นอย่างดี

กลับมาในครั้งนี้ มากับความตื่นเต้น ฉากแอ็คชั่นแบบหนำใจ พร้อมกับฉากเสี่ยงตายอันเป็นจุดขาย เพราะเขาเคลมว่าเฮียเล่นเอง แสดงเองโดยไม่ใช่แสตนอินหรือตัวแสดงแทน ซึ่งนี่ก็คือเสน่ห์ของ  เรื่องนี้ และแม้เนื้อเรื่องแต่ละภาค จะไม่ได้ต่อกัน แต่ก็มีจุดเชื่อมโยงกันอยู่บ้าง

Mission Impossible (1996)

ทีมสายลับของ”อีธาน ฮันท์” ได้รับภารกิจลับให้ไล่ตามชายผู้ขโมยรายชื่อสายลับไปขาย เพื่อให้จับกุมตัวผู้ขายและผู้ซื้อให้ได้ แต่ภารกิจล้มเหลวไม่เป็นท่า สมาชิกในทีมตายเรียบ รวมถึงหัวหน้าที่เขาเคารพ และอีธานกลับถูกใส่ร้ายว่าเป็นคนผู้ขโมยรายชื่อสายลับและเป็นผู้สังหารสมาชิกในทีมของเขา

เขาต้องสืบให้ได้ว่าใครเป็นผู้บงการ จึงรวมกลุ่มเฉพาะกิจขึ้นเพื่อเริ่มปฏิบัติที่ตามแผนแยบยล โดยเขาต้องขโมยรายชื่อสายลับเพื่อล่อให้ผู้ที่ใส่ร้ายเขาเผยตัวตนออกมา ในท้ายที่สุดแล้ว เขาพบว่าหัวหน้าของเขายังไม่ตาย และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด เขาจึงซ่อนแผนเพื่อเปิดเผยให้กับหน่วยงาน ทราบว่าหัวหน้าของเขายังไม่ตาย เพื่อให้เขาหลุดพ้นจากข้อหานี้

Mini Review : หนังเป็นสูตรสำเร็จที่เดาทางง่าย แต่สิ่งที่ต้องลุ้นคือ จะเฉลยปมแบบไหน พระเอกจะทำยังไงต่อ จะใช้แผนอะไรมาสู้ การสืบสวนของพระเอกเป็นยังไง ในภาคนี้ทอม ครูซหนุ่มมาก หน้าตาละอ่อนสุดๆ แถมเรื่องนี้ยังมีกิมมิคตรงฉากปลอมตัวเปลี่ยนหน้ากากแบบเนียนๆ เทคนิคสมัยนั้นค่อนข้างทำได้ดี

Mission Impossible 2 (2000)

อีธาน ฮันท์ ถูกเรียกตัวกลับจากพักร้อน มาทำภารกิจชิงของที่ถูกขโมยไปกลับมา ซึ่งของสิ่งนั้นคือเชื้อโรคชื่อว่า “ไคมีร่า” พร้อมยารักษาโรค โดยฝีมือผู้ที่ขโมยไปคืออดีตสายลับ “ฌอน แอมโบรส” ผู้ที่ปลอมเป็นอีธาน เพื่อเข้าถึงตัวนักวิทยาศาสตร์เพื่อนเก่าของอีธาน ผู้คิดค้นเชื้อตัวนี้

ฌอน แอมโบรส มีแผนจะขายเชื้อไคมีร่าให้ผู้ก่อการร้ายใช้เป็นอาวุธ อีธานจึงต้องไปดึงตัว “ไนอาห์” สาวจอมขโมยมาร่วมทีม เขาและเธอมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน ภายหลังเขาได้รู้ว่าไนอาห์คือแฟนเก่าของฌอน เขาจึงต้องจำใจให้ไนอาห์ใช้เสน่ห์และความไว้ใจล่อลวงฌอนให้ติดกับ เมื่อถึงคราวเข้าตาจน ไนอาห์เลือกที่จะฉีดเชื้อไคมีร่าเข้าตัวเองเพื่อไม่ให้ฌอนได้เชื้อตัวนี้ไป อีธานมีเวลา 20 ชั่วโมงในการฉีดยารักษาให้กับไนอาห์ ขณะเดียวกันก็ต้องจัดการกับฌอนให้ได้

Mini Review : ความสนุกอยู่ตรงที่ ตัวร้ายเป็นอดีตสายลับ มีการแอบแข่งกันเบาๆ ทั้งเรื่องความฉลาด และเรื่องหญิง ภาคนี้เน้นความสัมพันธ์และมีฉากโรแมนติกระหว่างพระเอกนางเอกเพิ่มขึ้น และยังคงมีฉากเปลี่ยนหน้ากากให้ชมอีกเช่นเคย ก็ไม่รู้ทำไมเห็นฉากนี้แล้วต้องตื่นเต้น

ดูหนัง Mission Impossible 3 มิชชั่น อิมพอสซิเบิ้ล 3 i-MovieHD.com

Mission Impossible 3 (2006)

อีธาน ฮันท์ กำลังจะแต่งงานกับ “จูเลีย” พยาบาลสาวผู้ไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของอีธาน วันหนึ่งอีธานได้รับข่าวว่า “ฟาริส” ศิษย์เอกของเขาถูกจับตัวระหว่างปฏิบัติภารกิจ เขาจึงระดมทีมไปช่วยฟาริส โดยไม่รู้ว่าฟาริสถูกฝังระเบิดขนาดจิ๋วไว้ที่สมอง ฟาริสสิ้นใจต่อหน้าเขา หลังจากนั้นเขาได้รับพัสดุที่ถูกส่งมาโดยฟาริส ทีมงานถอดรหัสได้ข้อมูลการนัดพบของ “ดาเวียน” และของสำคัญชื่อ “ตีนกระต่าย” อีธานจึงนำทีมไปจับตัวดาเวียนมาสอบสวน ทำให้ดาเวียนโกรธแค้นอีธานมากและสัญญาจะเอาคืน

ขณะส่งตัวนักโทษลูกน้องดาเวียนบุกมาพาตัวดาเวียนหนีไปได้อย่างอุกอาจ และทำให้เขาจับตัว “จูเลีย” คนรักของอีธาน โดยยื่นข้อเสนอให้อีธานนำ “ตีนกระต่าย” มาให้เขา เมื่ออีธานนำของมาให้ เขากลับถูกทดสอบด้วยการพาจูเลียมาและยิงเธอต่อหน้าเขา แต่ผู้ที่ถูกยิงไม่ใช่จูเลียตัวจริง แต่ก็ทำให้อีธานคลั่งและใจสลายไปพักหนึ่ง เมื่ออีธานหลุดจากการควบคุมมาได้ เขาเร่งแกะรอยหาตำแหน่งที่แท้จริงของจูเลีย ซึ่งที่นั่นดาเวียนก็ดักรอเขาอยู่เช่นกัน เขาต้องต่อสู้กับดาเวียน ขณะที่ระเบิดในสมองเขากำลังทำงาน

Mini Review :  ภาคนี้เอาเรื่องความสัมพันธ์มาชูโรงแบบเต็มๆ ทั้งเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงาน และความสัมพันธ์ของคนรัก ฉากยิงหัวนางเอกนั้นสมจริงมาก และทอม ครูซก็แสดงดีมากกกก แอบร้องไห้ไปนิดนึง ภาคนี้มีกิมมิคต้องฉากทำหน้ากากสำหรับปลอมตัว คือตื่นเต้นดี นอกจากจะเน้นเรื่องราวความรักแล้ว ยังรู้สึกได้ว่าตัวร้ายนั้นโหดหิน ไร้จิตใจมากๆ ตั้งแต่ดูมารู้สึกชอบภาคนี้ที่สุด เพราะรู้สึกว่าตัวร้ายโคตรร้าย และทำให้พระเอกอย่างอีธาน ฮันท์เสียท่า เสียน้ำตาได้ มันโคตรเป็นที่จดจำเลย

ดูหนัง Mission Impossible 4 Ghost Protocol ปฏิบัติการไร้เงา iMovie

Mission Impossible 4 : GHOST PROTOCOL (2011)

อีธานจัดฉากการตายให้ “จูเลีย” ภรรยาของเขาถูกฆ่าโดยนักฆ่าจากเซอเบียร์ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ก่อการร้ายใช้ประโยชน์จากเธอ เขาต้องลงมือฆ่าคนร้ายชาวเซอเบียร์เป็นการแก้แค้นเพื่อความสมจริง เขาจึงต้องติดคุกบังหน้าเพื่อไปสืบค้นข้อมูลของ “เคิร์ท เฮนริก” ในคุก และรอคอยสัญญาณการแหกคุกเท่านั้น ขณะเดียวกันทีมงานของเขาก็ทำภารกิจชิงรหัสปล่อยนิวเคลียร์ แต่ทีมงานคนหนึ่งเกิดพลาดท่าถูกฆ่าโดยนักฆ่าสาว “มัวโร” ที่ต้องการชิงรหัสปล่อยนิวเคลียร์ไปขาย

รัฐบาลจึงส่งสัญญาณให้อีธานแหกคุก มาสานต่อภารกิจนี้ เขาต้องร่วมมือกับ”แบรนท์” นักวิเคราะห์ที่เป็นอดีตสายลับซึ่งเข้าใจผิดว่าตัวเองคือสาเหตุที่ทำให้ภรรยาของอีธานตาย พวกเขาต้องไปหยุดยั้งการซื้อขายรหัสปล่อยนิวเคลียร์ของมัวโร ที่กำลังจะขายให้กับแมเรียส ลูกน้องของเฮนริก ซึ่งแท้จริงแล้วคือเฮนริกปลอมตัวมา อีธานจึงจัดฉากให้ลูกน้องสาวปลอมตัวเป็นมัวโรไปพบเฮนริก และเขาปลอมตัวเป็นเฮนริกไปพบมัวโร เพื่อไม่ให้ทั้งสองได้พบกัน แต่แผนกลับแตกตรงที่มัวโรสังเกตเลนส์ในตาของแบรนท์ มัวโรจึงโจมตีแบรนท์และอีธาน ในท้ายที่สุดเฮนริกได้รหัสปล่อยนิวเคลียร์ไป อีธานรู้ว่าเฮนริกต้องใช้ดาวเทียมในการปล่อยนิวเคลียร์ เขาจึงต้องตามหาตัวพลเรือนผู้มีดาวเทียมไว้ในครอบครอง และรีบจัดการกับเฮนริกให้ทันเวลาก่อนระเบิดนิวเคลียร์จะพุ่งใส่อเมริกา

Mini Review : ภาคนี้ยังแอบมีเรื่องของอารมณ์เข้ามาเอี่ยวในช่วงต้น เพราะเป็นข่าวเกี่ยวกับการตายของภรรยาอีธาน ฮันท์ แต่ก็มาเฉลยตอนท้ายว่าเป็นการจัดฉาก ส่วนที่เหลือคือจัดเต็มกับฉากบู๊ แก้แค้นและเอาคืน ฉากสำคัญๆ ของทอม ครูซก็เล่นเอาใจหายใจคว่ำ ถือว่าเป็นภาคที่สนุกดูเพลินใช้ได้

Mission Impossible 5 : Roque Nation (2015)

อีธาน ฮันท์ปฏิบัติภารกิจกับทีมงานได้อย่างลุล่วง แต่เขาพลาดท่าให้กับ “โซโลมอน เลน” หัวหน้าองค์กรซินดิเคท องค์กรที่รวมสายลับทั่วโลกที่ถูกประกาศว่าตายแล้ว อีธานตามล่าองค์กรนี้มากว่า 2 ปี เลนจึงวางกับดักเพื่อจับตัวอีธาน แต่เขาก็ถูกช่วยโดย "อิลซ่า"  สายลับสองหน้าจากหน่วยงานเอ็มไอซิกของอังกฤษ ขณะเดียวกันที่กรุงวอชิงตัน แบรนท์ถูกสอบสวนอย่างหนัก ด้วยเหตุการณ์ร้ายแรงจากภาค 4 ส่งผลให้ภาคนี้ “ฮันลี่”ผอ.หน่วยซีไอเอ ต้องการปิดหน่วย IMF อีธานแจ้งกับผอ.ฮันลี่ว่าซินดิเคทมีอยู่จริง

แต่ผอ.ไม่เชื่อและมองว่าอีธานเหนือการควบคุมจึงประกาศจับและตามล่าอีธาน หลังจากนั้น 6 เดือน อีธานได้ติดต่อกับ “เบนจี้” เพื่อนร่วมทีมให้ช่วยเหลือเขาทำภารกิจซินดิเคท (ซึ่งภายหลังทำให้เบนจี้ถูกตามล่าโดยซีไอเอไปด้วย) ในคืนวันปฏิบัติการ อีธานพบกับอิลซ่าอีกครั้ง และได้แฟลชไดร์ฟที่มีแผนผังห้องนิรภัยแห่งหนึ่ง อิลซ่า อีธาน และเบนจี้ มาที่ห้องนิรภัยนี้ หลังอิลซ่าได้ข้อมูลจากห้องนิรภัยไปได้ เธอก็หักหลังอีธานเพราะต้องนำข้อมูลไปให้ “แอทลี่” ผอ.หน่วยเอ็มไอซิก เพื่อกู้ชื่อให้ตัวเองอีกครั้ง

เมื่อเป็นเช่นนี้ อีธานรู้มาว่าข้อมูลในห้องนิรภัย ต้องถอดรหัสความปลอดภัยจากนายกรัฐมนตรี อีธานจึงต้องใช้แผนต่อไปเพื่อเข้าถึงตัวนายกรัฐมนตรีอังกฤษ เพื่อเอาข้อมูลในยูเอสบี และเพื่อกู้ชื่อเสียงให้ตัวเองโดยเปิดโปงผอ.แอทลี่ และช่วยกู้ชื่อเสียงให้กับอิลซ่า ต่อมาเบนจี้ถูกลักพาตัวด้วยลูกน้องของเลน อีธานจึงต่อรองและซ้อนแผนจนสามารถจับกุมตัวเลนและล้มองค์กรซินดิเคทลงได้ในที่สุด

Mini Review : เป็นเรื่องราวที่อีธานถูกลอยแพ และโดนตามล่า ก็ถือเป็นสูตรหนังที่จำเจ แต่พวกเราก็ยังจะดูกัน ตัวร้ายภาคนี้ก็เลวได้อีก แต่มันเจ๋งตอนท้ายคือตอนที่พระเอกกู้ชื่อตัวเองกลับมาได้ คลี่คลายทุกอย่าง จับตัวคนผิดเข้าคุก เราต้องยกนิ้วให้ในความซับซ้อนของแผนนี้เลยจริงๆ ดูหนังออนไลน์

Trevor Lawrence หนุ่มผมทองจาก Clemson Tigers football ก้าวขึ้นมาเป็นควอร์เตอร์แบ็กแฟรนไชส์คนใหม่ของ Jacksonville Jaguars หลังทีมเสือดาวเลือกเข้าทีมฐานะดราฟท์อันดับ 1 ปีนี้

Jacksonville Jaguars ประกาศอย่างเป็นทางการเลือก Trevor Lawrence ควอร์เตอร์แบ็กหนุ่มจาก Clemson Tigers football ฐานะดราฟท์อันดับ 1 ของคลาส 2021 หลังมีข่าวมานานหลายเดือน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ Urban Meyer เลือกมารับตำแหน่งเฮดโค้ชของทีมเสือดาวที่ได้สิทธิดราฟท์ทีมแรกนับตั้งแต่การปราชัยในเกมสัปดาห์ที่ 16 ของซีซั่น 2020 ตามรายงานจากเอ็นเอฟแอลเน็ตเวิร์คเมื่อวันพฤหัสฯที่ผ่านมา

Trevor Lawrence

'ถ้านี่ไม่ใช่ช่วงเวลาที่น่าสนุกสำหรับผมและแฟนๆ Jaguars ทุกคน คุณคงต้องการกาแฟมากขึ้นหรือคุณคงต้องการอย่างอื่นแล้ว' แชด ข่าน เจ้าของทีม Jaguars กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ 'นี่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะมีชีวิตอยู่แบบตรงไปตรงมา' สมัครเล่นบาคาร่า

มันเป็นการเลือกอันดับ 1 ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของแฟรนไชส์ Jaguars ซึ่งประเดิมด้วย Lawrence ควอร์เตอร์แบ็กหนุ่มผมทองวัย 21 ปี

จาก Clemson Tigers football ที่ขว้างถึง 90 ทัชดาวน์ในการเล่นระดับมหาวิทยาลัย 3 ปี ช่วย 'เดอะ ไทเกอร์ส' สถิติ 34-2 จากการออกสตาร์ท 36 เกม

ขณะที่ นิวยอร์ค เจ็ตส์ เลือก แซ็ค วิลสัน ควอร์เตอร์แบ็กจาก บีวายยู ตามม็อคดราฟท์หลายสำนักก่อนหน้านี้เข้าทีมฐานะดราฟท์อันดับ 2 ก่อนที่ ซาน ฟรานซิสโก โฟร์ตี้นายเนอร์ส

จะตัดสินใจเลือก เทรย์ แลนซ์ ควอร์เตอร์แบ็กจาก นอร์ท ดาโกต้า สเตท ฐานะดราฟท์อันดับ 3 หลังมีข่าวว่าเฮดโค้ช ไคล์ เชนาแฮน ชื่นชอบ แม็ค โจนส์ ควอร์เตอร์แบ็กของ แอลาบาม่า ก็ตาม

แอตแลนต้า ฟอลค่อนส์ อันดับ 4 เลือก ไคล์ พิตต์ส ปีกในจาก ฟลอริด้า, อันดับ 5 ซินซินเนติ เบงกอลส์ เลือก เจมาร์ เชส ปีกนอกจาก แอลเอสยู, อันดับ 6 ไมอามี่ ดอลฟินส์ เลือก เจย์เลน แวดเดิ้ล ปีกนอกจาก แอลาบาม่า, อันดับ 7 ดีทรอยท์ ไลออนส์ เลือก พีเน ซีเวลล์ ออฟเฟนซีฟแท็คเกิ้ลจาก โอเรกอน

กลับมาพบกันอีกครั้งกับรีวิวภาพยนตร์ของเรา ซึ่งเป็นหนังที่เราจะรีวิวนั่นก็คือ จอมขมังเวทย์ 2020 นั่นเอง ก่อนที่จะไปฟังรีวิว ผมมีเรื่องอยากจะเล่าให้ฟัง ต้องขอบอกเลยว่าตัวผมก็มีความสนใจและชื่นชอบของขลัง ไสยศาสตร์อะไรแบบนี้มาก ๆ เหมือนกัน ไม่ได้ชอบแบบอยากจะสักหรือว่าอะไร แต่ชอบฟังเรื่องเล่าเพราะผมคิดว่าเรื่องของขลังของไทย มี Story ที่น่าสนใจ ลึกลับ แล้วก็น่าค้นหามาก ๆ เลย จำได้ว่าสมัยตอนที่ผม 7 ขวบ

มีภาพยนตร์สมัยนั้นดังมากเรื่องมหาอุตม์ ซึ่งหลังจากได้ดู เด็ก 7 ขวบคนนั้นก็กลายเป็นพวกบ้ามนต์ขลังไปเลย ถึงขั้นที่ว่ามีโอกาสได้ไปร้านหนังสือเก่า ๆ แห่งหนึ่ง ได้ของแปลก ๆ มา 1 เล่ม หนังสือเกี่ยวกับมนต์คาถานั่นเอง ถ้าจำไม่ผิดเนี่ย หน้าปกจะเขียนว่า คงกระพัน เล่มสีน้ำตาล ๆ ในนั้นจะเขียนพวกคาถาคงกระพัน เสกต่อ แตน คาถาพวกนี้โหดไป ตอนเด็ก ๆ ผมไม่กล้าเสกหรอกอะไรแบบนั้น ก็เลยมีคาถานึงที่อยากจะลอง

ก็คือคาถาสะเดาะกุญแจนั่นเอง ของแบบนี้ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ มันต้องพิสูจน์ผม ฝึกท่องอยู่นาน จำจนขึ้นใจ จากนั้นก็ไปเลยลองกับกุญแจโซโลที่หน้าบ้าน เพ่งจิต ร่ายมนต์วนอยู่ 3 รอบ เป่าลม กุญแจก็ยังล็อคอยู่เหมือนเดิม หลังจากนั้นก็เลิกเลย สงสัยคงจะไม่ใช่ทางผมสักเท่าไหร่ แต่ผมก็ยังชอบแล้วก็ศึกษาเรื่องราวพวกนี้เพื่อความบันเทิงอยู่เสมอ

ทำให้มีความรู้เรื่องศาสตร์ต่าง ๆ พวกนี้พอสมควร พวกมนต์คาถามหาอุตม์คงกระพัน ว่านกระชายดำ มีดหมอ เหล็กไหล การคัดของ พวกนี้ผมค่อข้างเข้าใจทั้งหมด แล้วทำไมอยู่ดี ๆ ถึงเล่าเรื่องนี้ใช่ไหม เพราะว่ามันสำคัญกับการรีวิวครั้งนี้นั่นเอง

เรื่องย่อ "จอมขมังเวทย์ 2020"

จอมขมังเวทย์ 2020 ทิ้งระยะห่างจากภาคแรกนี่นานประมาณถึง 14 ปี เรื่องย่อก็คือชายหนุ่มที่ชื่อว่า วิน ชายหนุ่มคนนี้เนี่ยไม่เชื่อเรื่องงมงาย เขาเป็นนักสู้ใต้ดิน มีพ่อเป็นคนมีวิชาและพ่อของเขาก็มีการขัดแย้งกับผู้มีอิทธิพล จึงถูกฆ่าตายโดยจอมขมังเวทย์อีกคนนึง ซึ่งวินก็เลยอยากจะล้างแค้นให้พ่อของตัวเอง จากเป็นคนที่ไม่เชื่ออะไร นั่นทำให้ชายหนุ่มต้องหันมาพึ่งอวิชา

โดยในเรื่อง จะมีจอมอาคมอีกคนในตำนานมาพัวพันด้วย ก็คืออิทธิจากภาคแรกนั่นเอง เรื่องราวมันก็จะประมาณนี้ การแก้แค้นเป็นธีมหลักของเรื่อง ด้านบทก็ไม่ได้มีอะไรมากมาย แต่ก็เข้ากันดีกับหนังสไตล์แบบนี้ ที่นี้ครั้งแรกที่ผมคิดได้หลังจากออกจากโรงก็คือ ทั้งรัก ทั้งเกลียด เลยล่ะสำหรับเรื่องนี้ จอมขมังเวทย์ 2020 ตัวหนังเปิดมา 10 นาทีแรก

ต้องขอบอกเลยว่าขนลุกเป็นแบบที่ผมนี่คาดหวังไว้ทุกอย่าง เล่าเรื่องต่าง ๆ ได้กระชับ มีทั้งฉากโหด ดิบ ตามสไตล์ของคนมีของสู้กัน แถมบรรยากาศคลาสสิคมาก ๆ เสียด้วย แต่หลังจากนั้นตัวหนังก็จะเริ่มไปอีกทางหนึ่ง

มีหลายสิ่งมาก ๆ ที่ถูกเพิ่มเติมมาจากภาคแรกเยอะ ที่เห็นได้ชัดเลยก็คือความแฟนตาซีนั่นแหละ มีการใช้ CG เยอะมาก ๆ ซึ่งตอนแรกที่ผมแอบเห็นในตัวอย่างเนี่ยก็แอบกังวลอยู่เหมือนกันเพราะดูจะไม่ค่อยเนียนเท่าไหร่ แต่พอได้ดูจริง ๆ เนี่ยก็เป็นแบบนั้นแหละ ดูลอย ๆ แล้วก็หลอกตาพอสมควร ซึ่งก็ต้องขอสารภาพว่าไม่ค่อยชอบส่วนตรงนี้เท่าไหร่

อีกอย่างที่น่าสังเกตก็คือการตัดต่อ ช่วงแรก ๆ ถึงกลางเรื่อง ผมรู้สึกว่าจะมีการตัดไปตัดมาเยอะมาก ๆ เลย อารมณ์เหมือนเอาฉากมาต่อ ๆ กัน แถมมุมกล้องก็ยังชวนเวียนหัวอีก ส่วนอีกจุดก็คือการเล่าเรื่อง ซึ่งก็เป็นจุดนี้แหละที่เป็นสาเหตุว่าทำไม ผมถึงต้องเล่าประสบการณ์ในตอนแรกให้ฟัง ผมไม่มีปัญหาเลยกับการเข้าใจเรื่องราวต่าง ๆ ภายในหนัง

10 ภาพเบื้องหลังส่งตรงจากกอง “จอมขมังเวทย์ 2020” คลังความขลังที่ควรเสพ |  RYT9

แถมยังตื่นเต้นกับมันมาก ๆ ด้วยซ้ำ รู้เลยว่าทำไมต้องสู้แบบนี้ รู้วิธีการต่อสู้กับพวกมีวิชา แต่ถ้าเกิดว่าลองคิดภาพเป็นคนที่ไม่ค่อยรู้เรื่อง ผมชื่อว่าก็ไม่งงเท่าไหร่หรอก แต่อาจจะไม่ค่อยอินเพราะตัวหนังแทบจะไม่เล่าเรื่องที่มาของไสยศาสตร์พวกนี้เท่าไหร่เลย มาถึงก็ใส่รัว ๆ แบบไม่มีหยุดพัก ไม่ต้องสนเบื้องหลังอะไรทั้งนั้น สักอย่างเดียว แถมของอาถรรพ์ ของศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ในหนังก็ใส่มาเยอะซะด้วย ถ้าเกิดว่าเน้นประวัติของสิ่งของต่าง ๆ น่าจะเพิ่มความอินได้ในอีกระดับนึงเลย

แต่ก็อย่างที่บอก มีส่วนที่ไม่ชอบแล้ว มาฟังส่วนที่ชอบกันบ้างดีกว่า เรื่องแรกที่อยากจะพูดเลยก็คือ 3 นักแสดงหลักอย่างคุณหมาก ปริญ คุณนก ฉัตรชัย และคุณก๊อต จิรายุ นั่นเอง แสดงออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมมาก ๆ เลย โดยเฉพาะคุณก๊อตนั่นเอง ดูเข้าถึง character สุด ๆ สีหน้า ท่าทาง แววตา ดูก็รู้ว่าคนคนนี้เนี่ยทำการบ้านมาเป็นอย่างดี

ทุกฉากที่แสดงออกมา เข้าถึงอารมณ์มากจริง ๆ แถมในหนังยังเก่งมาก ๆ ด้วยคนนี้ ส่วนฉากแอ็คชั่น เรื่องนี้ก็ทำออกมาได้ดุเดือดมาก ๆ เช่นเดียวกัน ดุหมัดต่อหมัด ถึงเนื้อถึงตัว แถมยังประยุกต์พวกอวิชามาใช้ได้เป็นอย่างดีเลย แต่ส่วนตัวผมไม่ค่อยชอบตอนที่อัญเชิญออกมาเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นพวกวัวธนูก็ตาม

อยากให้เป็นคนสู้กันมากกว่านี้ ถ้าให้เปรียบก็คือ ภาคแรกจะเหมือนนักสู้ที่ใช้วิชาเพิ่มพลังแล้วมาสู้กัน แต่ภาคนี้เน้นอลังการเข้าว่า อารมณ์กึ่ง ๆพวกพ่อมดเลย มีเวทมนตร์เยอะ ตัวช่วยเยอะ ดูแฟนตาซี แต่พอมันไม่เนียนตาก็เลยรู้สึกแปลก ๆ แต่ก็ยังมันส์อยู่ โดยเฉพาะช่วงท้ายเรื่องนี่ลุ้นกันตัวโก่งเลยทีเดียว

ผมว่าหนังไทยเก่าๆเรื่องนี้ก็ดีนะ ทำไมไม่ค่อยดังเท่าที่ควร - Pantip

สรุปเลยแล้วกัน ใครที่ชอบความมันส์ ฉากต่อสู้ ไม่มีผิดหวังแน่นอน มากันแบบไม่มีหยุด ความอลังการมากกว่าภาคแรกแบบเทียบไม่ได้เลยล่ะ แต่สำหรับผมอยากจะให้เพิ่มในส่วนของเนื้อเรื่องมากกว่านี้นิดนึง มันจะเพอร์เฟคมาก ๆ เลยล่ะสำหรับหนังเรื่องนี้ เพราะภาคนี้เนี่ยห่างจากภาคแรกเนี่ย 14 ปี

แถมยังมีการเชื่อมโยงบางอย่างด้วย ใครที่ไม่ได้ดูภาค 1 ไม่ย้อนความทรงจำเนี่ย อาจจะไม่อิน แล้วก็ลืมไปได้ แล้วก็มีอีกเรื่องที่แอบรู้สึกว่า ถ้าลดความอลังการแต่เพิ่มความ Dark และหม่นแบบภาคแรก อาจจะชอบมากกว่านี้

แต่นี่เป็นความคิดส่วนตัวมาก ๆ เลย สำหรับใครที่เป็นแฟนหนังเรื่องนี้ แล้วก็ชื่นชอบเรื่องไสยศาสตร์ ผมจะเปรียบให้เห็นภาพง่าย ๆ เหมือนเราดูหนังแบบ Avengers ที่เราแค่เห็นตัวละครที่เราชื่นชอบมาตีกันเนี่ย แค่นี้มันก็มันส์สะใจแล้วใช่ไหม เรื่องนี้ผมให้ 7 เต็ม 10 คะแนน มันส์จริงแต่ก็ไม่ขลังเท่าเดิม ในฐานะติ่งเรื่องนี้ ต้องขอบอกว่าทั้งรักแล้วก็ทั้งเกลียดอีกครั้งหนึ่งแล้วกัน แต่ถ้าเกิดว่ามีภาคต่อก็จะไปดูเหมือนเดิม ซึ่งก็ขอให้มีด้วยละกัน ยังไงก็เอาใจช่วย

Anthony Brown

Anthony Brown ปีกนอกวัย 32 ปีถูก Tampa Bay Buccaneers ดึงกลับมาเซ็นสัญญา 1 ปีร่วมทำภารกิจไล่ล่าแชมป์ 'ซูเปอร์ โบวล์' สองสมัยติดต่อกัน

Tampa Bay Buccaneers เก็บรักษาผู้เล่นตัวจริงจาก 'ซูเปอร์ โบวล์' ทั้ง 22 คนทั้งทีมบุกและเกมป้องกันของพวกเขา หลังการดึง Anthony Brown ปีกนอกประสบการณ์กลับมาเซ็นสัญญา 1 ปี มูลค่า 6.25 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามรายงานจากเอ็นเอฟแอลเน็ตเวิร์คเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

ตามรายงานจาก เอียน ราโพพอร์ท เครือข่ายเอ็นเอฟแอลเน็ตเวิร์คระบุว่า Brown ปีกนอกวัย 32 ปีกำลังจะเซ็นสัญญาอีกครั้งกับ Buccaneers ด้วยข้อตกลง 1 ปี มูลค่า 6.25 ล้านเหรียญสหรัฐ การันตี 3.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งรวมถึงโบนัสเซ็นสัญญามูลค่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐ

ผู้จัดการทั่วไป เจสัน ลิชท์ และ Buccaneers ตั้งเป้าหมายเดินหน้าคว้าแชมป์ 'ซูเปอร์ โบวล์' สองสมัยติดต่อกัน ซึ่งพวกเขาทำงานอย่างน่าประหลาดใจด้วยการเก็บผู้เล่นกำลังสำคัญที่กลายเป็นฟรีเอเจนต์ไว้กับทัพโจรสลัดได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น แช็ค แบร์เร็ตต์, ร็อบ กรอนคาวสกี้, เอ็นดามูก็อง ซูห์ รวมถึง Brown เป็นรายล่าสุด

อดีต 'โพร โบวล์' 7 สมัย และ 'ออล-โพร' 4 สมัย เซ็นสัญญากับ Buccaneers ในช่วงกลางฤดูกาลที่ผ่านมา และมีบทบาทเสริมมากกว่าที่เห็นตอนที่เขาอยู่กับ พิตต์สเบิร์ก สตีลเลอร์ส

จากการลงเล่น 8 เกม เขาออกสตาร์ท 4 เกม รับบอล 45 ครั้ง ระยะ 483 หลาและทำ 4 ทัชดาวน์ ปีกนอกวัย 32 ปียังทำอีกหนึ่งสกอร์ในเกม 'ซูเปอร์ โบวล์' ที่คว้าแหวนวงแรกของตนเองสำเร็จ

Brown เพิ่งแก้ไขปัญหานอกสนามจากข้อพิพาททางแพ่งกับ บริทนี่ย์ เทย์เลอร์ อดีตเทรนเนอร์ของเขา ซึ่งกล่าวหา Brown ว่าข่มขืนเธอในปี 2019 โดยทั้งสองฝ่ายได้ยุติการดำเนินการทางกฎหมาย  เว็บพนัน

Wonder Woman

Wonder Woman เริ่มเล่าตั้งแต่เจ้าหญิง Diana (Gal Gadot จาก Batman v Superman: Dawn of Justice และ Fast & Furious) ยังเป็นเด็กอยู่ที่เกาะ Themyscira กับราชินี Hippolyta (Connie Nielsen จาก Gladiator) ผู้เป็นแม่ และนายพลหญิง Antiope (Robin Wright จาก Forrest Gump) ผู้เป็นน้า

วันหนึ่งสายลับอเมริกา Steve Trevor ขโมยสมุดบันทึกของ Dr. Maru หรือ Dr. Poison กับนายพล Erich Ludendorff  มา เขาจึงต้องหลบหนีทหารเยอรมันจนหลุดเข้ามายังเกาะ Themyscira ทำให้ Diana รู้ว่าข้างนอกกำลังเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 เธอจึงออกเดินทางกลับลอนดอนกับ Steve เพื่อหยุดสงครามนี้ หยุด Ares เทพเจ้าแห่งสงครามผู้ที่เธอเชื่อว่าเป็นต้นเหตุแห่งสงครามนี้

รีวิว วิเคราะห์ วิจารณ์ Wonder Woman

Wonder Woman คือฮีโร่หญิงที่โลกต้องการ ผู้หญิงคนนี้จัดว่าครบเครื่อง บู๊ได้ สวยได้ ตลกได้ นอกจากสวยสตรองและเท่ระเบิดระเบ้อโล่แตกแล้ว แต่ยังเป็นตัวแทนความดีงามและตัวแทนเฟมินิสต์ที่แท้ทรู

ตัวหนังเอง ถึงแม้จะยาวถึง 2 ชั่วโมงกับอีก 20 นาทีนิด ๆ แต่ก็สนุกเว่อร์ ความบันเทิงครบรส ฉากแอ็คชั่นนี่เรียกว่าบู๊วินาศสันตะโร ดู IMAX3D นี่คุ้มมาก (บอกเลยว่า เราแอบสะดุ้งกับ 3D ที่พุ่งในหลาย ๆ ฉากรบ เช่น ฉากยิงธนู สมจริงมาก ๆ) ไหนจะซีนโรแมนติก ดราม่า หรือคอเมดี้ ก็มาหมด ที่สำคัญนี่เป็นหนังฮีโร่ที่เล่นประเด็นสงครามและประเด็นเฟมินิสต์อย่างที่หนังฮีโร่เรื่องอื่น ๆ ไม่เคยทำถึงมาก่อน… wonderful จริง ๆ

Wonder Woman เป็นหนังฮีโร่ที่ผสมผสานระหว่าง Thor กับ Captain America กล่าวคือ เรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกับเทพ ชาว Amazons ถูกสร้างโดยเทพ Zeus และตัวร้ายของเรื่องก็คือ Ares เทพเจ้าแห่งสงคราม แล้วเหตุการณ์ในเรื่องมันเกิดในช่วงสงครามโลก

ประเด็นเทพบางซีนออกจะลิเกไปบ้าง แต่เราก็ชอบที่เขาเล่นประเด็นเรื่องเล่าหรือตำนานปรัมปราเกี่ยวกับเทพเจ้า นางเอกเติบโตมากับเรื่องเล่าของแม่ ชีวิตของเธอก็เหมือนเติบโตมาในโลกเทพนิยาย ที่อยู่สวยงามอย่างกับสรวงสวรรค์ ทั้งเกาะมีแต่ผู้หญิงวัยสาว ไม่มีเด็ก ไม่มีแก่ และใช้ชีวิตอย่างสงบสุข สงครามดูไกลตัวและเป็นเรื่องที่ไม่มีอยู่จริง ส่วนพระเอกใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสงคราม การสู้รบเข่นฆ่า และไม่ค่อยเชื่อเรื่องเทพ

เราชอบการเติบโตของ Diana ในส่วนของมุมมองที่มีต่อสงคราม ในช่วงแรกเธอถวิลหาถึงสงคราม เธอมีสปิริตแรงกล้า ที่แสดงออกผ่านทางแววตาและการกระทำว่าเธออยากไปรบเพื่อปกป้องโลกและช่วยเหลือคนที่ไม่มีทางสู้ การได้ออกมาสู่โลกความเป็นจริง เธอค่อย ๆ ได้เห็น ได้สัมผัส และได้เรียนรู้ ว่าจริง ๆ แล้ว การทำสงครามมันไม่ได้ง่าย เธอไม่สามารถช่วยคนทุกคนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วยคนโดยที่เธอไม่ต้องฆ่าใคร

ซีนที่เราชอบคือ ซีนที่ Diana กำลังเดินทางไปแนวหน้า กับพระเอกและเดอะแก๊ง (ได้แก่ Charlie ชาวสก๊อต (Ewen Bremner จาก Trainspotting), ชาวอินเดียแดง (Eugene Brave Rock), และ Sameer (Saïd Taghmaoui จาก American Hustle)

ตอนนั้น Diana ยังคึกคัก แววตาเหมือนเด็กหญิงกำลังไปโรงเรียนครั้งแรก ในขณะที่ทหารคนอื่นที่กำลังไปพร้อมเธอ แววตาเต็มไปด้วยความซึมเศร้า เบื่อหน่าย และเลื่อนลอย อีกทั้งระหว่างทางเธอสวนกับเหล่าทหารผ่านศึก ไม่มีใครกลับมาจากสงครามแล้วเหมือนเดิม… ไม่มี

อีกซีนสงครามที่เราชอบคือ ซีนที่ Diana ผ่าน “No Man’s Land” ซึ่งเป็นซีนรบจริงจังซีนแรกนับตั้งแต่ Diana ออกมาจากเกาะและมาสู่สมรภูมิที่แท้จริง และเป็นซีนที่เธอสร้างความเปลี่ยนแปลงหรือพลิกเกมให้กับฝ่ายของพระเอก ซึ่งแฟน ๆ หนังแอ็คชั่นวางใจได้ เท่และมัน(ส์)มาก ใครชอบความวินาศสันตะโร ทำลายล้างทั้งแผ่นดิน Wonder Woman ก็จัดให้

Wonder Woman

Wonder Woman 1984 นั้นมองเห็นได้ชัดตั้งแต่ชื่อเรื่องว่า แพตตี้ เจนกินส์ พยายามที่จะหาช่องทางการนำเสนอที่แตกต่างจากขนบของหนังซูเปอร์ฮีโร ด้วยการกำหนดให้เรื่องราวเกิดขึ้นในปี 1984 นำจุดเด่นของยุค 80s มาใช้เป็นฉากหลังได้อย่างชัดเจน ยังพาตัวตนของ ไดอานา พรินซ์ ให้เข้าสู่วิถีชีวิตเหมือนกับซูเปอร์ฮีโรอีกหลายราย ที่มีฉากหน้าในการเป็นมนุษย์เดินดินกินเงินเดือน

ในภาคนี้ไดอานา ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่โบราณคดีในพิพิธภัณฑ์สมิธโซเนียน ในหนังเล่าเรื่องให้พอเข้าใจได้ว่าเธอทำงานที่นี่มาสักระยะหนึ่งแล้ว เธอได้รู้จักกับเจ้าหน้าที่โบราณคดีหน้าใหม่ ดร.บาร์บารา มิเนอร์วา ดอกเตอร์ผู้เชี่ยวชาญทางวัตถุโบราณ ทั้งคู่ช่วยกันวิเคราะห์หาที่มาของ ก้อนหินลึกลับจากชนเผ่ามายา ด้วยความบังเอิญทำให้ทั้งคู่พบว่า หินศักดิ์สิทธิ์ก้อนนี้มีพลังวิเศษสามารถขอพรอะไรก็ได้แล้วคำขอนั้นจะเป็นจริง

แต่ก็มี แมกซ์เวลล์ ลอร์ด นักธุรกิจจอมฉ้อฉลที่ตามล่าหินศักดิ์สิทธิ์ก้อนนี้มาอย่างยาวนานได้ใช้อุบายหลอกล่อเอาหินศักดิ์สิทธิ์ก้อนนี้ไปครอบครองเพื่อสนองตัณหาให้ตัวเอง แล้วสร้างความปั่นป่วนให้กับโลก ทำให้วันเดอร์ วูเมน ต้องออกโรงจัดการและแก้ไขสถานการณ์วายป่วงนี้

ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่าหนังภาคนี้ยาวถึง 2 ชั่วโมง 31 นาที ความรู้สึกเมื่อดูจบ ตอบได้ทันทีว่ายาวเกินไป เนื้อหาความตื่นตาตื่นใจไม่ได้อัดแน่นสมกับระยะเวลาของหนัง หลายตอนสามารถตัดทอนให้กระชับลงได้ และฉากแอ็กชันจริง ๆ ก็มีเพียงแค่ 3 ฉากเท่านั้น ย้ำชัด ๆ เลยว่าแค่ 3 ฉาก แล้วไฮไลต์ส่วนใหญ่ก็นำมาขายในตัวอย่างหมดแล้ว ฉากไดอานาตอนยังเป็นเด็กที่ร่วมแข่งขันกีฬาสีตอนเปิดเรื่อง

ฉากตะลุมบอนกับรถบรรทุกทหาร และฉากไคลแมกซ์ที่ต้องจัดการกับ 2 วายร้ายหลักของเรื่อง ไม่มีฉากโดดเด่นน่าประทับใจนอกเหนือจากที่เห็นในตัวอย่างหนัง กราฟความระทึกของภาคนี้ค่อนข้างราบเรียบตลอดความยาว 2 ชั่วโมงกว่า มีบางช่วงที่แผ่วพอจะทำให้วูบหลับไปได้ ชวนให้กังวลแล้วล่ะว่ากับการที่วอร์เนอร์มั่นอกมั่นใจกับภาคนี้มาก ถึงขนาดเพิ่มทุนสร้างจาก 120 ล้านในภาคแรก มาเป็น 200 ล้านในภาคนี้ จะได้กลับคืนมาสมน้ำสมเนื้อไหม

ปัญหาหลักที่พอชี้นิ้วได้ว่าเป็นข้อด้อย คือพิษสงของตัวร้ายในภาคนี้ แม้ว่าจะใส่มาถึง 2 รายพร้อมกันในภาคเดียวคือ ชีต้า ในร่างซูเปอร์วายร้ายของ ดร.บาร์บารา และ แมกซ์เวล ลอร์ด ที่ได้ เปโดร ปาสคาล นักแสดงเบอร์กลาง ๆ พอใช้ชื่อเรียกความสนใจได้มารับบท คริสเต็น วิก ดูเหมาะสมดีกับภาพลักษณ์ในแรกปรากฏตัวของ ดร.บาร์บารา มิเนอร์วา สาวเนิร์ดที่แต่งตัวเฉิ่ม เซ่อซ่า

เป็นสาวนอกสายตาผู้คนที่ไม่มีใครให้ความสนใจ คริสเต็น มาจากสายหนังคอมเมดี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว บทแนวนี้จึงเข้าทางเธอ แต่เมื่อบทกำหนดให้เธอปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์เป็นสาวเฉี่ยว ก็ถือว่าทางทีมเสื้อผ้าหน้าผมก็ปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ดึงเสน่ห์ความเซ็กซี่ของเธอออกมาอย่างเห็นได้ชัด มาตายเอาร่างสุดท้ายตอนเป็น ชีต้า นี่ล่ะ โอ้ว!แม่เจ้า ฉันดูไม่ออกจริง ๆ ว่านี่คือเสือชีต้า นึกว่าตัวละครที่หลุดมาจาก Cats หนังมิวสิคัลฉาวโฉ่เมื่อปีที่แล้วนี่ ช่างไม่น่าเกรงขามทั้งภาพลักษณ์และพิษสง ไม่มีอาวุธเด็ดอะไรเลยนอกจากกงเล็บกับความเร็วเท่านั้น

ส่วนแมกซ์เวลล์ ลอร์ด ไม่สามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่านี่คืออีกหนึ่งตัวร้ายของภาคนี้ เพราะกฏเหล็กของตัวร้ายที่เป็น คน ในหนังหรือการ์ตูนซูเปอร์ฮีโรเมื่อไม่มีพลังหรือความสามารถพิเศษไว้ต่อกรกับพระเอก พิษสงเดียวที่วายร้ายเหล่านี้ต้องมีก็คือ มันสมองอัจฉริยะ ที่ใช้เล่ห์กลมาจัดการกับเหล่าซูเปอร์ฮีโรได้อยู่หมัด แต่กับ แมกซ์เวลล์ ลอร์ด นั้นไม่ได้มีความฉลาดหรือไหวพริบใด ๆ ให้เห็นเลย มองเห็นเพียงอย่างเดียวคือความโลภ ก็เลยเป็นตัวร้ายที่สร้างแต่ความปั่นป่วนโกลาหล เป็นโจทย์ที่วันเดอร์ วูแมน แก้ได้ไม่ยากเย็น Movie HD

"ปาร์ค อินบี-ลิเดีย โค"ลั่นพร้อมหวดกอล์ฟโอลิมปิก

ปาร์ค อินบี และ ลิเดีย โค 2 เจ้าของเหรียญทอง และเงิน โอลิมปิก 2016 ประกาศลั่นไม่หวั่นใจปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อ ไวรัส โควิด-19 พร้อมร่วมหวดในศึกโอลิมปิกเกมส์ ที่กรุงโตเกียว ที่จะมีขึ้นในกลางปีนี้ แม้ว่าจะมีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นที่ประเทศ ญี่ปุ่น ก็ตาม

ล่าสุดฝ่ายจัดการแข่งขันกีฬา โอลิมปิก ที่กรุงโตเกียว ยืนกรานที่จะยังมีการแข่งขันต่อไป แม้สัปดาห์ที่แล้วมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ระลอกใหม่เกิดขึ้นทั้งที่กรุง โตเกียว และหลายจังหวัดที่ประเทศญี่ปุ่น ทั้งที่มีเวลาเหลืออีกแค่ 3 เดือนก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้น

อย่างไรก็ดี ปาร์ค อินบี เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกชาวเกาหลีใต้ ประกาศกร้าวก่อนลงหวดในศึก เอชเอสบีซี วีเมนส์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ที่ประเทศสิงค์โปร์ ว่าเธอไม่ได้พิจารณาแผนการเล่นในโตเกียวอีกครั้ง ปาร์ค กล่าวว่า "ฉันอยากจะเล่นโอลิมปิกอีกครั้ง เห็นได้ชัดว่ามีหลายคนที่ยังคงกังวลมาก แต่จากมุมมองของนักกีฬาฉันคิดว่ามันยอดเยี่ยมมากที่โอลิมปิกกำลังจะเกิดขึ้น เรารอมาสี่ปีแล้ว และถึงตรงนี้มันก็ห้าปีแล้ว"

เดิมทีการแข่งขันโอลิมปิกจะมีขึ้นในปี 2020 แต่ต้องเลื่อนมาแข่งในปี 2021 เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ด้าน ลิเดีย โค สวิงสาวจากนิวซีแลนด์ เจ้าของเหรียญเงิน โอลิมปิก ที่ ริโอฯ ก็ออกมาแสดงความมั่นใจถึงมาตรการในการรักษาความปลอดภัยของฝ่ายจัดการแข่งขัน โค

กล่าวว่า "ฉันเชื่อว่า ไอโอซี (คณะกรรมการโอลิมปิกสากล) และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดรวมถึงประเทศญี่ปุ่น น่าจะมีแนวทางที่ดีที่สุดในการจัดการแข่งขัน สำหรับฉันแล้ว โอลิมปิก 2016 ที่ริโอฯ เป็นหนึ่งในความทรงจำที่ดีที่สุดที่ฉันเคยมีเลยทั้งใน และนอกสนาม การได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะกับการกลับมาของกอล์ฟครั้งแรกในรอบ 100 กว่าปี มันเยี่ยมมาก และอยากจะได้รับโอกาสนั้นอีกครั้ง"

กับการแข่งขัน เอชเอสบีซีฯ ที่สิงค์โปร์ ซึ่งจะเป็นแมตช์ แอลพีจีเอ รายการแรกใน เอเชีย ในรอบเกือบ 18 เดือน ภายหลังจากการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 สวิงสาวจาก นิวซีแลนด์ เพิ่งคว้าแชมป์แรกในรอบ 3 ปีที่ ฮาวาย กล่าวว่า "การคว้าแชมป์ที่ ฮาวาย มันสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองมากขึ้น และทำให้รู้ว่ายังมีโอกาสที่จะกลับมาคว้าชัยชนะได้ มันเยี่ยมมากกับการกลับมาในจุดนั้นอีกครั้ง"

สำหรับการแข่งขัน เอชเอสบีซีฯ เป็นการกลับมาแข่งอีกครั้งหลังจากปีที่แล้วต้องยกเลิกไป โดยจะมี 6 ผู้เล่นจากท๊อป 10 ของโลกร่วมหวดในการแข่งขันรายการนี้ ซึ่งจะมีนักกอล์ฟลงหวดทั้งสิ้น 69 ราย รวมถึงมือ 1 ของโลกอย่าง

โค จินยัง และแชมป์เก่าอย่าง ปาร์ค ซังฮยุน โดยรายการนี้จะเป็นแมตช์กอล์ฟนานาชาติรายการแรกที่จัดใน เอเชีย นับตั้งแต่การแข่งขัน เอเชียน ทัวร์ รายการ มาเลเซีย โอเพ่น ซึ่งจัดขึ้นในเดือน มี.ค.ปีที่แล้ว แทงบอล

เรารู้จักหนังเรื่องนี้ค่อนข้างดี ด้วยความไอคอนนิกของตัวตลกอย่างเพนนีไวส์ทำให้เราๆได้เห็นผ่านตากันมาบ้างแหละ รวมถึงชื่อนักเขียนอย่างสตีเฟน คิงที่ผ่านมา 30 40 ปีแล้วก็ยังคงมีหนังดัดแปลงออกมาจากนิยายของเขาเรื่อยๆ เขื่อว่าหลายคนต้องเคยได้ดูหนังดัดแปลงของเขาโดยไม่รู้ตัวบ้างแหละ พอเห็นว่า IT จะทำออกมาอีกครั้ง เราบอกตัวเองไว้เลย ไม่ดูแน่นอน คือเราเป็นคนไม่ดูหนังสยองขวัญแล้วรู้ว่าตัวเองไม่ไหวชัวร์ หนังตระกูลสยองขวัญล้วนๆนี่เราไม่แตะเลยนะ แต่พอเห็นรีวิวทุกที่บอกว่าสนุก ไม่น่ากลัว เราก็แบบเห้ย น่าลองละ เพระชองเซตติ้งฉากช่วง 70 80 country side อยู่ละ พอคนบอกว่าไม่น่ากลัวปุ๊ปเรานี่กล้าขึ้นมาเลย เรื่องราวเกี่ยวกับเมืองเดอร์รี่ เมืองปกติทั่วไปที่ดันเกิดเรื่องไม่ปกติขึ้น ทุก 27 ปี จะเกิดเหตุที่ทำให้คนตายเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเด็กๆที่จะล้มตายกันเป็นอย่างมาก จอร์จจี้ น้องชายของบิลหายไป บิลคิดว่าเขายังไม่ตายและพยายามจะตามหาเขา โดยไปกับกลุ่มเพื่อนของเขา พวกเขาแต่ละคนในกลุ่มเริ่มพบกับเหตุการณ์ประหลาดที่ทำให้พวกเขาต้องต่อการกับความกลัวของตัวเอง ซึ่งทุกคนที่เห็นก็ล้วนเห็นตัวตลก และทุกคนก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น จึงตั้งใจที่จะไปปราบมันซะ คือเนื้อในของหนังจริงๆมันโคตรจะหนัง coming of age ซึ่งกลายเป็นว่ามันไม่ใช่หนังสยองขวัญดาดๆที่ตั้งใจจะหลอกอย่างเดียว แค่เป็นหนังที่ซ่อนสัญลักษณ์หลายอย่างไว้ อย่างการที่ชาวเมืองไม่สนใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และผู้ใหญ่ไม่เห็นอย่างที่เด็กเห็น คือเหมือนเป็นหนังที่สื่อวัยเด็กของทุกคนที่ต้องเผชิญหน้ากับความกลัวของตัวเอง เราดูจบแล้วก็ไม่คิดว่ามันสยองขวัญเหมือนกัน คิดว่าผจญภัยมากกว่าซึ่งเราโอเคมาก เราเอนจอยกับหนังมากๆ การแคสต์ตัวละครคือดีย์ แคสต์มาแบบทำให้เราหลงรักตัวละครได้ง่ายๆเลย อย่างเบฟนี่ทุกคนดูชอบกันมาก เราก็เช่นกัน คือนั่งดูหนังไปเราก็จะแบบคนนี้ก็ชอบ คนนี้ก็เอ็นดู คือเปลี่ยนเมนไปทั้งเรื่อง ถือว่าประสบความสำเร็จในการแคสต์ เรื่องการดัดแปลงบท เราพูดไม่ได้ เพราะยังไม่ได้อ่านทั้งนิยายและตัวมินิซีรีย์ที่เคยออกมา แต่เราว่ามันออกมาดีเลย ไม่ได้น่าเบื่อหรือไร้เหตุผล
[​IMG]
ภาพดี โอเค แต่มันไม่น่ากลัวแหละ เพราะรู้ว่าซีจีแท้ๆเลย แต่ชอบการคุมโทนสีของเรื่องมาก คือรู้สึกย้อนอดีตจริงๆ หลายๆอย่างในเรท่องคือโทนดีมาก ถ้าถามว่าตกใจไหม น่ากลัวไหม เราว่าไม่เลย จังหวะเดาได้หมด แต่ไม่ผิดหวังนะ เพราะพอดูจบก็เข้าใจแหละว่าพอยท์ของหนังไม่ได้ต้องการมา jump scare แต่เป็นอย่างที่เราบอกไปคือหนัง coming of age มากกว่า สรุปหนังเรื่องนี้ไม่น่ากลัว ไม่ตกใจ แต่เป็นหนังออกแนวผจญภัยมากกว่า เราว่าสนุก เอนจอยได้ไม่ยาก เนื้อเรื่องก็น่าติดตามดี น่าจะอยู่โรงไปอีกสักแป๊ป ก็อยากให้ได้ลองไปดูกัน จากต้นฉบับอริจินอลนวนิยายของสตีเฟ่น คิงส์ สู่การสร้างเป็นมินิซีรี่ย์ในปี 1990 ที่สร้างความตื่นเต้นหวาดผวาให้คอหนังมาแล้ว ผมชอบในฉบับปี 1990 มาก หนังแบ่งออกสองช่วงเวลาคือวัยเด็กกับวัยผู้ใหญ่ ในฉบับรีเมคนี่เล่าถึงวัยเด็กเต็มเรื่อง ขยายจากส่วนในมินิซีรี่ย์ให้ดูกลมกล่อมขึ้น เล่าเรื่องราวมีน้ำหนักขึ้นซึ่งก็ไม่ผิดหวังเลย หนังผีสยองขวัญเรื่องนี้มันให้รสชาติที่ถึงพริกถึงขิงจริงๆ ทุกอย่างในเรื่องมันดูยอดเยี่ยม ไม่ซ้ำซากตามรอยหนังผีตระกูลเจมส์ วานมากจนเกินไป มันทำให้รู้สึกเลยว่า เออ ต้องอย่างงี้สิ !! หนังไม่เน้นตกใจตุ้งแช่แบบเอาเป็นเอาตายจนมากเกินไป หรือชอบแทรกด้วยภาพผีวูบแวบๆ พอให้สะดุ้งเฮือกแค่เสี่ยวหนึ่ง แต่กลับเรื่องนี้ปรากฏในแต่ละฉาก สร้างความหวั่นสะพรึงเต็มอารมณ์มาก ต้องชื่นชมผู้กำกับอย่างแอนดี้ มุสเชตติ ที่รังสรรค์ฉากสั่นประสาทเหล่านั้นออกมาดูมีสไตล์และพบว่ามันทำงานได้ผลกับคนดูในหลายๆ ส่วน จนสร้างความหลอนความไม่ไว้วางใจในแต่ละฉากได้ดีเลย นั่นสบายใจได้เลยว่า มันไม่ได้ทำให้แค่ตกใจชั่ววูบ แต่มันสามารถทำให้หลอนติดตาไปเลย
[​IMG]
หนังไปสุดทางของความเป็นหนังสยองขวัญมาก ซึ่งนั่นก็คงทำให้หนังมันสุดขีดในแง่ของอารมณ์จริงๆ แม้ตัวละครในเรื่องจะเป็นเด็กแทบทั้งหมดแต่หนังไม่ได้ประนีประนอมความสยองจำกัดลงแค่ช่วงวัยเท่านั้น เพราะมันเต็มไปด้วยฉากแหวะที่คนดูขวัญอ่อนอาจต้องมีเบือนหน้าหนีกันบ้าง (ประเภทอวัยวะฉีกขาด ถูกทิ่มแทง และอีกมากมาย) ใครคอหนังสยองขวัญจัดจ้านก็ขอเชิญ ฉะนั้นแล้ว ผมจึงขอยกให้ It เป็นหนังแห่งปี 2017 ในใจผมเลย ใครไม่ได้ดูในโรงอาจจะพลาดอารมณ์มันส์ๆ สยองขวัญแบบเต็มเหนี่ยวก็ได้ (ลองหาเวอร์ชั่น 1990 มาดูอุ่นเครื่องก่อนก็ได้ เชิญเข้าลองอ่านรีวิวหนังเรื่อง IT 1990 ของผมได้เลย
เรารู้จักหนังเรื่องนี้ค่อนข้างดี

รีวิว It chapter 2 (2019) อิท โผล่จากนรก เล่นกับความกลัวของมนุษย์ได้อย่างเต็มที่อีกทั้งยังทำลายกำแพงที่ 4 ออกมาเล่นกับความกลัวของผู้ชมได้อีกด้วย

It chapter 2 เป็นการปิดฉากภาพยนตร์สยองขวัญที่ใช้บุคลิกของตัวตลกในการสร้างปีศาจร้ายได้อย่างลงตัวและน่ากลัวที่สุดตัวหนึ่งของโลก อันเป็นการสร้างสรรค์จากปลายปากกาของนักเขียนนวนิยายสยองขวัญอัจฉริยะของโลกคือ สตี เฟ่นคิง หนังเล่าต่อจากภาคที่แล้วมาอีก 27 ปี หลังจากที่ทุกคนทำสัญญาเลือดว่าหากเจ้าปีศาจร้าย "เพนนี่ ไวซ์" กลับมาอีกครั้งหนึ่ง เหล่าบรรดา "พวกขี้แพ้" หรือ "The losers' Club" จะกลับมาร่วมกันปราบปีศาจนี้ แต่เมื่อเวลาดำเนินไปเรื่อย ๆ ทุกคนต่างเดินทางออกจากเมืองเดอรี่ไปมีชีวิตของตนเอง ทุกคนล้วนแต่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและชีวิตครอบครัว แล้วกลับกลายเป็นว่าแทบทุกคนนั้นลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อ 27 ปีที่แล้วในเมืองดอลลี่ไปทั้งหมด ลืมแม้กระทั่งรอยแผลเป็นบนฝ่ามือที่ทำสัญญาเลือดร่วมกัน แต่มีอยู่คนเดียวคือ Mike Hanlon ชายผิวสีคนเดียวในกลุ่ม ที่ไม่เคยย้ายออกไปไหน ทำหน้าที่เป็นบรรณารักษ์ในห้องสมุดของชุมชนแห่งนี้ เขากลายเป็นคนหมกมุ่นอยู่แต่กับเรื่องราวของเจ้าปีศาจร้าย "เพนนี่ ไวซ์" ศึกษามัน หาคนที่รู้จักมัน หาวิธีจัดการกับมัน นับวันนับคืนรอคอยวันที่มันจะกลับมา และนับวันนับคืนรอการรวมกลุ่มของเหล่าเพื่อน ที่มีเพียงกลุ่มเดียวของเขา และแล้ววันหนึ่ง มีคนพบศพชายคนหนึ่งที่ตายอย่างประหลาดโดยมีรอยฟันกัดขนาดใหญ่ รวมถึงมีซากศพจำนวนมากลอยออกมาจากปลายสุดของ ท่อระบายน้ำทิ้งของเมือง Mike ก็รู้ทันทีว่าเจ้า เพนนี่ ไวซ์กลับมาแล้ว เขาจึงโทรตามเพื่อนทุกคนที่เคยทำสัญญาเลือดร่วมกันในให้กลับมายับยั้งและฆ่าเจ้าปีศาจร้าย หากใครไม่เคยอ่านงานวรรณกรรมเลย ก็จะรู้สึกว่า การปราบ เพนนี่ ไวซ์ ไม่ได้ยุ่งยากอะไรมากนัก เพราะในภาคที่ 1 ทำให้เราเห็นว่าเจ้าปีศาจตนนี้แม้จะมีอำนาจร้ายกาจสักเพียงใด จะสร้างความน่ากลัวอย่างถึงขีดสุดได้ก็ต่อเมื่อผู้คนหวาดกลัวมันเท่านั้น แต่ในภาคนี้หนังฉลาดกว่านั้นคือ หนังทำให้ทุกคนลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตเมื่อ 27 ปีที่แล้ว อีกทั้งยังลืมเรื่องราวทั้งหมดที่เคยเกิดขึ้นในเมืองดอลลี่ ลืมเพื่อนทุกคน ลืมอารมณ์ความรู้สึกหรือแม้กระทั่งลืมเจ้าปีศาจร้ายไปซะหมดเลย ดังนั้นการกลับมารวมตัวกันอีกครั้งของทุกคน ก็จะต้องรื้อฟื้นความทรงจำครั้งหลังนั้นขึ้นมาให้ได้ว่า มีอะไรบ้างที่เป็นเศษเสี้ยวความทรงจำที่พวกเขาทิ้งเอาไว้ จะต้องนำมันกลับมา เพราะนั่นจะสามารถนำมาต่อสู้กับเจ้าปีศาจร้ายตอนนี้ได้ ต่างกับเจ้าเพนนี่ ไวซ์ ที่มันนับวันนับคืนรอคอยเหล่า The losers' Club ถึง 27 ปี แน่นอนว่ามันจะมาพร้อมกับความแค้นอย่างถึงที่สุด และมันก็เล่นงานเหล่าสมาชิกแบบเอาเป็นเอาตายเลยทีเดียว ข้อดีของ It Chapter 2 คือเพิ่มระดับความหวาดกลัวของหนังขึ้นจากภาคที่แล้วมากกว่าเท่าตัว หนังเล่นกับจังหวะตื่นเต้น ตกใจ สยองขวัญ ได้มากกว่าภาคที่แล้วมากนัก ใช้จังหวะ jumpscare ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรียกได้ว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ชั่วโมงนั้นทำเอาคนดูหายใจไม่ทั่วท้องเลยทีเดียว หาใครขวัญอ่อนที่ตกใจง่ายคงปิดตาดูทั้งเรื่อง แต่โดยส่วนตัวแล้วอารมณ์ความหวาดกลัวในเชิงลึกของจิตใจนั้นยังทำได้ไม่ดีเท่ากับภาคที่ 1นัก ที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ คือการแสดงของตัวละคร จัดว่าเป็นการ casting ตัวละครได้มหัศจรรย์ และดีงามที่สุดเรื่องหนึ่งในภาพยนตร์ฮอลลีวูด ตัวละครในวัยผู้ใหญ่ล้วนแต่มีบุคลิก อารมณ์ และความรู้สึกที่ต่อเนื่องกับตัวละครในวัยเด็ก ลได้อย่างราวกับเป็นคนคนเดียวกัน แม้ว่าหน้าตาของตัวละครจะเปลี่ยนไปแล้ว แต่ฝีมือในการแสดงของแต่ละคนนั้นทำให้เชื่อมต่อกับตัวละครทั้งสองยุคได้โดยที่เราไม่รู้สึกติดขัดอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว ทุกอย่างมันไหลลื่นกลมกลืนไปหมด อีกทั้งยังมีการเฉลี่ยความสำคัญของตัวละครได้ดีมาก ไม่มีใครเด่นกว่าใคร เช่น Beverly Marsh ตัวละครหญิงสาวหนึ่งเดียวในแก๊ง ที่ไหนภาค 1 นั้นค่อนข้างมีความโดดเด่นมาก ต่อพอมาในตอนโตที่รับบทโดย Jessica Chastain เธอก็ถ่ายทอดอารมณ์และความต่อเนื่องได้ดี ฝีมือการแสดงเฉียบขาดมาก อีกคนหนึ่ง Ben Hanscom รับบทโดย Jay Ryan เขายังคงความรู้สึกหลงรักตัวละคร Beverly ได้ดีมากเช่นกัน ที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือการแสดงของ Bill Skarsgard รับบทเป็นปีศาจร้ายเพนนี่ ไวซ์ ช่างยอดเยี่ยมเสียนี่กระไร จอมปีศาจตนนี้กลับมาพร้อมกับลูกล่อลูกชน การล่อลวง การหลอกหลอนที่จะขาดและมีชั้นเชิงมากกว่าฉันที่แล้วหลายเท่า แม้แต่เสียงหัวเราะและรอยยิ้มดวงตาก็สร้างความกลัวให้กับตัวละครและคนดูได้อย่างเหลือเชื่อ หนังเล่าเรื่องในมุมลึกของอารมณ์ได้ค่อนข้างดีมาก ยังคงเกาะติดกับอารมณ์ความกลัวของมนุษย์ และความ "ขี้แพ้" ของมนุษย์ เล่าผ่านตัวละครแก๊งขี้แพ้ถึงแม้ว่าแต่ละคนนั้นล้วนแต่ประสบความสำเร็จในอาชีพการงานและครอบครัว หรือบางคนสามารถเอาชนะการเหยียดหยามเรื่องบุคลิกร่างกายได้ แต่แท้จริงแล้วลึก ๆภายในใจนั้นทุกคน ก็ยังมีความกลัวฝังใจเป็นตะกอนนอนก้นอยู่ รอวันว่าจะมีเหตุการณ์หรือใครกวนมันขึ้นมา ซึ่งก็คือ 27 ปีให้หลังมานี้แหละ เรียกได้ว่าแม้ว่าจะโตขึ้นมากแค่ไหนก็ตามแต่ความกลัวบางสิ่งบางอย่างนั้นก็ยังติดตามไปเรื่อย ๆ ต่อให้พยายามที่จะลืมมันไปมากเท่าไหร่ แต่เมื่อความทรงจำอันเลวร้ายรวมถึงอารมณ์ความกลัวนั้นหวนกลับมาได้เสมอ มันจะสร้างความกลัวให้กับคุณได้เช่นเดิม รวมถึงต่อให้คุณประสบความสำเร็จมากแค่ไหน ไอ้ความรู้สึก "ขี้แพ้" มันก็ยังคงอยู่ในใจเช่นเดิม การเชื่อต่อเดิมเต็มจากภาค 1 สู่ภาค 2 ถือว่าทำได้ดีปิดรอยต่อได้ อีกทั้งยังขยายรอยต่อเดิมแล้วเพิ่มความสำคัญมาก ๆ ใส่ลงไป แล้วขยี้ให้เป็นความสำคัญของเรื่องได้อย่างดี โดยเฉพาะการกลับไปหาความทรงจำ แล้วก็ทำบางสิ่งบางอย่างจากสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับความทรงจำนั้น เป็นการแสดงให้เห็นว่าเรื่องบางเรื่องเราสามารถที่จะเลือกที่จะไม่จำได้ การสร้างตัวละครปีศาจ ประเด็นนี้ก็ถือว่าเทพมาก ๆ ปีศาจหรือผีมีการออกแบบให้ รู้สึกว่าเราห่างหายกับภาพลักษณ์แบบนี้ไปนานแสนนาน นับตั้งแต่ที่วัฒนธรรมการออกแบบผีหรือปีศาจให้มีความเป็นเอเชียในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมานี้นั้นได้รับความนิยมอย่างมากนับตั้งแต่ JU-ON, The Ring เราก็มักจะเจอแต่ผีแบบเอเชียในหนังฝั่งตะวันตกซะมาก แต่ปีศาจในเรื่อง It Chapter 2 นี้ มีกลิ่นในการออกแบบให้สอดคล้องกับผีปีศาจในยุค 80's แม้จะทำให้ดูรู้สึกว่าไม่ค่อยน่ากลัวเท่าที่ควรก็ตาม ผมกลับมองว่านี่คือเสน่ห์อย่างหนึ่งของหนังเรื่องนี้เลยนะ หัวใจสำคัญของเรื่อง ก็ยังคงเล่นกับประเด็นจิตวิทยา เรื่องความกลัวและความทรงจำฝังใจในอดีต การ bully ความรู้สึกภายในใจว่าเป็นคนขี้แพ้ ซึ่งเรียกว่าคลุมประเด็นได้ดี และนำสิ่งเหล่านี้มาใช้ตลอดทั้งเกือบ 3 ชั่วโมงได้ทรงประสิทธิภาพ ขับเน้นพลังทางอารมณ์และแรงจูงใจของตัวละครแต่ละตัวออกมาได้อย่างมีชั้นเชิง ผนวกกับการแสดงของตัวละครแต่ละตัวด้วยแล้ว ถือว่าเป็นจุดที่ชนะเลิศที่สุดเลยทีเดียว และประเด็นเรื่อง "รวมกันเราอยู่แยกหมู่เราตาย" ก็ยังคงใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน

การเซ็นสัญญากับ Kyle Fuller อดีตคอร์เนอร์แบ็กของ Chicago Bears เปรียบเหมือนโบนัสก้อนโตของ Denver Broncos ตามมุมมองของ George Paton จีเอ็มของทีมม้าป่า

George Paton ผู้จัดการทั่วไปของ Denver Broncos ยกให้การเซ็นสัญญากับ Kyle Fuller อดีตคอร์เนอร์แบ็กของ Chicago Bears เป็นโบนัสก้อนโตของทีมม้าป่า เนื่องจากเป็นผู้เล่นที่ลงล็อคกับเกมป้องกันของเฮดโค้ช วิค ฟานจิโอ ตามรายงานจากเอ็นเอฟแอลเน็ตเวิร์คเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

Bears ตัดสินใจปล่อยตัว Fuller คอร์เนอร์แบ็กดีกรี 'ออล-โพร' 1 สมัยและ 'โพร โบวล์' 2สมัย วัย 29 ปี ออกจากทีมด้วยข้อจำกัดเรื่องเพดานเงินเดือน ก่อน Broncos จะดึงมาร่วมทีมด้วยสัญญา 1 ปี มูลค่า 9.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นการกลับมาร่วมงานกับเฮดโค้ชทีมม้าป่าอีกครั้ง หลัง ฟานจิโอ เคยทำงานฐานะโค้ชทีมรับของ Bears ในช่วงปี 2015-2018

Kyle Fuller

'Kyle เป็นเพียงสัญชาตญาน เขาเป็นสัตว์แพทย์ที่เชี่ยวชาญ มีทักษะที่ดีจริงๆและมีการอ่านเกมที่ยอดเยี่ยม' Paton กล่าวชม Fuller 'เขาเหมาะกับสิ่งที่ วิค กำลังทำอยู่ที่นี่และเขาเคยมีปีดีที่สุดกับ วิค แค่ได้คนแบบนั้นมาช้าสุดเท่าที่เราทำได้คือโบนัสก้อนโต แทงบอลออนไลน์

ตอนนี้เราไม่จำเป็นต้องบังคับมันในร่างดราฟท์และเราไม่ต้องบรรลุ เราไม่ต้องเลือกคอร์เนอร์ เรามี (โรนัลด์) ดาร์บี้ เรามี Fuller และเรามีพวกหนุ่มๆ น่นเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเราจริงๆ'

Orlando Brown

Orlando Brown Jr. จะเป็นคำตอบระยะยาวตำแหน่งแท็คเกิ้ลซ้ายของ Kansas City Chiefs หลังทัพหัวหน้าเผ่าเทรดมาจาก Baltimore Ravens

Kansas City Chiefs อัพเกรดตำแหน่งแท็คเกิ้ลซ้ายด้วยการเจรจาเทรด Orlando Brown Jr. ออฟเฟนซีฟแท็คเกิ้ลวัย 24 ปีมาจาก Baltimore Ravens เหลือเพียงขั้นตอนการตรวจร่างกายเท่านั้น ตามรายงานจากเอ็นเอฟแอลเน็ตเวิร์คเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ufabet

ตามรายงานจาก เอียน ราโพพอร์ท เครือข่ายเอ็นเอฟแอลเน็ตเวิร์คระบุว่า Chiefs ส่งสิทธิดราฟท์รอบแรกปี 2021 (อันดับ 31), รอบ 3 (อันดับ 94), รอบ 4 (อันดับ 136) และ รอบ 5 ปี 2022 เทรดแลก Brown พร้อมสิทธิดราฟท์รอบ 2 (อันดับ 58) และ รอบ 6 ปี 2022 เหลือเพียงขั้นตอนการตรวจร่างกายผู้เล่นวัย 24 ปีเท่านั้น

Chiefs ต้องการเติมเต็มช่องว่างตำแหน่งแท็คเกิ้ลซ้ายหลังการปล่อยตัว อีริก ฟิชเชอร์ ออกจากทีมในช่วงปิดฤดูกาลนี้ จนกระทั่งลงเอยกับ Brown อดีตดราฟท์รอบ 3 คลาส 2018

Brown ร้องขอเทรดกับ Ravens เนื่องจากเขามีความตั้งใจที่จะเล่นแท็คเกิ้ลซ้าย แต่ บัลติมอร์ มี รอนนี่ สแตนลี่ย์ เป็นแท็คเกิ้ลซ้ายตัวจริงที่เซ็นสัญญา 5 ปี

มูลค่า 112.866 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วงเดือนตุลาคมปี 2020 ดังนั้น บราวน์ จึงถูกโยกมาเล่นแท็คเกิ้ลขวา แต่หลังการบาดเจ็บของ สแตนลี่ย์ ทำให้ บราวน์ กลับมาเล่นแท็คเกิ้ลซ้ายอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม Brownต้องการเล่นแท็คเกิ้ลซ้ายระยะยาวเนื่องจากเป็นตำแหน่งที่ได้รับค่าตอบแทนมากสุดของออฟเฟนซีฟไลน์ ก่อนจะสมหวังได้ย้ายมาเล่นตำแหน่งดังกล่าวกับ Chiefs หลังออกสตาร์ทมา 42 เกมจากการเล่นแท็คเกิ้ลทั้งสองฝั่ง

THE MATRIX 1 (1999) เพาะพันธุ์มนุษย์เหนือโลก
The Matrix (เดอะ เมทริกซ์) นับเป็นภาพยนตร์ที่ให้ความบันเทิงที่หลากหลาย แถมยังจัดเป็นหนังไซไฟสุดอาร์ตที่แสนจะสลับซับซ้อน ซึ่งเหตุการณ์ต่างๆในเรื่องดูเหมือนจะซ่อนโค้ดปริศนาให้ผู้ชมขบคิดกันได้แทบทุกฉาก รวมถึงการแฝงคำคม ปรัชญาและข้อคิดอันไม่มีที่สิ้นสุด และแม้เวลานับจากภาคแรกจนถึงตอนนี้ก็ผ่านไปกว่า 20 ปี แล้ว แต่ The Matrix ก็ยังถูกพูดถึงและกลายเป็นหนังไซไฟที่ดีที่สุดตลอดกาลสำหรับคนดู และนี่คือเรื่องราวของโลกเดอะแมทริก ช่วง ค.ศ.2100 เกิดสงครามระหว่างเครื่องจักรกับมนุษย์ โดยระยะแรกของสงคราม มนุษย์ประสบความสำเร็จในการปิดกั้นท้องฟ้า จนกระทั่งพวกเครื่องจักรไม่อาจใช้พลังงานแสงอาทิตย์ได้ แต่อย่างไรก็ตามเครื่องจักรก็เป็นฝ่ายได้รับชัยชนะเหนือเผ่าพันธุ์มนุษย์ในที่สุด พร้อมด้วยแหล่งพลังงานใหม่ที่เครื่องจักรค้นพบซึ่งก็คือพลังงานจากร่างของมนุษย์ผู้เป็นปรปักษ์ นับแต่นั้นมา มวลมนุษย์ก็ถูกจองจำกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่เติบโตขึ้นภายในแคปซูลอันมีหุ่น-เคลื่องจักร A.I.ควบคุมกุมชะตา คนจริงๆกำลังหลับใหลและถูกควบคุมโดยโลกเสมือนหรือโลกเครือข่ายที่เรียกว่า "Matrix" ซึ่งเป็นเพียงระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การนอนในแคปซูลเป็นเวลานานจะหลอกจิตใจมนุษย์ให้เพ้อฝันว่าเขายังคงใช้ชีวิตตามปกติในทุกๆด้านการอาศัยอยู่ในโลกเช่นนี้มนุษย์ถูกดึงเอาความร้อนและพลังงานไฟฟ้ามาใช้เป็นพลังของเครื่องจักร วิธีนี้เส้นทางเครื่องทั้งหมดจะยังคงมีอยู่ในโลกเสมือนจริง
😎 The Matrix 2 - Saladpuk.com
ได้จำลองโลกในยุคสมัยศตวรรษ์ที่ 21 เนื่องด้วยสภาพแวดล้อมเหมือนโลกจริงมาก ทำให้มนุษย์ที่เชื่อมกับเมทริกซ์ต่างไม่ได้ตระหนักหรือตั้งข้อสงสัยถึงลักษณะที่แท้จริงของมัน แต่อย่างไรก็ตาม มีมนุษย์บางกลุ่ม เกิดมีปัญญาได้รับรู้ความจริงของเมทริกซ์ ว่ามันเป็นแค่สิ่งลวงจิตไม่ใช่ของจริง ส่งผลให้พวกเขาพยายามดิ้นรนจนหลุดพ้นออกจากเมทริกซ์ และไปพำนักหลบซ่อนอยู่ในสถานที่ที่เรียกว่าไซออน เพื่อรอวันปลดแอกจากเหล่าพวกเครื่องจักร นั่นคือช่วงเวลาก่อนเหตุการณ์ในภาพยนตร์เรื่องแรกของไตรภาค The Matrix ที่ได้ฉายออกไปทั่วโลก ภาคแรกในปี 1999 ได้ก่อกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมาย รวมถึงการสร้างแนวทางของภาพยนตร์แอ๊คชั่นขึ้นใหม่ และนี่คือเรื่องราวในภาคที่1 The Matrix เดอะ เมทริกซ์ เพาะพันธุ์มนุษย์เหนือโลก ทรินิตี้ หนึ่งในผู้หลุดพ้นจากเดอะเมทริก ได้แอบเข้าไปในโลกชของแมททริกอีกครั้งเพื่อหาข้อมูลของผู้ปลดปล่อยหรือเดอะวันตามคำทำนายของเทพยากรณ์ แต่สายลับที่คอยดักจับและเก็บกวาดมนุษย์ที่เข้าสู่ระบบโดยผิดกฏหมายของเดอะแมททริกซ์ รับรู้การเข้ามาของทรินิตี้ และตามไล่ล่า แต่ทรินิตี้ก็หนีอออกไปได้ ทางด้าน Neo ชายหนุ่มที่ใช้ชีวิตอยู่ในโลกเดอะแมทริกและมีอาชีพเป็นแฮคเกอร์ วันหนึ่งเขาได้รับข้อความจาก มอเฟียส ชายนิรนาม ให้ไปพบกับทรินิตี้ที่รออยู่ ทรินิตี้บอก Neo ว่าเขามีอันตรายจากบางสิ่งและบอกถึงปริศนาที่ Neo สงสัยเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเขา เช้าวันรุ่งขึ้นนีโอได้รับซองปริศนาจากมอเฟียสที่ติดตามดูนีโอมานานเพราะเชื่อว่านีโอคือผู้ปลดปล่อย มอเฟียสได้ช่วยเหลือนีโอให้รอดจากการตามล่าของพวกสายลับแต่ก็ไม่สำเร็จ Neo ถูกสายสายลับจับไปและถูกสอบสวนเพื่อค้นหาความจริงเรื่องมอเฟียส เพราะรู้ว่ามอเฟียสติดต่อกับนีโอ Neo ไม่ยอมให้ความร่วมมือพวกสายลับจึงใส่เครื่องติดตามเข้าไปในตัวของ Neo เมื่อ Neo ได้สติกลับมาอีกครั้ง เขาตัดสินใจตามหามอเฟียสและพบกับทรินิตี้ที่ช่วยเอาเครื่องติดตามออก ทรินิตี้ที่พานีโอไพบกับมอเฟียส มอเฟียสได้อธิบายว่า Matrix คืออะไร มอเฟียสให้นีโอเลือกกินยา1เม็ดระหว่างเม็ดสีฟ้ากับสีแดง เม็ดสีฟ้าจะทำให้เขาถูกลบความจำและกลับไปสู่โลกแมทริกใช้ชีวิตเหมือนเดิม ส่วนสีแดงจะทำให้มีโอกาสพบกับโลกแห่งความจริง Neo เลือกกินเม็ดสีแดงและตื่นขึ้นมาในโลกแห่งความจริง หลังพักฟื้นร่างกาย และมีโอกาสฝึกฝนตัวเองผ่านโปรแกรมต่างๆรวมถึงฝึกจากมอเฟียสด้วย มอเฟียสได้นำ Neo ไปพบกับ เทพพยากรณ์ เทพพยากรณ์ได้บอกเกี่ยวกับอนาคตที่จะเกิดขึ้นกับนีโอและมอเฟียสว่าใครคนใดคนหนึ่งจะต้องเสียชีวิตและนีโอจะต้องเป็นคนเลือก เมื่อภารกิจกำลังจะสิ้นสุด มอเฟียสถูกสายลับจับตัวไป ทุกคนจึงลงมติให้ถอดปลั๊กที่เชื่อมต่อกับโลกเดอะเมทริกของมอเฟียสออกเพื่อไม่ให้ข้อมูลรั่วไหล นีโอเลือกที่จะเข้าไปช่วยมอเฟียสเพราะเขาเชื่อในศรัทธาของตัวเอง นีโอกับทรินตี้บุกเข้าไปช่วมอเฟียส ขณะที่สมิธ 1 ในสายลับของเมทริกซ์วางแผนกบฏเพราะเขาอยากจะเป็นอิสระภาพจากเมทริกซ์ สมิธพยายามเค้นความลับและรหัสของไซอ้อนจากมอเฟียสแต่ก็ไม่สำเร็จ นีโอได้เข้าไปช่วยมาเฟียและพากันหนีรอดออกมาได้ทั้งสามคน พวกเขาได้พากันไปที่ประตูทางออก แต่สมิทตามมาทันก่อนที่นีโอจะออกไปได้ นีโอเริ่มเชื่อในศรัทธาของมอเฟียสจึงตัดสินใจสู้กับสมิทตัวต่อตัว แต่มันก็ยังเร็วเกินไป นีโอได้พ่ายแพ้ต่อสมิธและถูกสมิธปลิดชีพ ก่อนที่จะสิ้นหวังทรินิตี้ได้สารภาพรักกับ Neo ทำให้ Neo พื้นขึ้นมาใหม่และกลายเป็นผู้ปลดปล่อยอย่างเต็มตัว นีโอปลดปล่อยสมิทออกจากระบบ และก็ได้ประกาศตัวเป็นผู้ปลดปล่อยอย่างเป็นทางการให้เหล่าเครื่องจักรได้รับรู้ นั่นคือปฐมบทมหากาพย์ปรัชญาไซไฟที่เดอะเมททริกซ์ได้สร้างขึ้น ให้ผู้ชมทั้งโลกที่ได้ชมและเห็นพ้องต้องกันว่านี่คืองานที่เหนือล้ำคำว่าภาพยนตร์ในขณะนั้นไปแทบทุกจุด ทั้งเทคโนโลยีการสร้างหนัง แอคชั่นรสชาติใหม่ และข้อขบคิดไม่จบสิ้น และด้วยความสำเร็จระดับนี้ เดอะ เมทริกซ์ ในลำดับที่ 2 จึงตามออกมาในปี2003 ในชื่อ เดอะ เมทริกซ์ รีโหลดเดด : สงครามมนุษย์เหนือโลก 2 ปี ผ่านไปหลังจากการปลดปล่อยตัวเองได้อย่างสมบูรณ์และกลายเป็นเดอะวัน ทำให้นีโอต้องปฏิบัติภารกิจต่างๆเพื่อยุติสงครามตามคำทำนายของเทพยากรณ์และความเชื่อของมอร์เฟียส ในนิมิตของเขานั้น เขาได้เห็นทรินิตี้คนรักต้องตาย แต่ไม่ทันจะได้คลายข้อสงสัย ข่าวสารจากยานโอไซริสซึ่งส่งมาก่อนจะสูญหายไป ก็ได้ระบุว่าพวกเครื่องจักรบนพื้นโลกกำลังทำการขุดเจาะลงใต้พื้นดิน มายังตำแหน่งเป้าหมายก็คือไซออน เมืองสุดท้ายของมนุษยชาติ นั่นหมายความว่าถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง สุดท้ายแล้วพวกเครื่องจักรก็จะบุกมาถึงไซออน และถึงคราวสูญสิ้นของเผ่าพันธุ์มนุษย์ในที่สุด นีโอซึ่งกำลังสับสนระหว่างเส้นทางของตัวเองและอนาคตของมนุษย์ที่เหลือ ตัดสินใจไปพบกับเทพพยากรณ์เพื่อขอคำปรึกษา ขณะเดียวกันสายลับสมิธซึ่งน่าจะถูกทำลายไปแล้วก็กลับมาอีกครั้ง คราวนี้เขามีพลังอำนาจเหมือนกับนีโอทุกประการ ที่ร้ายกว่านั้นคือเขาสามารถเปลี่ยนผู้คนอื่นในเมทริกซ์ให้กลายเป็นตัวเขาเองด้วย นีโอเพิ่งจะพบว่าแท้จริงแล้วเทพยากรณ์นั้นไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นโปรแกรมที่เขียนขึ้นโดยเมทริกซ์ ทำให้เขาไม่แน่ใจว่าจะเชื่อเธอได้หรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามคำแนะนำจากเทพยากรณ์ก็คือ สงครามนั้นใกล้จะถึงจุดสุดท้ายเต็มที และหนทางเดียวที่จะแก้ปัญหาได้ก็คือการกลับไปสู่แหล่งกำเนิด หลังจากนั้นสมิธได้ปรากฏตัวขึ้นทั้งสองได้ต่อสู้กันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ทำให้นีโอรู้ว่าเขาไม่สามารถที่จะต่อกรกับ Smith เป็นพันๆตัวได้ นีโอรอดออกมาได้ พวกเขาจึงหาทางสู่แหล่งกำเนิด ซึ่งหนทางจะไปสู่แหล่งกำเนิดนั้นจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากบุคคลที่ถูกเรียกว่า Key Master หรือช่างทำกุญแจ แต่ว่าตอนนี้ Key Master ถูกคุมขังไว้ด้วยโปรแกรมอันตรายโปรแกรมหนึ่ง ซึ่งพวกเขาจะต้องหาทางเจรจาเพื่อให้ได้ตัวช่างทำกุญแจมา แต่ก็ทำให้มีการต่อสู้กันเกิดขึ้นและช่วย Key Master ออกมาได้ และนีโอก็สามารถเข้าไปหาสถาปนิกผู้ออกแบบเดอะแมทริก สถาปนิกอธิบายต้นกำเนิดและระบบของเมทริกซ์ให้นีโอฟังและให้ Neo เลือก 2 ประตูระหว่างหนทางสู่แหล่งกำเนิดทางรอดเดียวของไซอ้อนหรือกลับไปสู่ Matrix เพื่อไปช่วยที่นิตี้และพร้อมรับจุดจบ นีโอเลือกจะกลับไปเมทริกซ์ด้วยความเร็วสูงและช่วยทรินิตี้ไว้ได้ทัน เขาอธิบายให้มอเฟียสฟังว่าคำทำนายนั้นโกหกและสงครามจะยุติจริงใน 24 ชั่วโมงแต่ไซอ้อนจะต้องถูกทำลาย และเรื่องก็ยิ่งลุกลามขึ้นเมื่อสมิธนั้นมีพลังไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่แค่ในเมทริกซ์ แต่เขาสามารถออกมาสู่โลกจริงได้แล้ว และจุดมุ่งหมายตอ่ไปของเขาก็คือยึดครองอำนาจ แก้แค้น ทั้งในเมทริกซ์ และโลกแห่งความจริง รวมถึงนครเครื่องจักอีกด้วย
เมทริกซ์
The Matrix Revolutions ปฏิวัติมนุษย์เหนือโลก เครื่องจักรจะยึดไซออนในอีก 20 ชั่วโมง Neo ฟื้นขึ้นที่ว่างระหว่างโลกของแมทริกและโลกแต่งเครื่องจักรที่ไม่มีใครสามารถหาเจอ เทพพยากรณ์ได้นำข่าวมาบอกมอเฟียสเพื่อให้ไปช่วยนีโอ นีโอได้คุยกับเทพพยากรณ์และค้นพบว่าจุดกำเนิดที่แท้จริงของเมทริกซ์อยู่ที่นครเครื่องจักร และยังรู้ว่า Smith นั้นเป็นด้านมืดของตัวเขาเอง Smithจะทำลายทุกๆอย่างไม่ให้เหลือ เมื่อนีโอกลับไปเมทริกซ์ ได้รู้ว่าสมิทได้เข้ายึดครองแมทริกทั้งหมดและมีพลังพอๆเขา Neo เดินทางไปยังนครเครื่องจักรพร้อมกับทรินิตี้ แต่ก็ถูกสมิทที่แทรกซึมระบบเข้ามาโจมตีทำให้ Neo ตาบอดทางด้านไซออน เครื่องจักรได้นำครามมาถึงและปะทะกันอย่างดุเดือด ฝ่ายนีโอได้มาถึงนครเครื่องจักแต่ก็ต้องสูญเสียทีนิตี้ไป Neoได้ทำการเจรจากับเครื่องจักรและสงครามได้หยุดลงชั่วขณะหนึ่ง นีโอได้เจรจาว่าเขาจะทำลายสมิทให้เมทริกซ์ แต่ต้องแลกกับการที่กองทัพเครื่องจักรหยุดการโจมตีไซออน นีโอเข้าไปใน The Matrix และปะทะสมิธที่รออยู่ การปะทะกันระหว่างสมิทกับลีโอเป็นไปอย่างสูสี แต่ทว่าพลังของสมิธนั้นมีมากเกินกว่าที่นีโอจะรับไหว Smith ได้เข้ายึดครองร่างของนีโอ แต่นั่นคืออุบาย Neo สร้างขึ้นมา เมื่อร่างของนีโอที่ถูก Smith ยึดกลายเป็นร่างต้นที่มีพลังสูงสุด เครื่องจักรก็ได้ทำการระเบิดร่างของนีโอทิ้งและร่างก็อปปี้ของสมิททั้งหมดก็ถูกระเบิดไปด้วยเช่นเดียวกัน สงครามได้สิ้นสุดลง ทุกอย่างใน Matrix กลับสู่ปกติ ไม่มีฝ่ายใดเป็นฝ่ายชนะ และเรื่องราวทั้งหมดนี้คือการทดลองหนึ่งของเครื่องจักร ที่สร้างความเชื่อแก่มนุษย์ว่าพวกเขาจะมีผู้ปลดปล่อยและสามารถกอบกู้ แต่ความจริงนั้นมนุษย์ได้พ่ายแพ้ไปนานแล้ว และจะไม่มีทางเปลี่ยนแปลงอะไรได้อีก แต่ว่าเครื่องจักรนั้นก็ยอมรับกับสิ่งที่นีโอได้สร้างขึ้น และยอมปลดปล่อยคนที่อยากจะออกจาก The Matrix จบไปกับมหากาพย์ไตรภาคไซไฟ ที่เป็นเพียงแค่ไตรภาคแรกของโลกเดอะเมทริกซ์ อีกไม่นานเราจะได้พบกับการกลับมาของมหาไซไฟยอดนิยมที่ผสมผสานความเป็นแอคชั่นเข้ากับปรัชญาและสัญญะทางศาสนาให้เราได้นำกลับไปคิด ถกเถียง พูดคุยกันต่อได้ไม่สิ้นสุด และด้วยเหตุนี้เอง The Matrix จึงกลายเป็นไซไฟในตำนานที่อาจจะมีคุณค่าเหนือกว่าหนังไซไฟเรื่องใดๆในโลก สุดท้าย คุณคิดว่าชีวิตของคุณ มีส่วนไหนบ้างที่เปรียบเสมือนโลกเดอะแมทริกซ์ คอมเม้นออกความเห็นกันมาได้บนพื้นที่ของช่องที่มีแต่การแลกเปลี่ยน ไม่มีผิดไม่มีถูก มีแต่ความสุขที่ได้คุยกัน และถ้าหากคุณชอบเนื้อหาในช่องของเราก็เพียงให้กำลังใจกันด้วยการกดไล้ กดแชร์ และกดติดตามพร้อมกดปุ่มกระดิ่งไว้เพื่อไม่ให้พลาดคอนเท้นดีๆจากเรา และถ้าหากคุณสะดวกดูอีกช่องทาง เพจคอหนังเดอะไฟนอลคัทก็ยังรอให้คุณไปกดถูกใจอยู่ สุดท้ายๆสุดผมน้าเดี่ยวและเดอะไฟนอลคัท ดูซีรีย์ญี่ปุ่น