Bot The International 3 กลับมาแข่ง 23 ก.ย. นี้

ศึก Bot The International จะกลับมาแข่งขันเป็นปีที่ 3 จากการยืนยันของ Beyond the Summit

แฟน DOTA 2 เฮ! Bot The International 3 กลับมาแข่ง 23 ก.ย. นี้

แม้ The International หรือ T10 ในปีนี้ จะถูกเลื่อนออกไป เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่อย่างไรก็ตาม Beyond the Summit ได้ยืนยันว่าพวกเขาจะจัดการแข่งขัน Bot The International 3 อย่างแน่นอนแล้ว

การแข่งขันดังกล่าว จะนำ AI หรือ Bot ฮีโร่ตัวเดียวกันทั้งทีม มาแข่งขันกับทีมคู่ต่อสู้ที่เป็นฮีโร่อีกตัวหนึ่ง ในระบบ Bo3 โดยจะเริ่มต้นด้วยรอบ 128 ทีม ในวันที่ 23 กันยายน นี้

สำหรับการแข่งขัน Bot The International 3 สามารถรับชมได้ผ่านทาง Twitch ของ Beyond the Summit

อ่านเพิ่มเติม : Ilya Vlasov เผยเหตุผล 3 ข้อ! Reality Rift ประกาศยุบทีม Dota 2

สนับสนุนโดย แทงบอล

ดวงจันทร์ (The Moon) ​เป็นบริวารดวงเดียวของโลกและมีขนาดเล็กกว่าโลกมาก หลังจากการก่อตัวของระบบสุริยะ ดวงจันทร์เย็นตัวอย่างรวดเร็วจนโครงสร้างภายในกลายเป็นของแข็งทั้งหมดจึงไม่มีสนามแม่เหล็ก  ดวงจันทร์มีมวลน้อยจึงมีแรงโน้มถ่วงน้อยจนไม่สามารถดึงดูดบรรยากาศไว้ได้  การที่ไม่มีชั้นบรรยากาศห่อหุ้มอยู่เลย ทำให้อุกกาบาตพุ่งชนพื้นผิวโดยอิสระไร้แรงเสียดทาน พื้นผิวของดวงจันทร์จึงปกคลุมไปด้วยฝุ่นผงและกรวดอุกกาบาต  เมื่อมองดูจากโลกเรามองเห็นพื้นที่สีคล้ำบนดวงจันทร์เป็นรูปกระต่าย  คนสมัยก่อนเข้าใจว่า บริเวณนั้นเป็นทะเลบนดวงจันทร์ แต่ปัจจุบันเป็นที่ทราบดีกันแล้วว่าบนดวงจันทร์ไม่มีน้ำ  พื้นที่แอ่งสีคล้ำบนดวงจันทร์เกิดขึ้นจากการพุ่งชนของอุกกาบาตขนาดใหญ่ในยุคแรกของระบบสุริยะ ทำให้พื้นผิวของดวงจันทร์ทะลุจนแมกมาซึ่งอยู่ข้างใต้ไหลขึ้นมาแข็งตัวเป็นหินบะซอลต์  ในยุคหลังๆ อุกกาบาตได้พุ่งชนและหลอมรวมกับดาวเคราะห์และดวงจันทร์ต่างๆ ของระบบสุริยะจนหมดแล้ว เหลือแต่อุกกาบาตขนาดจิ๋วซึ่งยังคงกระหน่ำชนพื้นผิวดวงจันทร์อยู่ตลอดเวลา

ดวงจันทร์หันด้านเดียวเข้าหาโลก เนื่องจากปฏิสัมพันธ์ของแรงไทดัลของโลกและดวงจันทร์ ทำให้ดวงจันทร์หมุนรอบตัวเองใช้เวลาเท่ากับที่ดวงจันทร์โคจรรอบโลก ด้านตรงข้ามที่หันออกจากโลก (Far side of the Moon) จึงเต็มไปด้วยหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่เพราะดวงจันทร์ทำหน้าที่ปกป้องโลกไปในตัว และแม้ว่าดวงจันทร์จะมีขนาดเล็กกว่าโลกมากแต่ดวงจันทร์ก็มีอิทธิพลกับโลกมาก ทำให้เกิดปรากฏการณ์ต่างๆ เช่น ข้างขึ้นข้างแรม น้ำขึ้นน้ำลง สุริยุปราคา จันทรุปราคา  นักวิทยาศาสตร์พบว่า ดวงจันทร์กำลังเคลื่อนที่ช้าลงและห่างจากโลกมากขึ้น

ปี พ.ศ.2502 สหภาพโซเวียต (รัสเซีย) ได้ส่ง ลูนา 2 ยานอวกาศลำแรกลงไปสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์  สิบปีต่อมาในวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2512  สหรัฐอเมริกาได้ส่ง อะพอลโล 11 ยานอวกาศลำแรกที่พามนุษย์คือ นีล อาร์มสตรอง และ เอ็ดวิน อัลดริน ไปเหยียบพื้นผิวดวงจันทร์และนำหินบนดวงจันทร์กลับมาตรวจสอบพบว่ามีอายุถึง 3,000 – 4,600 ล้านปี ซึ่งเก่าแก่กว่าหินบนพื้นโลก นับเป็นหลักฐานที่สำคัญเกี่ยวกับการเกิดของระบบสุริยะในยุคเริ่มแรก  ยานอวกาศรุ่นใหม่ที่ส่งไปสำรวจดวงจันทร์ ได้แก่ คลีเมนไทน์ และ ลูนาร์โพรสเปคเตอร์ ให้ข้อมูลที่บ่งบอกว่า อาจมีน้ำแข็งอยู่ที่ก้นหลุมอุกกาบาตที่บริเวณขั้วของดวงจันทร์ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่แสงอาทิตย์ส่องลงไปไม่ถึง  อย่างไรก็ตาม จากการบังคับยานลูนาร์โพรสเปคเตอร์ให้พุ่งชนดวงจันทร์ไม่ตรวจพบว่ามีเศษน้ำแข็งกระเด็นออกมา

ดวงจันทร์ (The Moon) บริวารดวงเดียวของโลก - สาระน่ารู้

คำอธิบายภาพ

1. พื้นที่สีคล้ำเกิดจากการแมกมาไหลออกมาปกคลุมก้นหลุมอุกกาบาต รอยแตกกระจายเบื้องล่างเกิดจากอุกกาบาตพุ่งชนทำให้เกิดหลุมไทโค ภายหลังที่โครงสร้างภายในของดวงจันทร์แข็งตัวหมดแล้ว
2. นักบินอวกาศ ชาลส์ คอนราด จากยานอะพอลโล 12 ถ่ายรูปกับยานเซอเวเยอร์ 3 ซึ่งถูส่งลงมาสำรวจล่วงหน้าก่อนสองปี
3. รอยเท้าของ นีล อาร์มสตรอง มนุษย์คนแรกที่เหยียบดวงจันทร์
4. เทคนิคภาพสี False color ทำให้มองเห็นสภาพตะกอนพื้นผิวที่แตกต่างกัน
5. ภาพวาดแสดงให้เห็นการสำรวจถ้ำลาวาบนดวงจันทร์
6. นักบินอวกาศยานอะพอลโล 8 มองเห็นโลกขึ้นจากดวงจันทร์
7. บริเวณหลุมโคเปอร์นิคัส เป็นพื้นที่ๆ มีอายุน้อยที่สุดบน ดวงจันทร์

ข้อมูลสำคัญ​
ระยะทางเฉลี่ยจากโลก 384,400 กิโลเมตร
คาบวงโคจรรอบโลก 27.32 วัน
ความรีของวงโคจร 0.054
ระนาบวงโคจรทำมุมกับระนาบสุริยวิถี 5.145°
แกนเอียง 6.68°
หมุนรอบตัวเองใช้เวลา 27.32 ชั่วโมง
รัศมี 1,737 กิโลเมตร
มวล 0.0123 ของโลก
ความหนาแน่น 3.341 กรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร
แรงโน้มถ่วง  0.166 เท่าของโลก
ไม่มีบรรยากาศ และยังไม่ตรวจพบน้ำ
อุณหภูมิ  -233°C 123°C

Michael ‘shroud’ Grzesiek อดีต โปร CS:GO ที่ผันตัวไปเป็นสตรีมเมอร์ตั้งแต่ปี 2018 ออกมาไขข้อข้องใจหลังมีข่าวลืมว่าเขา จะกลับเข้าสู่วงการอีสปอร์ตอีกครั้ง กับเกม FPS ของ Riot Games อย่าง Valorant

แม้จะเป็นหนึ่งในสตรีมเมอร์ระดับท็อปของโลก แต่ shroud ก็ตกเป็นข่าวลือว่าจะคืนวงการอีสปอร์ตอยู่เสมอ นับตั้งแต่ Apex Legends จนถึง CoD: Warzone และแฟนๆของเขาสมัยยังลงแข่งกับ Cloud9 ต่างก็อยากเห็นเขากลับมาลงแข่งอีกครั้ง

จริงและไม่จริง ! Shroud โต้ข่าวลือ จะกลับเข้าสู่วงการอีสปอร์ตอีกครั้ง

ในขณะที่โปร CS:GO หลายคน ผันตัวเข้าสู่วงการ Valorant พอดีกับช่วงที่ Mixer ประกาศปิดตัว ยิ่งทำให้ข่าวลือดังกล่าวดูเหมือนจะกลายเป็นความจริงขึ้นเรื่อยๆ

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด shroud ได้ออกมาตอบข้อสงสัยดังกล่าวด้วยตัวเองแล้ว

“ผมจะร่วมทีม 100 Thieves ถ้าพวกเขายื่นข้อเสนอมา? ไม่” shroud กล่าว “ผมจะร่วมทีมแบบสแตนด์อินไหมถ้าพวกเขาต้องการผม? แน่นอน”

“ผมจะไม่มีทางเข้าร่วมทีมแบบถาวร แต่ผมยินดีที่จะลงเล่นเป็นผู้เล่นคนที่ห้า หรือถ้าพวเขาขาดคน และต้องการเติมเต็มทีม”

อ่านต่อ

ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราช หรือศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่ 1 เป็นจารึกหลักแรกที่ใช้ภาษาไทย และตัวอักษรไทย ซึ่งพ่อขุนรามคำแหงมหาราชได้ทรงประดิษฐ์ขึ้นในปี พุทธศักราช 1826 นับต่อเนื่องมาถึงในปีปัจจุบัน พุทธศักราช 2546 รวมระยเวลา 720 ปี

ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราช

ลักษณะของ ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราช เป็นแท่นหินชนวนสีขาว รูปทรงสี่เหลี่ยม ออกกลมมนมีความสูง 1 เมตร 11 เซนติเมตร ความหนา 35 เซนติเมตร มีจารึกทั้ง 4 ด้าน

ด้านที่ 1 มีอักษรจารึก 35 บรรทัด ด้านที่ 2 มีอักษรจารึก 35 บรรทัด ด้านที่ 3 มีอักษรจารึก 27 บรรทัด และด้านที่ 4 มีอักษรจารึก 27 บรรทัด ทุกหน้ามีรอยชำรุด ขีดข่วนและร่องรอยถูกกระเทาะ

มรดกแห่งความทรงจำ (Memorial of the World Project)

คณะกรรมการที่ปรึกษานานาชาติขององค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ได้ประชุมเมื่อวันที่ 28-30 สิงหาคม (พ.ศ. 2546) ที่ผ่านมา ณ เมือง กแดนซค์ (Gdansk) ประเทศโปแลนด์ มีมติเห็นชอบให้องค์การยูเนสโกจดทะเบียนระดับโลก ศิลาจารึก หลักที่ 1 ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ภายใต้โครงการมรดกแห่งความทรงจำของโลก ทั้งนี้ถือว่าศิลาจารึกหลักที่ 1 เป็นหลักฐานที่มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ การปกครอง การค้า และวัฒนธรรมของอาณาจักรสุโขทัย ที่มีความสำคัญกับนานาชาติซึ่งโครงการมรดกความทรงจำของโลกนี้เป็นโครงการเพื่ออนุรักษ์และเผยแพร่มรดกแห่งความทรงจำทีเป็นเอกสาร วัสดุหรือข้อมูลข่าวสารอื่น ๆ เช่น กระดาษ สื่อทัศนูปกรณ์ และสื่ออีเล็กทรอนิกส์ด้วย โดยที่สิ่งต่าง ๆ ดังกล่าวจะต้องมีความสำคัญ มีการเก็บรักษาให้อยู่ในความทรงจำในระดับนานาชาติและระดับภูมิภาค เมื่อองค์การยูเนสโก ได้ประกาศจดทะเบียนแล้ว ประเทศเจ้าของมรดก จะมีพันธกรณีทางปัญญาและทางศีลธรรม ที่จักต้องอนุรักษ์ให้อยู่ในสภาพที่ดี สามารถเผยแพร่ให้ความรู้แก่มหาชน อนุชนคนรุ่นหลังทั่วโลกให้กว้างขวางเพื่อให้มรดกดังกล่าวอยู่ในความทรงจำของโลกตลอดไป

ในปีนี้ (พ.ศ. 2546) กระทรวงศึกษาธิการมีแผนงานที่จะร่วมกับหน่วยงานทางการศึกษา สื่อสารมวลชน กระทรวงวัฒนธรรม และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง จัดงานสมโภชในวาระครบ 720 ปี

ส่วนรูปแบบนั้นจะเน้นเรื่องการพิมพ์และการเผยแพร่ การจัดแปลเป็นภาษาต่างประเทศ การจัดนิทรรศการ การประชุม สัมมนาทางวิชาการ และกิจกรรมสำคัญอื่น ๆ เพื่อส่งเสริมให้ความรู้ ความเข้าใจในความสำคัญของหลักศิลาจารึก ที่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ด้านการเมือง การปกครอง การค้า และวัฒนธรรมทุกด้านของไทยที่สืบทอดจากสมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน

อ่านต่อ

หลายคนสงสัยว่าทำไมมี สิงโตตั้งคู่ อยู่หน้าสำนักหอสมุดกลาง ยังไม่มีผู้ใดให้คำตอบที่แท้จริงได้ แต่คงพอจะตอบให้หายข้องใจได้บ้างว่า สิงโต เป็นเจ้าป่า กล้าหาญไม่มีสัตว์ใดเทียบได้ และยังมีอำนาจแผ่ไปทั่วทุกทิศ

หลายคนสงสัยว่าทำไมมี สิงโตตั้งคู่ หน้าสำนักหอสมุดกลาง แสดงถึงอะไร !?

สิงโตมีความสัมพันธ์กับฮวงจุ้ยในฐานะเป็นสิ่งสิริมงคล คนจีนสมัยโบราณนิยมตั้งสิงโตหินไว้ตรงสองข้างประตู เพื่อข่มหรือขับไล่สิ่งชั่วร้าย โดยเชื่อว่าสิงโตสามารถขจัดสิ่งชั่วร้ายได้ ทำให้ภูติผีปีศาจนอกประตูไม่กล้ากล้ำกรายเข้ามาในบ้าน โดยเฉพาะหน้าประตูของสถานที่ราชการ จะตั้งสิงโตหินไว้หนึ่งคู่ ซึ่งนอกจากจะทำให้น่าเกรงขามแล้วยังถือเป็นสัตว์มงคล จะนำสิ่งอันเป็นมงคลมาสู่คนในสถานที่นั้น ๆ ด้วยเหตุนี้หน้าประตูสถานที่ราชการและจวนหรือบ้านพักของขุนนางชั้นผู้ใหญ่ของจีน จึงนิยมตั้งสิงโตหินไว้หน้าประตูหนึ่งคู่ ภายหลังจึงมีการนำสิงโตหินมาใช้ขับไล่สิ่งชั่วร้ายหรือสิ่งอัปมงคล ต่อมามีการย้ายสิงโตจากนอกบ้านเข้ามาตั้งไว้ในบ้านแทน

ในทางฮวงจุ้ยกำหนดว่าต้องตั้งในตำแหน่งที่ถูกโฉลกกันกับบ้านและเจ้าของบ้าน จึงจะขับไล่สิ่งชั่วร้ายได้ นอกจากสิงโตจะเป็นสัตว์มงคลที่ให้พลัง อำนาจ บารมีและความแข็งแกร่งแล้ว ยังช่วยเสริมฐานะทางการเงินและชื่อเสียงด้วย

การตั้งสิงโตในบ้านต้องดูขนาดของสิงโตให้เหมาะสมกับขนาดของบ้าน บ้านที่ใหญ่ กว้างเหมาะกับสิงโตขนาดใหญ่ ถ้าบ้านมีขนาดเล็กก็ควรประดับด้วยสิงโตขนาดเล็ก การจัดแต่งไม่สมดุลจะทำลายพลังที่ดีและทำให้อับโชคได้เช่นกัน

สำหรับสิงโตคู่หน้าสำนักหอสมุดกลาง คาดว่าน่าจะมาจากที่สถาปนิกได้นำหลักการทางฮวงจุ้ย ในเรื่องของทำเล ที่ตั้ง ทิศทาง การจัดสภาพแวดล้อม อาศัยทิศทางความสมดุลของธรรมชาติ และการประดับสิ่งสิริมงคลมาใช้ประกอบการออกแบบ โดยอาศัยหลักการที่ว่า

  1. สิงโตหินจะต้องวางเป็นคู่ เป็นตัวเมีย 1 ตัวและตัวผู้ 1 ตัว หากว่าตัวใดตัวหนึ่งแตกหักเสียหาย จะต้องรีบเปลี่ยนสิงโตหินคู่ใหม่เลย อย่าตั้งตัวที่เหลือให้อยู่โดดเดี่ยวเดียวดาย รวมทั้งควรปรับปรุงทาสีให้ดูใหม่อยู่เสมอ
  2. ต้องหันหัวสิงโตออกด้านหน้าสถานที่ราชการเสมอ อย่าหันหัวสิงโตเข้ามาในสถานที่ราชการ หรือบ้าน ด้วยเหตุผลที่ว่าสิงโตหันหัวออกด้านนอกจะช่วยขับไล่หรือหยุดยั้งสิ่งอัปมงคลไม่ให้เข้ามารบกวนคนที่อยู่ภายในสถานที่ราชการหรือบ้านนั้น ๆ โดยทั่วไปแล้วสิงโตหินที่ตั้งไว้ตามบ้านเรือนหรือสถานที่ราชการจะหันหัวออกด้านนอกบ้านหรือสถานที่ราชการเสมอ หมายถึงการหันหัวออกไปทางประตูใหญ่ หรือหันหัวออกนอกหน้าต่าง จะประกันได้ว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

สิงโตหินคู่ที่ตั้งอยู่หน้าอาคารสำนักหอสมุดกลางนั้น ตั้งอยู่ห่างจากตัวอาคาร เดิมตั้งโดดเด่นเป็นสง่าอยู่สองข้างทางเดินด้านหน้า แต่เมื่อมีการปรับภูมิทัศน์โดยรอบอาคารสำนักหอสมุดกลาง เมื่อปี พ.ศ. 2545 โดยปรับทางเดินด้านหน้าให้เป็นสนามหญ้า ทำให้ความโดดเด่นของสิงโตลดลง แต่ยังคงยืนคู่กันอยู่สนามด้านหน้าอาคาร เปรียบเสมือนตั้งสิ่งประดับที่เป็นสิริมงคล สกัดสิ่งชั่วร้ายหรือสิ่งอัปมงคลไม่ให้เข้ามาทำร้ายคนในสำนักหอสมุดกลาง ถ้าคนคนนั้นกระทำแต่ความดีความชอบความเจริญงอกงามให้แก่ราชการ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าสิงโตคู่หน้าสำนักหอสมุดกลาง ดูจะเล็กลงไม่สมดุลกับตัวอาคารที่ขยายเพิ่มเป็นอาคาร 2 และอาคาร 3 อย่างไรก็ตามหากท่านใดมีคำตอบที่แท้จริงในเรื่องสิงโตคู่หน้าสำนักหอสมุดกลาง ขอได้โปรดแจ้งผู้เขียนด้วยจักขอบคุณยิ่ง

อ่านต่อ

ความผูกพันระหว่างคนกับช้าง !!

แผ่นดินไทย เป็นแผ่นดินที่มีความผูกพันกับช้างอย่างลึกซึ้ง ทั้งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชานชนคนไทยทั่วไป สัมพันธภาพแห่ง ความผูกพันระหว่างคนกับช้าง ปรากฏร่องรอยและเรื่องราวอยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน

ความผูกพันระหว่างคนกับช้าง สัมพันธภาพนิรันดร์กาล !

ช้างเป็นสัตว์บกที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีวิวัฒนาการผ่านกระบวนการทางธรรมชาติมานานนับหกสิบล้านปี ซึ่งมีการคาดการณ์กันว่าช้างกำลังจะสูญพันธุ์ไปภายในระยะเวลาไม่เกินห้าสิบปีนี้ และเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ยิ่งที่บนผิวพิภพอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้ มีแผ่นดินเพียงไม่กี่แห่งของผืนโลกที่ช้างยังมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นอยู่กับวิถีชีวิตของผู้คน ซึ่งหนึ่งในจำนวนนั้นคือแผ่นดินไทย สัมพันธภาพระหว่างคนกับช้างในแผ่นดินนี้ เปี่ยมล้นไปด้วยความผูกพัน ความเชื่อ ความศรัทธา ดังนั้นช้างไทยจึงมีบทบาทสำคัญต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และวิถีชีวิตคนไทย

ในสมัยโบราณจนถึงรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ช้างเกี่ยวข้องกับสถาบันชาติ เป็นขุนพลร่วมรบและเป็นกำลังสำคัญในสมรภูมิเคียงบ่าเคียงไหล่กับทหาร เพื่อกอบกู้และรักษาเอกราชให้แผ่นดินไทยเสมอมา นอกจากนี้บทบาทของช้างต่อประวัติศาสตร์ชาติไทยยังรวมถึงการประกาศใช้ธงช้างเผือกในสมัยรัชกาลที่ 4 ถึงรัชกาลที่ 6 เป็นธงชาติไทย ก่อนที่จะเปลี่ยนมาใช้ธงไตรรงค์ดังเช่นปัจจุบันนี้ อีกทั้งเป็นตราแผ่นดินในสมัยรัชกาลที่ 5 และเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทย

ส่วนสถาบันศาสนานั้น ช้างมีบทบาทมาตั้งแต่เริ่มต้นพุทธกาล ดังจะเห็นได้จากภาพจิตรกรรม และปฏิมากรรมตามวัดต่าง ๆ ที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธศาสนา จะมีรูปช้างปรากฏให้เห็นอยู่ทั่วไป นอกจากนี้สถาบันพระมหากษัตริย์ ถือว่าช้างเผือกเป็นสัตว์คู่บุญบารมีของพระมหากษัตริย์ ในอดีตช้างจะเป็นราชพาหนะให้กับพระมหากษัตริย์ในการเดินทางและออกสงครามทำยุทธหัตถี

ช้างนอกจากจะเกี่ยวข้องกับสถาบันหลักของชาติแล้ว คนไทยยังใช้ประโยชน์จากช้างในด้านทำศึกสงครามในอดีต ในพระราชพิธีต่าง ๆ การคมนาคมขนส่ง รวมทั้งในอุตสาหกรรมป่าไม้ และมีความเกี่ยวข้องผูกพันกับคนไทยในหลาย ๆ ด้าน ดังจะเห็นได้จากชื่อของช้างปรากฏอยู่ในวรรณคดีไทยในนิทาน นวนิยาย สุภาษิตและคำพังเพย นอกจากนี้ช้างยังกลายเป็นตัวแทนของโชค วาสนา และสิ่งอันเป็นมงคล เป็นสัญลักษณ์อยู่รอบ ๆ ตัวเรา นับแต่เทวรูป เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก พระราชลัญจกรไอยราพต ตราประจำจังหวัดต่าง ๆ เหรียญที่ระลึก ธนบัตร ไปจนถึงชื่อถนน ชื่อสะพาน ชื่อสกุล และด้วยความผูกพันระหว่างคนกับช้าง จึงมีการนำภาพช้างมาทำเป็นของใช้ ของที่ระลึกในหลายรูปแบบมากมาย สำหรับคนที่รักและมีความผูกพันกับช้างเป็นพิเศษก็จะสะสมสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับช้าง เช่น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสะสมช้างในรูปแบบต่าง ๆ ไว้เป็นจำนวนมาก

ในอดีตช้างมีความสุขมากกว่าทุกวันนี้ มีป่ากว้างและเขียวขจีให้อาศัย ท่องเที่ยวและสืบเผ่าพันธุ์ตามสัญชาตญาณสัตว์ป่า แต่ในปัจจุบันป่าเหลือน้อยลง สรีระที่ใหญ่โตกลายเป็นอุปสรรคในการดำรงชีวิต และยังต้องถูกตามล่าจากเพื่อนมนุษย์เพื่อเอางา ดังนั้นสถานภาพของช้างไทยในวันนี้จึงอยู่ในขั้นวิกฤต จากสถิติการลดจำนวนลงของช้าง นักวิชาการคาดการณ์ว่าถ้าไม่รีบลงมือแก้ไข อีกไม่นานช้างไทยคงเหลือแต่ตำนาน คงจะเป็นที่น่าเสียดายถ้าเราชนรุ่นหลังจะปล่อยให้ช้างสูญพันธ์ไปเหลือแต่เพียงชื่อช้าง ดังนั้นในวันที่ 13 มีนาคม เป็นวันช้างไทยเราควรมาช่วยกันอนุรักษ์ช้างไทยให้อยู่คู่กับเราไปนิรันดร์กาล

อ่านต่อ

ถ้าใช้น้ำเปล่าผสมลงใน ไข่ตุ๋น จะทำให้เนื้อไข่ตุ๋นมีรูพรุน เพราะมีน้ำและอากาศเข้าไปแทรกอยู่มาก

การจะทำให้เนื้อไข่ตุ๋นเป็นเนื้อเดียวกัน ต้องใช้น้ำข้าวที่เราหุงข้าวผสมลงไปแทนน้ำ เนื้อไข่จะเป็นเนื้อเดียวกัน (อร่อยมาก)

ข้อควรระวัง..!! น้ำข้าวไม่ใช่น้ำซาวข้าวนะ

เคล็ดลับในการทำ ไข่ตุ๋น ให้เป็นเนื้อเดียวกัน (อร๊อย อร่อย)

อ่านต่อ

 

ปอกหัวหอมให้ไม่แสบตา ทำอย่างไร !?

ต้มน้ำให้เดือด (ประมาณ 15 นาที) ยกลงจากเตา จุ่มหัวหอมลงไปในน้ำร้อนแล้วรีบนำขึ้นไปแช่น้ำเย็นอีกครั้ง จะทำให้หัวหอมปอกเปลือกได้ง่าย ไม่แสบตา แล้วยังป้องกันการที่หัวหอมมีสีเขียวคล้ำ และมีกลิ่นเหม็นเมื่อทิ้งไว้นานได้อีกด้วย

มาดูกันว่า วิธี ปอกหัวหอมให้ไม่แสบตา ทำอย่างไรกันนะ !!

อ่านต่อ

พลอยแท้ ดูเองได้อย่างไร !?

ถ้าต้องการพลอยแท้ไว้ใช้ให้พิจารณาดังนี้

  1. วางพลอยลงบนโต๊ะ ถ้ามองไม่เห็นลายไม้พื้นโต๊ะปรากฏในเม็ดพลอยแล้ว แสดงว่าเป็นพลอยแท้
  2. วางเม็ดพลอยไว้ใต้ลิ้น ต้องรู้สึกเย็น จึงจะแสดงว่าเป็นพลอยแท้
  3. วางเม็ดพลอยเม็ดนั้นลงบนโต๊ะอีกครั้ง แล้วมองให้รอบเม็ดพลอยนั้น ถ้าเห็นแสงเรืองๆ ปรากฏบนพื้นโต๊ะข้างๆ เม็ดพลอย แสดงว่าเป็นพลอยแท้
พลอยแท้ ดูเองได้อย่างไร อย่าปล่อยให้เครื่องประดับสุดหรูของคุณ ต้องเสียหาย !!

อ่านต่อ

ลุงแซม เป็นบุคคลจริงๆ เคยมีชีวิตจิงๆ  หรือเปล่า..!!

ระหว่างการสงครามเมื่อปี 1812 แซมวล วิลสัน แห่งเมืองทรอย, นิวยอร์ก บรรจุเนื้อเค็มลงถังส่งไปให้รัฐบาลเพื่อทหารในแนวหน้า เพื่อแสดงว่าเขาได้ตรวจสอบเนื้อเค็มด้วยตนเอง วิลสันได้ประทับอักษร “U.S.” ลงบนแผ่นเนื้อ เพื่อระบุว่ามันเป็นของรัฐบาล

ลุงแซม เป็นบุคคลจริงๆ เคยมีชีวิตจิงๆ  หรือเปล่า..!! - สาระน่ารู้

แต่เพื่อนบ้านของวิลสันในเมืองทรอย ผู้ชอบเรียกเขาว่า “ลุงแซม” กลับใช้ในความหมายว่า.. เป็นชื่อย่อของ “Uncle Sam Wilson”

หลายปีผ่านไป หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งสร้างรูปการ์ตูนชื่อ “ลุงแซม”? เป็นสัญลักษณ์ของรัฐบาลอเมริกัน และภาพนั่นก็แพร่หลายยิ่งขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยโชว์รูป “ลุงแซม” ไว้ในดาวและแถบของธงสหรัฐ การ์ตูน ลุงแซมที่ดังมากคือ รูปนิ้วชี้แล้วพูดว่า “ผมต้องการคุณเพื่อกองทัพบกสหรัฐ”

อ่านต่อ