Skip to content

การจัดบ้านให้สวยลงตัวนั้น เราต้องผสมผสานเครื่องใช้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตู้ โต๊ะ เก้าอี้ รวมไปถึงของตกแต่งให้ดูกลมกลืน และห้องทำงานก็เช่นกัน ครั้งนี้เรามีวิธีแต่งห้องทำงาน 5 ลุคให้ดูน่าใช้งานมาแนะนำ

ถ้าพูดถึงการสร้างห้องทำงานเล็กๆไว้ในบ้าน ก็เท่ากับว่าเราจะสามารถกำหนดรูปแบบการตกแต่งห้องทำงานได้อย่างอิสระตามความชอบส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรสนิยม นิสัยการทำงานหรือแม้กระทั่งการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ ซึ่งเป็นโอกาสดีที่เราจะทำให้ห้องทำงานของเรานั้นมีเอกลักษณ์สวยงามมากกว่าการนั่งทำงานด้วยบรรยากาศแบบเดิมๆ วันนี้จึงมีไอเดียการตกแต่งห้องทำงานเก๋ๆ ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใครมาฝาก

มุมทำงานสุดเนี้ยบ ห้องทำงานสุดเนี้ยบเท่ ที่ถูกจัดไว้ภายในห้องนอน แยกการใช้งานด้วยประตูบานเลื่อนน้ำหนักเบาได้อย่างพอดิบพอดี ไอเดียนี้เลือกใช้สีโทนวอลนัทของไม้ตัดกับผนังสีเทาให้เกิดความรู้สึกที่เงียบสงบ พร้อมกับจัดวางอุปกรณ์และเฟอร์นิเจอร์ให้เป็นระเบียบ สะอาดสะอ้าน จัดเก็บสิ่งของที่เราต้องหยิบมาใช้งานบ่อยๆด้วยชั้นวางแบบเปิดโล่งไว้เหนือโต๊ะทำงาน ประดับด้วยหมวกสะท้อนความชอบของเจ้าของห้อง เพิ่มกระจกเพื่อให้มุมห้องทำงานดูกว้างขึ้น หาลิ้นชักดีไซน์เก๋ๆสักตัวมาวาง ห้องทำงานของเราก็จะดูเนี้ยบ เท่ กว่าใครแล้ว

เท่ด้วยการตกแต่งสไตล์อินดัสเทรียลเรโทรหากเราเป็นคนนึงที่หลงใหลในศิลปะแบบเรโทร(Retro) และสไตล์อุตสาหกรรมอย่างอินดัสเทรียล เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับมุมห้องทำงานของเราได้ เริ่มจากการใช้วอลเปเปอร์ลวดลายที่โดนๆ อาจจะใช้วอลเปเปอร์ลายไม้ หรือลามิเนตก็ได้ เฟอร์นิเจอร์รูปทรงแปลกตา หากเรามีการตกแต่งโดยใช้วัสดุไม้เป็นหลักให้ใช้สีดำเข้ามาตัด และลองหาโคมไฟแบบวินเทจสักตัวเท่านี้ก็จะได้มุมทำงานในสไตล์เรโทรที่เก๋ไม่เหมือนใครแล้ว

สไตล์โมเดิร์นมิติแห่งความเรียบง่ายมุมห้องทำงานเล็กๆภายในห้องนอนเหมาะสำหรับคนพื้นที่น้อย ไอเดียนี้ดีไซน์มาเพื่อตอบโจทย์เพื่อนๆที่ชื่นชอบความเรียบง่ายโดยเฉพาะ โดยบางส่วนอาจจัดไว้ในตำแหน่งด้านข้างของโต๊ะทำงาน โต๊ะทำงานไม้ขนาดไม่ใหญ่มาก มีลิ้นชักใต้โต๊ะไว้เก็บของ คงส่วนของเฟอร์นิเจอร์ต่างๆให้อยู่ในรูปทรงที่เรียบง่าย แต่เน้นการใช้สีลงบนผนังเพื่อให้ได้ลุคที่โดดเด่น วางของตกแต่งเล็กๆน้อยๆลงไป พอให้สบายสายตา

ดิบเท่แบบลอฟท์ ใครที่สนใจการตกแต่งห้องทำงานบรรยากาศประมาณโรงงาน หรือโกดัง ให้ใช้วัสดุแบบไม้และเหล็กเข้าด้วยกันโดยวัสดุเหล่านี้จะช่วยสร้างลุคให้ดูเป็นพื้นที่สำหรับใช้ห้องทำงานซึ่งอาจดูหม่นๆ เราสามารถเพิ่มชีวิตชีวาได้ด้วยการใช้สีที่สดใสเข้ามาผสมผสาน ลองหาเฟอร์นิเจอร์แบบเรโทร หรือของมือสองแบบแอนทีค เช่น เก้าอี้ หีบ กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ เป็นต้น เราอาจใช้โต๊ะไม้เก่าๆมาบูรณะให้เป็นโต๊ะทำงานซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ด้วย

สาวหวานวินเทจนอกจากการใช้วอลล์เปอร์ ผ้าตกแต่ง เครื่องประดับลวดลายดอกไม้สีหวานสดใสตามใจชอบกันไปแล้ว ลองมาใช้อุปกรณ์ที่จะช่วยเพิ่มความเป็นผู้หญิงภายในห้องทำงานของเรากันบ้าง อาจตกแต่งกรอบรูปโทนสีขาวลวดลายอ่อนช้อย โคมไฟสีชมพูให้บรรยากาศแบบผู้หญิ๊ง ผู้หญิงอีกด้วย เทียนเสริมอารมณ์โรแมนติก อย่าลืมเลือกเก้าอี้ในโทนสีสดใสด้วย

บ้านทาวน์โฮมสองชั้นหลังนี้อยู่ในอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ บรรยากาศภายในถูกปรับเปลี่ยนหน้าตาให้ดูสวยงามคู่ขนานไปกับความเรียบง่ายในรูปแบบเฉพาะตัวของเจ้าของบ้าน เรียกว่ามีความลงตัวมากทีเดียว ที่สำคัญในทุกๆ พื้นที่ใช้สอยมีความเชื่อมโยงและดีไซน์ให้เป็นไปตามความต้องการจากที่พวกเขามีความชอบอะไรเหมือนๆ กัน

หาบ้านใหม่ให้พวกเราและแมวสองตัว

ตอนแรกผมอยู่กับแฟนที่คอนโดในตัวเมือง จังหวัดเชียงใหม่นี่แหละครับ พอดีเลี้ยงแมว 2 ตัว (สีขาวชื่อ ไข่ต้ม สีเทาชื่อ ห่อนึ่ง) ในคอนโดไม่สะดวกเท่าไหร่ เลยเริ่มมองหาบ้านเพื่อขยับขยายชีวิตหลังแต่งงาน อีกอย่างคือ เพื่อเลี้ยงแมวด้วยครับ ไปดูบ้านหลายโครงการ พอดีมาเจอโครงการนี้ ดีไซน์โอเค ส่วนภายในก็เป็นปกติทั่วไป ตอนที่เรามาซื้อติดต่อเจ้าของโครงการคุยกับ Project Manager ว่าเราอยากจะเปลี่ยนแบบสำหรับพื้นที่ภายในใหม่ ผมกับแฟนเลยดีไซน์กันเองทั้งหมดเลย เราซื้อแค่โครงสร้างบ้าน จากนั้นจึงเริ่มออกแบบแล้วทำไปพร้อมๆ กัน ซึ่งข้อดีของการทำแบบนี้ก็คือเราไม่ต้องทุบหรือรื้อของเก่าออก

เปลี่ยนฟังก์ชันและบรรยากาศใหม่ทั้งหมด

ไอเดียตกแต่งและสไตล์บ้านผมเสิร์ชหาตามเว็บไซต์ และ pinterest เลือกที่เราชอบแล้วเอามาผสมกัน แล้วใช้โปรแกรมสำเร็จรูปในการออกแบบให้พอเห็นภาพ ถึงแม้ภาพที่ออกมาไม่ได้สวยงามอะไรมาก แต่เรามีภาพไว้ในหัวอยู่แล้ว ซึ่งบรรยากาศจะเน้นไปในทางไม้และโทนสีขาว มีของตกแต่งเล็กน้อย

ออกแบบภายในแต่ละจุดให้ใช้งานได้จริง

ฟังก์ชันแรกเมื่อเราเดินเข้าสู่ประตูทางเข้าหลัก ทางฝั่งซ้ายของประตูเป็นตู้เก็บรองเท้า เก็บของกระจุกกระจิก อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับงานนอกบ้านสเปรย์กระป๋อง กระเป๋าสตางค์ กุญแจ ทางขวาเป็นบันได เดินตรงไปเจอห้องรับแขก มีทีวีอยู่ทางขวา โซฟาอยู่ตรงกลาง เราเกิดไอเดียว่าใส่ตู้ไซด์บอร์ดด้านหลังโซฟา ซึ่งยังไม่เคยเห็นใครทำตรงนี้ เราไปเห็น Reference ของคนอื่น พอดีผมอยากให้ตู้อยู่ใต้ขอบหน้าต่างเป็นตัวแอล เราจะได้ไม่ต้องเอาโซฟาไปชิดหน้าต่าง เอามาไว้กลางบ้านก็ได้นี่จะได้เดิมอ้อมหลังโซฟา มีฟังก์ชันสำหรับเก็บของหลังโซฟาเพิ่มด้วย ทำให้เราไม่เสียพื้นที่ ซึ่งผมชอบตรงนี้มากๆ

ออกแบบครัวในบ้าน

ฟังก์ชันของเดิมที่โครงการออกแบบไว้กินพื้นที่ยาวมาถึงโต๊ะกินข้าว แต่ผมลดให้เหลือครึ่งหนึ่งแล้วหักเป็นรูปตัวแอล เอาอ่างล้างจานที่ควรจะอยู่ฝั่งหน้าต่างมาไว้อีกฝั่งหนึ่งแทน โต๊ะกินข้าวก็เอาไว้ตรงนี้ตรงขอบกั้นพอจะได้ไม่เปลืองพื้นที่ฝั่งซ้าย เพราะตรงนั้นเป็นโซนทำงานของผม ซึ่งมุมนี้จริงๆ ทางโครงการเขาทำเป็นเหมือนพื้นที่เอนกประสงค์ และวางโต๊ะกินข้าว เดิมทีผมจะเอาโต๊ะทำงานไว้ตรงกลางแต่ตอนนี้ย้ายโต๊ะทำงานไปไว้ริมหน้าต่าง มันสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามที่เราอยากทำ ขยับไปอีกหน่อยก็เลยมีมุมนั่งเล่นที่สอง เป็นมุมดื่มกาแฟอะไรก็ว่าไป ปูพื้นด้วยพรมปอกระเจาให้แมวฝนเล็บเล่น เวลาปล่อยมาเขาก็จะวิ่งมาฝนเล็บกันตรงนี้ ซึ่งเราตั้งใจทำให้เขาโดยเฉพาะเลย

มุมทำงานที่อยู่ต่อเนื่องกับโต๊ะกินข้าวและมุมนั่งเล่นเล็กๆ อีกมุม

เลือกของให้เป็นแนวมินิมอลทั้งหมด

ส่วนใหญ่เฟอร์นิเจอร์เป็นแบบสำเร็จแล้วมาติดตั้งให้ดูเหมือนเป็นบิลต์อิน อย่างห้องครัวเวิร์คทอปเป็นไม้ ตู้แขวนสีขาวของ IKEA เป็นเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวหมดเลย สั่งจากกรุงเทพฯ แล้วเราเอามาประกอบเอง

ยกครัวไทยไว้นอกบ้าน

ครัวในบ้านเอาไว้รองรับแค่อุ่นอาหาร ทำอะไรเบาๆ และเน้นเก็บของ ส่วนครัวข้างนอกฉีกสไตล์ออกไปเลยครับ ผสมความเท่เข้าไปหน่อย เพราะครัวนอกเรามาต่อเติมทีหลัง ใช้ปูนเปลือยขัดมันมาผสม ใส่กิมมิกความเรียบ ความมินิมอลเข้าไปด้วย รวมถึงการวางแพทเทิร์นของกระเบื้องและจากของตกแต่ง ดีไซน์ให้มีช่องแสงลงมา ให้แดดเข้าครัวหน่อยจะได้ไม่ต้องใช้ไฟเยอะ มีกลิ่นอายความดิบเข้ามาหน่อยหนึ่งประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์เพื่อให้ดูไม่น่าเบื่อ

เลือกครัวปูนเปลือยเพราะทำอาหารหนักได

จริงๆ ครัวหนักมีหลายแบบที่เลือกครัวปูนเปลือย เพราะรองรับการทำอาหารหนักได้เต็มที่ ผมว่ามันสวยดีดูเรียบๆ อยากให้มันจบในตัว ไม่ได้เหมือนคนอื่นที่จะต้องติดกระเบื้องเข้าไป จริงๆ คนทำแบบนี้ก็เยอะแต่ผมอยากทำให้เป็นปูนเปลือยนอจากจะสวยแล้วก็ต้องแมทช์กับสิ่งที่เราตกแต่งด้วย เลยอยากออกแบบในสิ่งที่คนอื่นเขาทำกันแล้วเรามาทำดีไซน์ให้ดูดีในแบบที่เราอยากให้เป็น เราวางเคาน์เตอร์ครัวเป็นรูปตัวแอล มีโต๊ะพับไว้สำหรับเตรียมอาหาร และแฟนผมก็ใช้ทำเบเกอรี ตรงนี้ถ้าไม่ได้ใช้งานก็สามารถเก็บพับได้ไม่เปลืองที่

เลือกหลังคาแผ่นใสมาต่อเติมครัวไทย

อาจจะมีปัญหาในเรื่องของความร้อนอยู่บ้างแต่ก็แค่ในช่วงบางฤดูเท่านั้น ใน 1 ปีจะมีแค่ 2 เดือนเองครัวที่แสงจะตกลงมาตรงๆ ส่วนที่เหลือ ทิศของแดดในฤดูอื่นจะไม่ได้ส่องเข้ามาตรงๆ แบบนี้ ทำให้ครัวไม่อับ เป็นการฆ่าเชื้อโรคไปในตัว อีกอย่างผมออกแบบให้มีประตูออกทางด้านหลังเป็นประตูบานสูง 2.4 เมตร เปิดประตูให้อากาศถ่ายเท ส่วนครัวไทยเราดีไซน์เองร้อยเปอร์เซ็นต์เลย ทั้งเลย์เอาท์ทั้งฟังก์ชัน ส่วนใหญ่เน้นเก็บของที่ไม่ต้องการโชว์ ไม่ได้ทำตู้แค่ใช้ผ้าม่านปิดง่ายๆ ซึ่งด้านในเป็นชั้นวางอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัว ช่องทางขวาใส่ถังแก๊ส ตรงกลางเป็นเตาอบ มีเครื่องล้างจาน มีครบทุกฟังก์ชันเลย

การจัดบ้านให้สวยลงตัวนั้น

แต่งห้องนอนให้เป็นธีมเดียวกัน

ชั้นบนประกอบด้วยห้องนอนขนาดใหญ่ ตกแต่งตามคอนเซ็ปต์เดียวกัน เพื่อให้ล้อเป็นธีมเดียวกันทั้งหมด กำหนดห้องนอนโทนสีขาวผสมผสานกับงานไม้ ติดมู่ลี่ตรงหน้าต่าง ส่วนตู้เสื้อผ้าในห้องนอนเป็นตัวแอลซึ่งคุณโอซื้อมาจาก IKEA เข้ากันกับดีไซน์ของโต๊ะเครื่องแป้งที่ดูเข้าชุดกัน แต่จริงๆ แล้วซื้อแยกชิ้นต่างหาก ส่วนห้องน้ำตกแต่งต่างจากชั้นล่าง กระเบื้อง Subway เป็นจัตุรัสแต่ห้องน้ำชั้นล่างเป็นกระเบื้อง ออกแบบภายใน

ออกแบบสวนให้ดูเรียบง่ายเข้าไว้

ตัดพื้นหญ้า ออก เพื่อ คุ้มครอง ยุง เป็น พื้น หิน ไว้ สำหรับ นั่ง รับประทาน หมู กระทะ จัดงานเลี้ยงได้ แม้กระนั้น สิ่ง ที่เปลี่ยนแปลง เลย ก็คือ พื้น เฉียง หน้าบ้าน กับ ข้าง บ้าน ของเดิม เขา ใช้ เป็น กระเบื้อง ลาย ไม้ แก่ ออก แดง ติดขอ บ จมูก เงินผมรังเกียจ เลย เอาออก แล้วก็ใช้ไม้เทียมคอน วูดมา ลงสีเอง ส่วน ข้าง บ้าน พวกเรา ปลดปล่อย เปลือย เลย เนื่องจากว่า อยากที่จะให้ มีไม่เหมือนกันคนละอารมณ์ แล้วก็กับ บรยากาศ บริเวณ กับ หิน ก้อนกรวด สีขาว กับ ต้นไม้ ส่วน ข้างหน้า ทำ สีน้ำตาลเพราะเหตุว่า กับ ประตู ไม่ มี ไม่ใบ พืชดอก แซม บ้าง แล้วก็ ยัง มี มุม สำหรับ ปลูก ผักสวนครัว บางสั่งบางอย่าง เอาไว้ รับประทานเอง ด้วย

เกร็ดความรู้ทั่วไป

เกร็ดความรู้ทั่วไป-การสร้างบ้าน

การตรวจงานก่อสร้างบ้านนั้น ขั้นตอนต่างๆก็ตามขั้นตอนการก่อสร้างเลย แต่การตรวจงานจะเน้นคนละด้าน แต่ไม่ว่าคุณจะเคยสร้างบ้านหรือไม่เคยสร้างมาก่อนก็ตาม การเรียนรู้นั้นไม่ยากเกินไป และก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องรู้ด้วย เพราะบ้านของเราเอง ช่างเขาสร้างดี สร้างเก่ง รับผิดชอบดี เราก็โชคดีไป แต่ถ้าใครเจอช่างที่ไม่เก่ง แถมยังมักง่าย ชี้โกง หรือชุ่ย ด้วยแล้วละก้อ ซวยมั่กๆ เพราะโอกาสที่เราจะปลูกบ้านนั้นไม่บ่อย อาจจะครั้งเดียวในชีวิต ถ้าสร้างไม่ดีปัญหาการบำรุงรักษาก็จะตามมาเป็นเงาตามตัวเชียวละ

ถ้าใครซื้อบ้านจัดสรรก็อาจจะสบายหน่อย ถ้าเป็นบริษัทใหญ่ เขาจะมีคนดูแลตรวจสอบ เพราะส่วนใหญ่เขาก็ไม่ได้สร้างเอง เขาจ้างผู้รับเหมาย่อยอีกที แต่ถึงอย่างไร เราก็ควรเขาตรวจสอบดูแลอย่างสม่ำเสมอ ดูแบบ ดูหุ่นจำลองแล้วรู้บ้าง ไม่รู้บ้าง ไม่เป็นไร พยายามจินตนาการให้ได้ว่าของจริงจะเป็นอย่างไร แล้วถ้ามีข้อไม่เข้าใจ จะทักท้วง แก้ไข จะได้ปรึกษาเขาก่อนที่จะสร้าง เพราะถ้าสร้างไปแล้ว ไปทุบแก้ไข ปัญหาอื่นๆจะเกิดตามมาอีก เดี๋ยวจะทะเลาะกันไม่เลิก
การก่อสร้างและตรวจตามขั้นตอนก่อสร้างจะมีดังนี้

1. การติดตั้งวงกบ ประตู หน้าต่าง
การติดตั้งวงกบประตูหน้าต่างถ้าไม่ยึดติดกับเสา จะต้องทำเอ็นค.ส.ล.ทุกด้านเพื่อความแข็งแรง และต้องให้ได้ดิ่งเสมอ เวลาใช้งานนานๆ จะได้ไม่แตกร้าวที่มุมประตู ถ้าวงกบใช้ไม้ดีๆสวยๆก็ควรทาน้ำมันเคลือบผิวไว้ก่อน จะได้ไม่เปื้อนน้ำปูน เวลามาลงชเลคภายหลังก็จะสวย ไม่มีรอยปูนเปื้อนให้หงุดหงิด เพราะมันล้างไม่ออกการติดตั้งบานประตูหน้าต่าง

ต้องใสแต่งขอบบานให้เรียบร้อยให้หลวมๆนิดหน่อย เผื่อความหนาสำหรับวัสดุทาผิวด้วย ไม่งั้นตอนใส่บานมันเปิดง่ายดี แต่พอทาสีไปแล้วทำไมมันฝืดจังบานประตูถ้าเป็นไม้อัดจะต้องดูด้วยว่าใช้ภายในหรือภายนอก เพราะคุณสมบัติและราคามันผิดกันถ้าเอาของภายในไปใช้ภายนอก ไม่นานก็บวม อย่าเชื่อช่างหรือขี้เหนียวเกินการใช้บานพับติดตั้งก็ต้องดูด้วยว่า

ติดตั้งกับบานอะไร คือต้องใช้ขนาดให้เหมาะสมกับน้ำหนักของบานนั้นๆ บานใหญ่ หนัก ก็ต้องใช้บานพับใหญ่ตามกัน ถ้าบานพับเล็กไป ไม่นานบานจะตกเอียงปิดไม่เข้า เดือดร้อนภายหลังจะหาช่างมาเปลี่ยนก็ยาก เพราะงานเล็กๆ ช่างไม่ชอบทำ ถึงแม้เราคิดว่าเราจ่ายกะตังค์จ้าง แต่อย่าลืมว่าช่างเขาก็หางานที่ทำง่าย เสร็จเร็ว รายได้ดีกว่า เสมอ

2. งานหลังคา
งานหลังคา แบ่งเป็น 2 ส่วน คือส่วนโครงหลังคา และส่วนวัสดุมุงหลังคา
งานโครงหลังคา แต่ก่อนก็ใช้กันแต่โครงไม้ เดี๋ยวนี้หันมาใช้โครงเหล็กกันหมดแล้ว ส่วนโครงสร้างหลัก บางทีก็เป็นค.ส.ล. บางทีก็เป็นเหล็กหมด ตั้งแต่คานอะเสขึ้นไป เพราะเดี๋ยวนี้ สร้างง่าย ราคาถูกกว่าอย่างอื่น ถ้าได้ช่างดีๆก็จะเรียบร้อยมาก ช่างเหล็กเดี๋ยวนี้อาจแยกงานเป็นช่างคนละชุดกับช่างอื่น เพราะความชำนาญงานไม่เหมือนกัน แต่เอาช่างเหล็กมาเป็นช่างไม้ไม่ได้ วิธีการมันยากกว่าเยอะ ค่าตัวก็แพงกว่ากัน

โครงหลังคา ถ้ายังใช้ไม้อยู่ก็อย่าลืมทาน้ำยากันปลวก ทาหลายเที่ยวยิ่งดี ปลวกมันทำงาน 24 ชั่วโมงนะ ส่วนโครงสร้างก็ดูระยะความห่าง แป จันทัน ให้สม่ำเสมอ สำคัญที่ระนาบของหลังคาคือต้องตรงเรียบเสมอกันหมด ห้ามแอ่น ห้ามแบะ เพราะจะทำให้เวลามุงกระเบื้องไม่สนิท น้ำจะเข้าได้
งานมุงกระเบื้อง ขึ้นอยู่กับชนิดกระเบื้อง ว่าเป็นแบบไหน แผ่นใหญ่หรือเล็ก หนาหรือบาง ถ้าหลังคาชันๆ ก็เลือกใช้กระเบื้องแผ่นเล็กๆได้

หลักที่ต้องจำคือการมุงต้องดูทิศทางลมด้วย คือต้องมุงย้อนทางลม เพื่อให้การซ้อนทับของกระเบื้องไม่รับทางลม เพราะลมที่แรงจะดันน้ำให้ย้อนเข้าทางร่องแผ่นกระเบื้องที่มุงไม่แนบสนิทกันได้ แนวกระเบื้องทางตั้ง ต้องให้ได้แนวตรงไม่โค้งบิด หรือเลื้อย เพราะทำให้กระเบื้องไม่แนบสนิทกัน ส่วนจะใช้ฉนวนกันความร้อนด้วยหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับงบประมาณ จะใช้หรือไม่ก็ได้ เพราะตัวฉนวนนั้นมีประสิทธิภาพกันความร้อนได้ส่วนหนึ่งเท่านั้น สู้การทำการระบายความร้อนในช่องหลังคาให้สะดวกไม่ได้

3. งานฝ้าเพดาน
ยังมีการใช้โครงไม้อยู่ เพราะแข็งแรงทนทานกว่าโครงเหล็กชุบสังกะสีกับยิบซั่ม และออกแบบได้หลากหลายกว่ากัน งานไม้จะเรียบร้อยกว่า ถ้าใช้ยิบซั่มต้องกำชับดูแลให้ดีกว่าการยึดลวดแขวนโครงเหล็กแข็งแรงแน่นหนา ยึดกับโครงสร้างใหญ่ๆที่รับน้ำหนักได้ดี เพราะตอนแขวนโครงมันก็เสมอดี

แต่พอวางแผ่นยิบซั่มลงไปแล้ว มันแอ่นไปแอ่นมาเป็นลอนๆ เป็นคลื่นเชียว โดยเฉพาะแบบ T-Bar ถ้าเป็นแบบฉาบเรียบก็จะเรียบร้อย แข็งแรงกว่า แต่ก็ดูให้เขายิงตะปูเกลียวถี่ๆหน่อย เพราะในระยะยาวถ้าแผ่นยิบซั่มเริ่มเสื่อมสภาพการยึดเกาะจะน้อยลง อาจจะหลุดหล่นลงมาทั้งแผ่นได้ ตะปูเกลียวถี่ๆจะรับน้ำหนักได้ดีกว่า รอยต่อก็ควรทำให้เรียบร้อย ถ้ามีบัวเพดานปิดได้ก็ยิ่งดี

4. งานติดตั้งประปา สุขภัณฑ์

ท่อประปา ท่อน้ำทิ้ง ไม่ว่าจะเป็นเหล็กชุบสังกะสี หรือท่อ PVC เน้นดูที่การติดตั้งข้อต่อต่างๆให้แข็งแรง น้ำยาทาให้ทั่วกันรั่วซึม ท่อแต่ละแนว แต่ละเลี้ยว ต้องมีอุปกรณ์ยึดเกาะให้แน่นหนาแข็งแรง ลองเขย่าดูไม่สั่นเป็นใช้ได้ ที่สำคัญเมื่อติดตั้งระบบท่อทั้งหมดแล้ว

ก่อนติดตั้งงานอื่นๆต่อ ต้องทดลองแรงดันน้ำด้วยว่าไม่มีส่วนใดรั่วซึม จึงทำการฉาบปูน ปิดทับ ฝังท่อได้ ตำแหน่งของสุขภัณฑ์ต่างๆ ตรวจสอบให้ดีก่อนว่าท่อที่วางไว้ มีระยะตรงกับรุ่นที่ซื้อมาหรือไม่ (ควรจัดซื้อสุขภัณฑ์ไว้ก่อนเลย) เพราะต่างยี่ห้อ ต่างรุ่น ระยะและการติดตั้งจะไม่เหมือนกัน แล้วจึงปูกระเบื้องให้เรียบร้อยก่อนติดตั้งสุขภัณฑ์ แล้วก็ทดลองระบบน้ำอีกครั้งว่ามีรั่วซึมหรือไม่ เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

5. การติดตั้งไฟฟ้า
ไฟฟ้าเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่สุดในปัจจุบัน แต่อันตรายจากไฟฟ้าก็ยังมากเหมือนเดิม การก่อสร้างที่ทำไม่ดี เป็นสาเหตุให้ไฟไหม้มาเยอะแล้วหลังจากการก่อสร้างเสร็จใหม่ๆ การติดตั้งและใช้วัสดุต้องเลือกใช้ที่มีมาตรฐานดี อย่าเลือกซื้อของที่ราคาถูกอย่างเดียว การติดตั้งเดินสายถ้าร้อยท่อได้ควรจะทำ แพงกว่าหน่อยแต่ปลอดภัยต่อชีวิต และทรัพย์สิน

โดยเฉพาะส่วนที่ลึกลับ ซอกซอย ที่พวกหนูแมลงจะเข้าถึง หรือยึดเป็นบ้านของมันบ้าง ต้องร้อยท่อให้หมด อย่าเดินลอย ให้มันแทะเล่นเป็นอันขาด ไฟจะช็อตเอา ไฟไหม้ที่ไหนทุกครั้งเขาก็จะโทษว่าไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งก็เป็นเรื่องจริง  สายไฟที่ต่อเชื่อมพันกันต้องพันเทปให้เรียบร้อยแน่นหนา เมื่อเสร็จแล้วก็ทดสอบการใช้งานให้เรียบร้อยทุกจุด เครื่องมือพวกตัดไฟ กันไฟดูดทั้งหลายศึกษาและเลือกใช้ได้ก็ดี กันไว้อีกชั้นหนึ่ง ที่สำคัญช่างที่จัดระบบไฟ

ดูว่าเขาเก่งหรือเปล่า หลอกถามไปเรื่อยๆก็ได้ ถามโน่น ถามนี่ ถ้าเก่งเขาก็ตอบได้หมด ถ้าไม่เก่งจะเป็นพวกข้ามขั้น ครูพักลักจำไปเล่นตลกได้ แต่มาเป็นช่างไฟไม่ได้ พลาดพลั้งขึ้นมาถึงชีวิตเชียว โดยเฉพาะเรื่องสายดินที่ต้องมีติดตั้งกับอุปกรณ์สำคัญที่เขามีสายดินสีเขียวๆโผล่มาด้วย ต้องติดตั้งให้ครบ ที่ดูดคนตายมาเยอะแล้วก็เครื่องทำน้ำร้อนในห้องน้ำนี่แหละ อันตรายที่สุด

6. งานระบบน้ำเสีย ระบบระบายน้ำ
บ่อเกรอะ บ่อซึม จะใช้ระบบโบราณคือใช้บ่อซีเมนต์สำเร็จรูปหรือก่ออิฐก็ได้ ถ้ามีพื้นที่ หรือระดับน้ำใต้ดินไม่สูง (สังเกตุดูตอนขุดดินทำฐานรากนะครับ ว่าขุดถึงระดับไหมน้ำจะซึมขึ้นมา) ก็จะใช้ได้ดี ไม่เปลือง แต่ถ้าเป็นพื้นที่ ที่น้ำใต้ดินสูง หรือที่แคบๆในกรุงเทพฯ

พื้นที่ไม่อำนวยก็ต้องใช้แบบถังบำบัดสมัยใหม่ เสียตังค์แพงหน่อย ต่อจากบ่อดักบ่อพักแล้ว ก็จะเข้าท่อระบาย ให้วางบ่อพักไม่เกินระยะ 4 เมตรต่อ 1 บ่อและทำระดับเอียงลาดมากๆหน่อย จะได้ไม่อุดตันบ่อย และสามารถเปิดตัก ทำความสะอาดสิ่งอุดตันได้ การวางท่อน้ำทิ้งและบ่อพัก ให้ช่างพยายามบดอัดดินที่รองรับแนวท่อให้แน่น จะได้ไม่ทรุดง่าย พังเร็ว

7. งานปูวัสดุผิวพื้นและผนัง
วัสดุตกแต่งพื้นผิวมีหลายชนิด ติดตั้งกับส่วนพื้น และผนังบ้าน ได้หลายชนิดเช่นกัน
ส่วนพื้น ก่อนปูกระเบื้องหรือไม้ปาร์เก้ ต้องปรับระดับพื้นผิวให้เรียบสม่ำเสมอ ไม่เป็นแอ่ง เป็นลอน แล้วทำความสะอาดพื้นผิว ไม่ให้มีฝุ่นผง เศษวัสดุ การปูกระเบื้องก็ต้องตั้งปุ่มระดับก่อนและตั้งแนวกระเบื้องทั้ง 2 ทาง ทางตรงและขวาง เลือกปูจากด้านที่เห็นชัดเจนก่อน

เมื่อไปจบอีกด้านหนึ่งกระเบื้องอาจจะเหลือเศษ ต้องตัดออก ซึ่งจะไม่เรียบร้อย ก็หลบไว้ด้านที่ไม่สำคัญ อย่าลืมแช่กระเบื้องให้อมน้ำก่อน เหมือนก่ออิฐนั่นแหละ แนวกระเบื้องถ้ากระเบื้องดีก็สามารถปูได้เกือบชิด แต่ถ้าอยากเว้นร่องก็ไม่ควรให้ห่างจนเกินไป ทำความสะอาดยาก เมื่อยาแนวเรียบร้อยแล้วปล่อยให้แห้งสนิทก่อน อย่าให้ใครไปเดินเหยียบ จะทรุดหรือหลุดได้

การปูไม้ปาร์เก้ ก็ลักษณะเดียวกัน แต่เมื่อปูเสร็จแล้วก็ต้องอุด โป้ว รูร่องต่างๆที่มีอยู่ให้เรียบร้อย แล้วทิ้งไว้ให้กาวแห้งสนิทเสียก่อน อย่างต่ำสัก 1 อาทิตย์ ถ้ามากกว่านั้นได้ก็ดี การขัดให้เรียบต้องใช้ฝีมือช่างพอสมควร กำชับช่างหน่อย เพราะต้องสม่ำเสมอทั่วกัน การขัดส่วนพื้นที่ใหญ่ๆจะใช้เครื่องตัวโต ส่วนซอกซอยที่เครื่องใหญ่เข้าไม่ถึง ก็จะใช้เครื่องเล็กๆมาเก็บงานอีกทีหนึ่ง

ที่ให้กำชับเป็นพิเศษเพราะไม้ปาร์เก้นั้น ถ้าขัดไม่ดี ไม่สม่ำเสมอ ลึกเป็นรอย เป็นแอ่งแล้วแก้ยาก เอาผิวไม้ปะกลับไปไม่ได้ ก็ต้องขัดลึกลงไปเรื่อยๆ ยิ่งลึกก็ยิ่งไม่เสมอ แต่ที่เห็นตามบ้านจัดสรร ระดับดี หลายแห่งขัดน้อยไป

ผิวยังไม่ทันเรียบเสมอเลย ทาเคลือบผิวซะแล้ว ก่อนทาเคลือบจะตรวจงานยากสักหน่อย เพราะมองยาก แต่ตอนที่ทาเคลือบแล้ว เวลาเรามองเอียงๆจะเห็นชัดเจน การปูพรมหรือกระเบื้องยาง ก็หลักการเดียวกัน ต้องปรับระดับให้เรียบก่อน และทำความสะอาดพื้นผิว ก่อนปู

8. งานสี
ก่อนทา ตรวจสอบดูสีที่จะใช้ก่อน ว่าถูก spec หรือไม่ ที่สำคัญใช้สีตามคุณสมบัติ คือสีที่ระบุสำหรับทาภายใน ภายนอก อย่าใช้สลับกัน สีทาภายใน ห้ามมาทาภายนอกเด็ดขาด การเลือกสี ถ้าเลือกยี่ห้อไหนก็ต้องเอาแคทตาล็อคของยี่ห้อนั้น

เพราะโทนสีแต่ละโรงงานไม่เหมือนกัน ถ้าไม่มีก็ควรมาเทียบกันดูก่อนว่าใกล้เคียงกันไหม รับได้ไหม แล้วค่อยซื้อ ถ้าเลือกใช้สีตามเบอร์ของโรงงานได้ก็จะดี อย่าให้ช่างผสมสีเอง เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเก่ง ผสมไม่เหมือน บางทีผสมไม่พอ ทาหมดแล้วผสมใหม่ก็ไม่เหมือนกัน

ก่อนทาก็ต้องอุดโป้ว ทำความสะอาดผนัง ให้เรียบร้อยก่อน และผนังต้องแห้งสนิท ชื้นเปียกไม่ได้ ฝนตกก็ไม่ควรทา เมื่อทาแต่ละชั้นต้องรอให้ชั้นที่ทาแล้วแห้งดีก่อน จึงทาทับ อย่างน้อย 2 เที่ยว ไม่ให้เห็นรอยแปรง

9. การเก็บกวาดทำความสะอาดสถานที่
เป็นอันว่าหมดขั้นตอน การก่อสร้างแต่เพียงนี้ เมื่อผู้รับเหมาเก็บข้าวของเครื่องมือเครื่องใช้ไปหมดแล้ว ต้องให้เขาเก็บเศษวัสดุเหลือใช้ต่างๆ และขยะไปทิ้งให้ด้วย และให้ทำความสะอาดอาคารทุกส่วนให้เรียบร้อยจึงตรวจรับงานได้ จ่ายตังค์

วัสดุเหลือใช้บางอย่างเราเก็บไว้สำรองซ่อมแซมภายหลังก็ดี เช่นกระเบื้อง สี เพราะถ้ามีปัญหาต้องซ่อมจะได้ไม่ต้องไปตระเวนหาของ อย่างกระเบื้องนี่จะผลิตรุ่นใหม่ออกมาเรื่อยๆ รุ่นเก่าเลิกผลิต จะหาของยาก

10. การจ่ายเงิน
ข้อสุดท้ายนี่แถมนะครับ ไม่ได้เกี่ยวกับการก่อสร้าง แต่มันเกี่ยวกับการบริหารผู้รับเหมา การจ่ายเงินควรแบ่งจ่ายเป็นงวดๆ จ่ายให้เขาตามเนื้องานที่ทำแล้วเสร็จ เมื่อเรารู้งวดงานละเอียดขนาดนี้แล้ว ก็ควรประมาณราคาได้ว่าแต่ละงวด มันเป็นเงินเท่าไหร่ ก็เจรจาจ่ายไปตามผลงาน ช่างอาจมีเบิกล่วงหน้าบ้างแล้วแต่ตกลง

แต่ต้องเหลือเงินไว้งวดสุดท้ายก่อนงานจบเสมอ ถ้าเป็นผู้รับเหมาเขาจะต้องมีเงินหมุนเวียนบ้าง แต่ถ้าเราจ้างช่างโดยตรงจะเสี่ยงหน่อย เพราะเบิกเงินแล้วหายหน้านี่ จะเจอบ่อย ทำงานแล้วไม่รับผิดชอบจนเสร็จงาน พอเจองานแก้ งานติดขัด จะออดอ้อนสารพัด ถ้าใจอ่อนให้ไปมาก เพื่อนขนของหายไปเลยก็มี บางทีก็ไม่ขนของ ทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า ออกแบบภายใน

5 แบบบ้านราคาประหยัด

5 แบบบ้านราคาประหยัด ดีไซน์สวยอยู่สบายสร้างง่ายมีอยู่จริง

“บ้าน” คือหนึ่งในปัจจัยสี่ที่ทุกคนในโลกต้องการไม่ว่าจะอยู่ประเทศไหนใครๆ ก็อยากมีบ้านเป็นของตัวเอง แต่ด้วยปัจจุบันนี้เองพื้นที่ในประเทศมีการพัฒนาต่อยอดความเจริญอยู่ตลอด บ้านจัดสรรจึงมีราคาแพงมากและสิ่งที่พอจะทำได้เพื่อให้ได้มาซึ่งที่อยู่อาศัยที่มีงบประมาณจำกัดก็คือเลือกที่จะสร้างบ้านเอง วันนี้ จึงได้นำแบบบ้านราคาประหยัดมาให้ทุกคนได้ชมกันถึง 5 แบบ 5 สไตล์ ซึ่งจะเป็นบ้านแบบไหนบ้างลองตามมาดูกัน

1. แบบบ้านราคาประหยัด Sorte Hus จากประเทศ Denmark

แบบบ้านราคาประหยัดหลังแรกเป็นบ้านที่สถาปนิกชาวเดนมาร์กนามว่า Sigurd Larsen เป็นผู้ออกแบบ ไอเดียของบ้านหลังนี้เกิดจากความคิดของการหาบ้านใหม่ในเมืองที่ค่อนข้างยากและใช้ต้นทุนสูง บ้านหลังนี้จึงเกิดขึ้น ณ เมืองโคเปนเฮเกนหรือเมืองหลวงของประเทศเดนมาร์ก โครงสร้างของบ้านเป็นโครงไม้ทาสีดำหลังคาเป็นแนวลาดชันสไตล์โมเดิร์น

พื้นที่ใช้สอยเป็นแนวยาวเรียงลำดับจาก ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ไปสู่ห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัว ด้านนอกปูด้วยระแนงไม้สามารถจัดชุดโต๊ะจิบกาแฟนอกบ้านได้ ส่วนใครที่มีงบไม่มากมีที่ดินที่เป็นพื้นที่จำกัดก็สามารถเอาแบบบ้านราคาประหยัดเฉพาะส่วนของตัวบ้านไปสร้างได้

2. แบบบ้านราคาประหยัด Mami House จากประเทศ Portugal

แบบบ้านราคาประหยัดหลังที่สองได้รับการออกแบบจากสถาปนิกชาวโปรตุเกส José Carlos Nunes de Oliveira รูปแบบของบ้านน่าจะเป็นแบบบ้านราคาประหยัดที่เหมาะกับกลุ่มครอบครัวคนไทยมากที่สุดเพราะเป็นแบบบ้าน 2 ชั้น

ดีไซน์ภายนอกของบ้านไม่มีอะไรมากเป็นทรงสีเลี่ยมง่ายๆ สร้างขึ้นจากคอนกรีตที่เป็นบล็อคสำเร็จรูป เพราะมีการบิวอินท์บ้านประตูหน้าต่างสลับสับหว่างกันเพื่อให้เกิดดีไซน์ที่สวยงาม แถมภายในยังแบ่งออกเป็นชั้นล่างและชั่นลอยสไตล์ลอฟท์เรียกได้ว่าเป็นแบบบ้านราคาประหยัดหลังเล็กๆ ที่อยู่กันได้ทั้งครอบครัว

3. แบบบ้านราคาประหยัด Koda House จากสหราชอาณาจักร (อังกฤษ)

แบบ บ้านราคาย่อมเยา ข้างหลัง ลำดับที่สาม สำเร็จ งาน จาก กรุ๊ป ผู้ออกแบบ Kodasema ของ เอสโตเนีย เป็นบ้า น สำเร็จรูป ขนาดเล็กที่ มีอยู่ จริง ใน อังกถุษ รวมทั้ง ขาย อยู่ ในตอนนี้ แบบ บ้าน ไม่มี อะไร มากมาย เป็น ทรง สี เหลี่ยม จตุรั สด้าน ใน เป็นสไตล์ลอฟท์ สอง ชั้น บ้านฝาผนังหน้าบ้น วางแบบ เป็น บาน กระจก แบบ Full Frame เต็มหน้า บาน เรื่องความปลอดภัย บางที่ก็อาจจะ ลดลง ไป หน่อย แต่ว่า นับได้ว่าเป็น แบบ บ้าน ราคาย่อมเยา ใน สไตล์ โมเดิร์น ที่ มีความสวย

4. แบบบ้านราคาประหยัด Jim Vlock จากสหรัฐอเมริกา

แบบบ้านราคาถูกหลังนี้สร้างมาจากฝีมือของนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาเยลในสหรัฐอเมริกา เป็นบ้าน 2 ชั้น สไตล์ร่วมสมัย โครงสร้างผนังเป็นไม้ หลังคามุมกระเบื้องแบบธรรมดาเป็นมุมจั่วแหลมทำให้บริเวณด้านในของชั้น 2 มีฝ้าเพดานที่สูงขึ้นมาจนเป็น Double Volume สามารถตกแต่งให้เป็นชั้นลอยขึ้นมาให้เป็นชั้น 2 ครึ่ง

หรือจะ เปิดโล่งเพื่อช่วยให้ห้องนอนหรือพื้นที่ชั้นสองกว้างขึ้นก็ได้ ถือเป็นไอเดียที่ช่วยให้แบบบ้านราคาประหยัดเล็กๆ ดูน่าอยู่ยิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังไม่พอภายนอกยังมีไฮไลท์พิเศษอย่างบานหน้าต่างที่มีความเล็กใหญ่ไม่เท่ากันช่วยเสริมให้บ้านมีความเป็นทันสมัยยิ่งขึ้น ใครที่มีงบประมาณจำกัดแต่ชอบบ้านที่ดูทันสมัยสวยตลอดเวลาก็น่าจะเหมาะกับไอเดียแบบบ้านราคาประหยัดทรงนี้

5. แบบบ้านราคาประหยัด IVRV House จากสหรัฐอเมริกา

แบบ บ้าน ราคาย่อมเยา หลังสุด ด้านหลังนี้ เป็น แบบ บ้าน ที่ วางแบบ โดย โดย เด็กนักเรียน SCI-ArC หรือ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ของ มหาวิทยาลัย Southern California ไอเดีย ของ บ้าน ข้างหลั่ง นี้ เป็นความคิด ที่ จีรังยั่งยืน ใน พื้นที่ที่อนาถา ของ Los Angeles โดยตัวบ้าน ถูกวางแบบ มา ให้ลับ กับ สภาพภูมิอากาศสูงที่สุด เพื่อ ใช้พลังงานน้อยลง ไม่ว่าจะ

เป็น มุมเศิร์ฟ ข้างบนหลงค้าง

บานประตู หน้าต่าง ที่ เว้า เข้าไป ใน ตัวบ้าน ตลอดจน องค์ประกอบ สิ่งของต่างๆ และก็ ล้วน มีส่วนเกี่ยว้อ งกับความร้อนความเย็น ในบ้าน แต่ว่า สำหรับ เมืองไย เอง แม้คนไหนกัน ที่ถูกใจ แบบ บ้าน ข้างหลังนี้ สามารถ เอามา ดัดแปลง กับ อุปกรณ์ ของไทย เอง ได้ไม่ว่า จะ เป็น ก้อนอิฐ มวล ค่อย กระจก เขียว ตัด แสงสว่าง ก็ นับว่าเป็น หนึ่ง สิ่งของ ยอดนิยม ที่ ช่วย คุ้มครองป้องกัน ความร้อน รวมทั้ง สามารถ นำมาผลิต แบบ บ้าน ราคาย่อมเยา นี้ ได้ จริง

เป็นยังไงบ้างสำหรับ แบบ ข้าน ราคาย่อมเยา ออกแบบ งาม ได้เอามา ให้ ทุกคน ดู วันนี้ หวังว่า แบบ บ้าน ราคาย่อมเยา เหล่านี้สามารถช่วย เพิ่มไอเดีย ให้ ผู้ที่ กำลัง มองหา ที่อยู่ที่อาศัย ใหม่ ได้ โดยยิ่งไปกว่านั้นคนไหนกันแน่ ที่ คิด จะ ปลูกเรือน เอง ถ้ากิดได้เข้ามา อ่านเนื้อหานี้ ก็ ทดลอง จับ แขบ บ้าน สัก ข้างหลัง ไป ปรับใช้สำหรับในการก่อสร้าง บ้าน มอง ส่วนคนไหนกัน ที่ยังไม่มี ที่ดิน ก็ สามารถ เลือกหาที่ดิน ถูกฯ สักผืน หนึ่งเหมาะนี้ หรือ คนไหนกัน ที ไม่ได้อยากต้องการ ก่อสร้างบ้านเอง ก็สามารถ เข้าไป เลือกหา ซื้อ บ้านตรงนี้ ได้เช่นเดียวกัน ออกแบบบ้าน

8 เทคนิคเลือกบ้าน ช่วยให้อยู่แล้วไม่ร้อน

อากาศร้อนจัด

ในช่วงเดือนเมษายนแบบนี้ ถือได้ว่าเป็นเดือนที่มี อากาศร้อนจัด เพราะอยู่ในช่วงฤดูร้อน อากาศโดยรวมสำหรับประเทศไทยแล้ว หากร้อนก็จะร้อนมาก ถึงแม้ว่าเราจะอาศัยอยู่ภายในบ้านแบบไม่โดนแสงแดด ก็กลับร้อนแบบตับแตกกันเลยทีเดียว ส่งผลทำให้หลายต่อหลายคน กลับไม่อยากที่จะอยู่ในบ้านหากไม่มีเครื่องปรับอากาศคอยช่วยเหลือ เนื่องจากบ้านที่เราอาศัยอยู่ส่วนใหญ่ มีอุณหภูมิที่ร้อนมากกว่าผิดปกติ จนกระทั่งอยู่ไม่ได้นั่นเอง

แต่ถ้าเราสามารถออกแบบให้บ้านของเรานั้น เป็นบ้านที่เย็นสบาย สามารถชนะอากาศที่ร้อนอบอ้าวในหน้าร้อน และสามารถเข้ากับทุกฤดูกาลได้ คงเป็นเรื่องที่ดีอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นวันนี้ เราจึงขอนำเสนอ 8 เทคนิคการเลือกบ้าน ช่วยให้อยู่แล้วไม่ร้อน ส่วนจะมีเทคนิคในรูปแบบไหนบ้างนั้น เราไปดูกันเลย

1.ดูทิศทางของบ้าน

หากว่าคุณ อยากที่จะให้บ้าน ของ คุณ นั้น เย็นสบายตลอด ทุก ฤดู โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทำความเย็น ในฤดูร้อนได้นั้น คุณ ควร จะเริ่ม ที่จะ ดีไซน์ บ้าน โดย กรวางตัว บ้าน ให้ ดกั้น กับ ทาง ด้าน ทิศเหนือ รวมทั้ง ใต้ ซึ่ง การวาง บ้าน ใน แนวทางนี้ จะ ช่วย ทำให้ปรับ ฝาผนัง รวมทั้ง หลังคา บ้าน ได้รับ ความร้อน ที่ น้อยกว่า การออก แขบ บ้าน ให้ตั้งอยู่ ใน แนวทาง อื่นๆ การันตีเลย ว่า ถ้าหาก อยู่ ใน แนวทาง นี้ บ้าน ของ คุณ จะ เย็นสบาย ขึ้นมา ในทันที อย่างไม่ต้องสงสัย

2.เลือกบ้านที่ใช้อิฐมวลเบาก่อสร้างผนังบ้าน

การเลือก ใช้ ก่อนอิฐ มวล ค่อย สำหรับในการ ก่อสร้าง ฝาผนัง บ้าน และก็ยังรวมทั้ง ก่อ ฝาผนังใน แบบอย่างสองชั้น จะสามารถ ช่วย คุ้มครองปกป้อง ความร้อน ที่ บางครั้งก็อาจจะ สะสม อยู่ ด้านใน ตัวบ้าน หรือ ถ้าหาก คนไหนกัน พึ่งพอใจ ต้องการจะ ใช้ฉนวน กัน ความร้อน ที่ ฝ่าผนัง บ้าน ก็สามารถ ช่วย คุ้มครอง ความร้อน ได้ เหมือนกัน

3.เลือกบ้านที่ติดตั้งฝ้าชายคา 

อากาศ ร้อน ในบ้าน ที่เกิด ขึ้น นั้น ส่วนหนึ่งส่วนใด จะ สะสม อยู่ ภายใต้ หลังคา บ้าน และก็ ชอบ ระบาย ออก ที่ ชายคา รอบ บ้านของ คุณ ฉะนั้น การตำหนิดตั้งฝ้า ชายคา บ้าน โดย ใช้ ฝ้ายี่ห้อ ช้าง จะมีผล ทำให้ความร้อน ที่ มี อยู่ ในตัวบ้าน ออก ไป ได้อย่างเร็วเพิ่มขึ้น

4.เลือกบ้านที่ติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อนไว้ใต้หลังคา

ความร้อน โดยมาก ชอบ ไปสู่ ตัวบ้าน ทางข้างหลังค้าง สูงที่สุด โดยเหตุนี้ ทาง ที่ ดี คุณ ควรจะ จัดตั้ง แผ่น สะท้อนความร้อน ที่ใต้ หลังคาเป็นหลัก จะ ช่วยปรับ บ้าน ของ คุณ เย็นสบาย ได้ ว่าที่ เคยอย่างแน่แท้

5.เลือกสีของหลังคาบ้าน

สีของหลังคา บ้าน ย่อม ส่งผลต่อ ระดับความร้อน ข้างใน ตัวบ้าน ด้วยเหมือนกัน โดยเหตุนี้สี ของ หลังคา บ้าน ควรจะ ทา ให้เป็นสีอ่อน มากยิ่งกว่า สีแก่ แล้วก็ ที่ สำคัญ ควรจะวางแบบ ที่จะ วางหลังคา บ้าน ให้มีความลาดเอียง ชั้น โดยไม่เกิน 45 องศา เพื่อสามารถ ช่วย บัง แดด ให้กับ หลังคา อีกด้าน ของ บ้าน ได้ ด้วย นั่นเอง

6.ติดผนังด้านให้มีแผงกันแดดหรือระแนงไม้

สำหรับ ฝ่าผนัง บ้าน ที่อยู่ ด้าน ทิศตะวันตก ชอบ ได้รับ ความร้อน สูงที่สุด ด้วยเหตุนั้น ควรจะ วางแบบ ฝาผนัง ด้าน ของ บ้านให้มี แผง ป้องกันแสงแดด หรือ รแนง ไม้ เพื่อเป็นการป้องกันและยังเป็นการไม่ให้ความร้อน ของ แดด ได้ เข้ามา กก ระ ทบ กับฝาผนัง บ้าน โดยตรง

7.ปลูกต้นไม้ทรงพุ่มสูงทางด้านทิศตะวันตก

การปลูกต้นไม้ทางด้านทิศตะวันตก จะสามารถช่วยป้องกันแสงแดดไม่ให้กระทบกับตัวบ้าน ถือได้ว่าเป็นการลดอุณหภูมิของบ้านด้วยการเพิ่มร่มเงาของต้นไม้โดยตรง

8.เลือกบ้านที่สามารถให้ลมหมุนเวียนในบ้านได้

ในแต่ละห้องภายในบ้าน ควรมีหน้าต่างอย่างน้อยสองด้านเป็นหลัก เพื่อให้ลมที่ผ่านเข้ามานั้นมีทางออก เปรียบเสมือนเป็นการออกแบบบ้าน เพื่อให้ลมหมุนเวียนในบ้านได้นั่นเอง และที่สำคัญอย่างติดตั้งเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งของต่าง ๆ บังทิศทางของลม

แม้ว่า สมัยนี้เราจะติดตั้งแอร์ ได้ แต่หากการได้บ้านที่อยู่แล้วเย็นสบาย จากเทคนิคการดูบ้าน 8 ข้อที่แนะนำนี้ ตั้งแต่ก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน ไม่แน่ก็อาจจะช่วยคุณประหยัดค่าไฟฟ้าได้บ้างไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ สถาปนิก

Anonym 

Anonym เป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่แปลว่า ไม่มีชื่อนิรนาม’ ในภาษาไทย แต่หากพูดชื่อ Anonym กับบุคคลในแวดวงสถาปัตยกรรมแล้ว ภาพจำของบ้านทั้งเล็ก และใหญ่ภายใต้ดีไซน์อันโดดเด่น พร้อมทั้งมีสภาวะอยู่สบายก็ลอยขึ้นมาทันที

สตูดิโอของพวกเขาตั้งอยู่ในย่านเอกมัย แต่กลับมีต้นไม้ และลมธรรมชาติพัดผ่านอยู่ตลอด แสดงให้เห็นถึงการใส่ใจการออกแบบเรื่องพื้นฐานอย่างการดูทิศทางลม แสงแดด ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการออกแบบบ้าน เราจึงไม่พลาดที่จะยกคำถามเกี่ยวกับการออกแบบบ้านมาให้ติดตามกัน

“เราเลือกที่จะหันหลังให้กับการออกแบบอาคาร Public ขนาดใหญ่ และเริ่มต้นออกแบบที่พักอาศัยในสเกลเล็กลง แต่สามารถเข้าถึงการดำเนินชีวิตของมนุษย์ได้มากกว่า เพราะเหตุนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ Anonym เมื่อ ปีที่แล้ว ตอนแรกมีแค่เรา โดยเริ่มจากเช่าห้องเล็กๆ ทำงานกันอยู่แค่ คน ไปๆ มาๆ ก็เริ่มโตขึ้น มีลูกค้าติดต่อให้ทำโปรเจคที่หลากหลายมากขึ้น เลยเป็นที่มาของการขยับขยายกลายเป็นออฟฟิศที่เอกมัยในปัจจุบัน” 

Dsign Something: ทำไมถึงชื่อ Anonym ?

ตอนเปิดออฟฟิศ เราอยากให้ชื่อออฟฟิศจำง่ายกว่าตัวบุคคล ก็เลยเป็นชื่อ Anonym ซึ่งแปลว่าไร้นาม หรือการไม่มีชื่อ

เราไม่อยากจำกัดขอบเขตการทำงาน อยากให้ลูกค้ารู้จักผลงานที่ออกแบบมากกว่าชื่อของพวกเรา ดังนั้นเราเลยไม่เน้นว่าแต่ละโปรเจคออกมาในรูปแบบไหน เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าคือแต่ละโปรเจคต้องตอบสนองการใช้งาน และเข้ากับการใช้ชีวิตของลูกค้าให้ได้

Dsign Something: แนวทางการออกแบบของ Anonym ?

ปกติแล้วก็จะแบ่งงานกัน ดูงานสถาปัตยกรรม ส่วนเราดูงานอินทีเรียเป็นหลัก แต่ก็จะมีการปรึกษากันตลอด ก่อนเริ่มโปรเจคก็จะมีการพูดคุย หาแนวคิดของแต่ละงาน เพื่อให้งานออกมาในทิศทางเดียวกัน จากนั้นจึงเริ่มงานในแต่ละส่วนพร้อมกัน

ใช่ คือเราพยายามคุยงานกันตลอด เพราะจะได้เห็นมุมมองการทำงานที่น่าสนใจมากขึ้น อย่างเราเป็นมุมมองของสถาปนิก ส่วนเป็นมุมมองอินทีเรีย ถ้ามุมมองทั้ง นี้ ไปด้วยกันตั้งแต่แรก ก็จะเป็นการสนับสนุนซึ่งกัน และกัน ให้โปรเจคออกมาสมบูรณ์มากขึ้น

Dsign Something: ลูกค้าในความหมายของ Anonym ?

เวลาทำงานกับลูกค้า เรามองเป็นงาน Collaborate คือ นอกจากพวกเราจะต้องทำการบ้านแล้ว ลูกค้าก็ต้องทำการบ้านเช่นกัน อาจจะหาว่าเขาสนใจอะไร ชอบแบบไหน พอเริ่มออกแบบก็นำความคิดมา Brainstorm กัน เรามองว่าหน้าที่ของสถาปนิกคือนำความรู้ นำแนวคิดที่มีไปช่วยแนะนำลูกค้า เราเลยอยากให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในการออกแบบ เพราะต่อไปบ้านหลังนี้ จะเป็นบ้านที่เขาอยู่ไปตลอด

ถ้าเราออกแบบแล้วปิดกั้น ไม่เอาความคิดของคนอื่นเลย งานก็จะออกมาเหมือนกันหมด ซึ่งเราคิดว่ามันไม่สนุก เพราะต่างคน ต่างความคิด ต่างบริบท ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเหมือนกัน

แล้วสิ่งที่เราได้กลับมาคือความหลากหลาย ได้ความรู้ใหม่ๆ ช่วยให้เราไม่ยึดติดกับอะไรเดิมๆ ซึ่งการทำเช่นนี้ไม่มีผิดหรือถูก มันเป็นแค่การตีความของแต่ละคน ว่าทำงานสถาปัตยกรรมแบบไหนแล้วมีความสุขมากกว่า 

Dsign Something: เพราะอะไร Anonym ถึงออกแบบบ้านเป็นหลัก ?

เราอยากทำโปรเจคเล็กๆ เพราะรู้สึกได้ใกล้ชิดกับผู้ใช้งานมากกว่า เหมือนได้ดูแลคนเพียงไม่กี่คน แต่สามารถทำให้เขามีความสุขในการพักอาศัยได้ เป็นการดูแลด้วยคุณภาพมากกว่าปริมาณ สำหรับเราถ้าลูกค้ามีความสุข เราก็จะมีความสุขด้วย จริงๆ เราแค่อยากอยู่ในจุดที่สามารถเลือกทำในสิ่งที่อยากทำ เพราะถ้าเรารู้สึกดี ก็สามารถทำได้เรื่อยๆ อย่างไม่มีเบื่อ

เราเชื่อว่างานสถาปัตยกรรมไม่มีทางหยุดอยู่กับที่ มันจะพัฒนาตัวเราไปเรื่อยๆ อย่างไม่รู้ตัว เราเลยเลือกที่จะออกแบบบ้าน เพราะเชื่อว่ามันสอนให้เข้าใจมนุษย์มากขึ้น ว่าทุกคนมีความหลากหลายและแตกต่างกัน

Dsign Something: บ้านที่ดีเป็นแบบไหน ?

บ้านที่ดีคือบ้านที่อยู่แล้วมีความสุข ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของเจ้าของบ้าน ไม่มีพื้นที่ Waste Space เพราะแต่ละพื้นที่จะมีหน้าที่ของตัวเองอย่างชัดเจน

คือทุกพื้นที่ถูกจะใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ ถึงแม้จะเป็นพื้นที่ว่างแต่ก็มีประโยชน์ เพราะถ้าเราไม่ใช้พื้นที่อย่างเต็มที่ พื้นที่นั้นก็จะกลายเป็นห้องมืดๆ เป็นมุมอับ ที่ไม่ได้ใช้งาน

อาคารที่ดีต้องรู้สึกได้ว่าดี เพราะคนใช้จะรู้ได้เองว่าดี เช่น มีความสะดวก สบาย นอกจากนั้นอาคารจะดีไม่ดี เราสังเกตุได้จากคนที่เข้ามาใช้งานว่าเป็นอย่างไร

Dsign Something: บ้านแบบไหนที่เข้ากับสภาพอากาศประเทศไทยมากที่สุด ?

บ้านที่เข้ากับสภาพอากาศสำหรับเราไม่ได้อยู่ที่รูปแบบ แต่อยู่ที่การวางทิศทางอาคาร การคำนึงเรื่องแสง ลม และแดดมากกว่า ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องพื้นฐานในการออกแบบที่เราเรียนตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย

เราเลยคิดว่าถ้าเริ่มทำงานโดยนำแลนด์สเคปมาผสานกับสถาปัตยกรรมให้ได้มากที่สุด เช่นการมีคอร์ทช่วยระบายอากาศ นำแสงแดด น้ำ และธรรมชาติเข้ามาในอาคาร ก็จะทำให้งานน่าอยู่มากขึ้น เป็นการออกแบบบ้านให้มีมิติ ทั้งการพักอาศัย และการแก้ปัญหาเรื่องความร้อน

Dsign Something: บ้านสไตล์ Tropical จำเป็นต้องเป็นบ้านไม้อย่างเดียวหรือเปล่า ?

เราออกแบบตามบริบทและอิงตามสภาพอากาศที่ตั้งของไซท์ มากกว่าจะตั้งใจออกแบบให้บ้านออกมาในสไตล์ไหน คือจะดูจากแสง ธรรมชาติ และการระบายอากาศมากกว่าวัสดุ และสไตล์ ซึ่งปกติแล้วทุกคนจะติดภาพว่าบ้าน Tropical จะต้องเป็นไม้ แต่จริงๆ แล้ว Tropical คือขั้นตอนการออกแบบให้เข้ากับสภาพแวดล้อมมากกว่า

Dsign Something: พื้นที่ ที่เหมาะสมกับการใช้งานในบ้านเป็นแบบไหน ?

เราชอบพื้นที่ส่วนกลางที่เชื่อมต่อกับสมาชิกในบ้าน เพราะรู้สึกว่าพื้นที่ส่วนกลางเป็นพื้นที่ ที่ใกล้ชิดกันมากที่สุด เช่นบ้าน แม้ผังบ้านจะเป็นเชปรูปตัว แต่ผู้ใช้งานในบ้านต่างคนต่างสามารถมองเห็นกันได้ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนในบ้านก็ตาม

Dsign Something: วัสดุชนิดไหนที่เหมาะสมกับสภาพอากาศของประเทศไทย ?

ไม้เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะเป็นวัสดุที่เหมาะกับบ้านเรา ทั้งสวย มีเทกซ์เจอร์ และอบอุ่น แต่สิ่งที่ตามมาคือไม้มีราคาสูง และต้องดูแลรักษาอยู่ตลอด ถ้าโอนเนอร์รับข้อจำกัดตรงนี้ได้ ไม้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

ในบ้านเรา การเลือกใช้วัสดุต้องคำนึงเรื่องสภาพอากาศเป็นหลัก ต้องเป็นวัสดุที่สัมผัสแล้วรู้สึกดี ไม่ว่าจะเป็นไม้ กระเบื้อง ปูน ก็ทั้งมีข้อดี และข้อเสียต่างกัน จริงๆ แค่เวลาเดินเท้าเปล่าในบ้าน เราต้องรู้สึกว่ามันสบายเท่านั้นเอง

Dsign Something: อะไรคือความท้าทายใน การออกแบบ แต่ละโปรเจค ?

สำหรับเราทุกโปรเจคท้าทายหมดเลย เพราะเวลา ออกแบบบ้าน ต้องเริ่มต้นใหม่ เริ่มทำความรู้จักใหม่หมดเลย แล้วต่อจากนั้นเราจะตีความหมายของคำว่าบ้านออกมาแบบไหน จะมีพื้นที่ จะใช้วัสดุอะไรบ้าง โดยทุกคำถามนั้นจะเริ่มจากการทำความเข้าใจลูกค้าก่อนตลอด

ใกล้เคียง กัน ความ ท้าของบ้านคือเรื่องของ ผู้ใช้งาน เพราะเหตุว่า ใน ตอนท้าย บ้าน จะเป็นสิ่ง ที่ ช่วยเหลือ ผู้ใช้งาน พวกเราจะพิจารถา ตลอด ว่า จะดีไซน์ พื้นที่ ยังไง ให้ความข้องเกี่ยวของคนภายใน บ้าน ดียิ่งขึ้น ให้เขา สุขสบาย สบาย รวมทั้งดำเนินชีวิต เจริญ ขึ้น ซึ่ง เป็น สั่ง ที่ ท้าใน แต่ละ โปรเจค บางครั้งอาจจะ เป็น สิ่ง ด้ามจับ จำต้องมิได้ในตอน ดีไซน์ แต่ว่า จะเกิดขึ้น ข้างหลัง ผู้ใช้งาน ได้ เข้าไป ดำเนินชีวิต ใน นั้น

“การออกแบบสถาปัตยกรรมเป็นงานที่ใช้ประสบการณ์ เราต้องใช้เวลาในการค่อยๆ ซึมซับที่ว่างและความรู้สึก ยิ่งเราฝึกฝนไปเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง ก็จะถึงเวลาของตัวเอง”

“ถ้าเราทำอะไรแล้วมีความสุขเราก็จะทำมันได้นาน”

โดยเฉพาะวัสดุที่นำมาใช้ตกแต่งภายในห้องครัว

โดยเฉพาะวัสดุที่นำมาใช้ตกแต่งภายในห้องครัว นอกจากเรื่องความสวยงามที่ต้องพิถีพิถันในการเลือกสรรแล้ว การเลือกใช้วัสดุปิดผิวบนพื้นและผนังที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างเหมาะสม ทั้งในเรื่องความทนทานและง่ายต่อการดูแลรักษา ยังมีส่วนช่วยเสริมสุขภาพอนามัยของการใช้งานภายในห้องครัวให้มีคุณภาพอย่างแท้จริง บทความนี้จึงรวบรวมวัสดุปิดผิวทั้งพื้นและผนังที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานในห้องครัวมาแนะนำ

ผนังทั่วไปในห้องครัว

การปรุงอาหารภายในห้องครัวของบ้านหรือที่อยู่อาศัยประเภทต่าง ๆ มักจะทำให้เกิดร่องรอยจากคราบสกปรกในระหว่างการทำอาหาร หรือคราบน้ำมันที่ใช้ในการทอดและผัดลอยไปเกาะอยู่ตามผนังภายในห้องครัว ซึ่งอาจทำให้เกิดเป็นร่องรอยที่ไม่สวยงาม มีกลิ่นเหม็นสะสมตามผนัง และยากต่อการเช็ดทำความสะอาด แม้จะเป็นผนังในห้องครัวทั่วไปที่ไม่ใช่บริเวณปรุงอาหาร หรือไม่ต้องสัมผัสกับความร้อน ความชื้น คราบน้ำมันและคราบอาหารโดยตรง ก็จำเป็นต้องเลือกสรรวัสดุที่มีความเหมาะสมเพื่อให้สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย โดยอาจเลือกกรุผนังด้วยวัสดุเหล่านี้
  • กระเบื้องเซรามิก เป็นวัสดุที่มีพื้นผิวเรียบลื่น มันเงา จึงเหมาะสำหรับนำมาใช้กรุผนังตกแต่งภายในห้องครัว เพราะสามารถทำความสะอาดได้ง่ายดาย เพียงแค่ใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาด หรือชุบกับน้ำยาเช็ดทำความสะอาด ก็สามารถเปลี่ยนผนังภายในห้องครัวให้สวยเหมือนใหม่ได้ทันที
  • ผนังทาสี สำหรับผนังภายในห้องครัวบริเวณที่ไม่ต้องรับศึกหนักในการทำอาหาร อาจตกแต่งผนังส่วนใหญ่ด้วยการทาสีทับพื้นผิวผนังให้สวยงาม แต่ควรเลือกใช้สีทาผนังที่มาพร้อมคุณสมบัติทนความร้อนและความชื้นได้ดี เพื่อป้องกันการเกิดคราบราดำบนผนังภายในห้องครัวที่มีความชื้นสูง และเพื่อความสะดวกในการดูแลรักษาผนังในห้องครัวมากยิ่งขึ้น แนะนำให้เลือกใช้สีทาผนังที่โดดเด่นด้วยคุณสมบัติที่สามารถเช็ดทำความสะอาดผิวผนังได้บ่อยครั้ง โดยไม่ทำให้สีหลุดร่อน ก็จะช่วยตอบโจทย์การดูแลผนังห้องครัวภายในบ้านให้กลายเป็นเรื่องง่ายมากกว่าเดิม
  • ผนังฉาบปูนขัดมัน สำหรับบ้านสไตล์ลอฟท์ที่ตกแต่งภายในห้องครัวด้วยผนังฉาบปูนขัดมันหรือผนังปูนเปลือย แนะนำว่าควรใช้น้ำยาเคลือบผิวผนัง เพื่อป้องกันการดูดซึมน้ำ คราบน้ำมัน ความชื้นที่เกิดขึ้นภายในห้องครัวไปจับอยู่ตามผิวผนัง ก็จะช่วยลดการเกิดเชื้อรา ตะไคร่น้ำ และคราบขาวบนผนังปูนเปลือยได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะช่วยให้ง่ายต่อการทำความสะอาดมากขึ้นด้วยเช่นกัน

ผนังห้องครัวที่ต้องรับบทหนัก

ผนังในส่วนปรุงอาหารที่ต้องเผชิญกับความร้อน ความชื้น ละอองน้ำมัน และคราบความสกปรกจากการทำอาหารอยู่ตลอดเวลา เป็นส่วนที่ต้องให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษในการเลือกวัสดุปิดผิวผนังที่สามารถดูแลง่ายและสะดวกต่อการทำความสะอาดหลังจากใช้งาน อาทิเช่น
  • หินเทียมหรือหินสังเคราะห์ ปัจจุบันวัสดุชนิดนี้ได้รับความนิยมสูงในการนำมาใช้ออกแบบเป็นเคาน์เตอร์ครัว เพราะมีความทนทานและง่ายต่อการทำความสะอาด ซึ่งสามารถนำมาใช้ตกแต่งห้องครัวด้วยการกรุวัสดุลงบนผนัง โดยควรเลือกหินสังเคราะห์ชนิดที่มีคุณสมบัติในการดูดซึมน้ำต่ำ เพราะจะช่วยให้ดูแลทำความสะอาดได้ง่าย พร้อมทนทานต่อความร้อนและความชื้นได้ดีกว่า อีกทั้งยังสามารถนำมาใช้ตกแต่งเพื่อความสวยงามที่กลมกลืนกันได้ดีทั้งในส่วนเคาน์เตอร์และผนังห้องครัวที่ต้องรับศึกหนักในการทำอาหาร
  • แผ่นสเตนเลส นอกจากสเตนเลสจะเป็นวัสดุที่ถูกนำมาใช้ออกแบบเป็นเคาน์เตอร์ครัวค่อนข้างมาก เนื่องจากมีความทนทานต่อการใช้งาน ยังมีการนำวัสดุชนิดนี้มาใช้ในการออกแบบตกแต่งผนังภายในครัวบริเวณที่ต้องเผชิญกับการประกอบเป็นอาหารอยู่เสมอ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะสามารถพบเห็นได้บ่อยตามห้องครัวในร้านอาหาร หรือห้องครัวของโรงแรม เพราะวัสดุสเตนเลสโดดเด่นด้วยคุณสมบัติที่สามารถทนทานต่อความร้อนบริเวณหน้าเตาทำอาหารได้ดี และสามารถเช็ดล้างทำความสะอาดได้ง่ายโดยไม่ต้องกังวลเรื่องความสวยงามเช่นวัสดุประเภทอื่นมากนัก อีกทั้งยังมีขนาดใหญ่ สามารถใช้ปิดผิวบนผนังได้อย่างต่อเนื่องแบบไร้รอยต่อระหว่างเคาน์เตอร์และผนัง ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบผิวเงาและผิวด้าน จึงเหมาะสำหรับการใช้งานภายในห้องครัวที่ต้องใช้งานหนักเป็นอย่างยิ่ง แต่ควรระวังไม่ให้ผิววัสดุเผชิญกับอาหารหรือสารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นกรดและด่างสูง เพราะจะทำให้เกิดร่องรอยด่างบนวัสดุสเตนเลสได้
  • กระเบื้องเซรามิกผิวเรียบลื่น เป็น สิ่งของ ที่ ไม่ยุ่งยากต่อการช่ระล้าง แล้วก็เหมาะสมกับ ครัว ที่ ถูก ใช้งน อย่างมาก เยอะที่สุด เพราะว่า ผิว ของ กระเบื้อง มีคุถลักษณะซึมซับ น้ำต่ำ ทำให้ไม่ดูดซึม ความชุ่มชื้น และก็รอยเปื้อน มัน เอาไว้ภายใน ฝ่าผนัง โดย บางทีอาจ เลือก ใช้กระเบื้อง พอเพียง ร์ซ เลน หรือ กระเบื้อง แผ่น ใหญ่ สำหรับในการตกแต่ง ฝาห้อง ห้องครัว เพื่อ ครัว มีความสวย รวมทั้งมี รอยต่อจากร่อง ยา แนว กระเบื้องต่ำที่สุด ที่ สำคัญควรที่จะเลือก ใช้ยาแนว กระเบื้องซึ่งสามารถยึดเกาะก้าวหน้า ทนไฟ แล้วก็ความชุ่มชื้น สูง แล้วก็ช่วย ลด การเกิด คราบเปื้อน รา ดำ แลก็ แบคที่เรีย ก้าวหน้า ก็ จะ ช่วย เสริม พลานามัย ข้างใน ครัวให้สะอาด เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
  • กระจกเทมเปอร์ กระจก เป็น สิ่งของ ที่ ไม่ ค่อย พบเจอ ได้บ่อยมาก นัก สำหรับในการ เอามา กรุ ลงบน ฝาผนัง ใน ครัว เนื่องจากว่าไม่อาจจะ ทนต่อ แรง ชน สำหรับเพื่อการ ใช้งาน ได้ สักเท่าไหร่ อุปกรณ์ ที่ สมควรรวมทั้ง สมารถ ประยุกต์ใช้กรุฝาผนัง ใน ครัว เจริญ เยอะที่สุดตัวอย่างเช่น กระจกเทมเปอ ร์ หรือ กระจก ลามิเนต ซึ่งมีคุณลักษณะซึ่งสามารถ ทน ต่อ แรง ชน ได้ดิบได้ดี โดย สามารถเอามาตัด ให้มี ขนาด พอคิบพอดี กับ รอบๆ ที่ ปรารถา ได้ อย่าง พอดี รวมทั้ง มีรอยต่อน้อยกว่า ผู้กระทำรุ ฝาผนัง ด้วย กระเบื้องทั้งยัง อุปกรณ์ จำพวกนี้ ยัง สามารถ เลือก แบบ สำหรับการตกแต่งได้มากมาย ไม่ว่า จะเป็นการพ่น สี่ พ่น ทราย หรือ ทำลวดลาย บน ผิว ฝาผนัง แต่ว่า บางทีอาจ ไม่อาจจะ เจาะ ฝาผนัง เพื่อ ห้อย เครื่องใช้ได้ ตาม อยาก

พื้นห้องครัวทนทาน ไม่ลื่นล้ม

วัสดุที่เหมาะสำหรับการนำมาตกแต่งพื้นภายในห้องครัวควรมีพื้นผิวที่เหมาะสม ไม่ทำให้ลื่นล้ม และควรมีความแข็งแรงทนทานได้ดี ไม่เป็นพื้นผิวที่ง่ายต่อการสะสมสิ่งสกปรก อีกทั้งยังควรเป็นวัสดุที่สามารถทำความสะอาดได้ง่ายหลังการใช้งาน เช่น

  • กระเบื้องเซรามิก เป็นวัสดุที่ถูกนำมาใช้ตกแต่งภายในห้องครัวมากที่สุด เนื่องจากมีความแข็งแรงทนทานสูง มีคุณสมบัติในการดูดซึมน้ำต่ำ ง่ายต่อการดูแลรักษา พร้อมทั้งยังมีลวดลายสวยงามให้เลือกสรรมากมาย ไม่ว่าจะเป็นลายแบบธรรมชาติทั้งลายหินและลายไม้ หรือลวดลายปูนขัดมัน แต่ควรเลือกกระเบื้องปูพื้นที่มีผิวสัมผัสหน้าเรียบ เพราะง่ายต่อการทำความสะอาดได้ดีกว่าผิวสัมผัสที่มีความขรุขระและเป็นร่องลึก ที่สำคัญไม่ควรเลือกใช้กระเบื้องที่มีพื้นผิวมันเงา เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุจากการลื่นล้มได้ง่าย
  • หินขัด ถ้าเกิด อยากได้ตกแต่ง พื้นของห้อง ห้องครัว ให้เกิดความงดงามเรียบ เนียน แบบ ไม่มี รอยต่อ ชี้แนะ ให้เลือก ปูพื้น ด้วย หินขัดเพราะมีคงทนถาวร ไม่ยุ่งยากต่อการ ชำระล้าง แต่ว่า บางทีอาจนล้ม ได้ ง่าย แม่ มี รอยเปื้อน น้ำ หก หรือ รอยเปื้อน น้ำมัน บนพื้น สำหรับ อุปกรณ์ ที่ ไม่ เสนอแนะ สำหรับการ เอามา ตกแต่ง พื้น ใน ครัว เป็น ไม้ธรรมชาติ หินอ่อน ประพรม รวมทั้งกระเบื้องเซรามิก เนื่องจากว่า เป็น อุปกรณ์ ที่ ยาก ต่อ กระบวนการทำ ความสะอาด ยากต่อ การรักษา รวมทั้ง สามารถ กำเนิดคราบเปื้อนเลอะเทอะซึ่งมีความสกปรก ได้ ง่าย สถาปนิก

แต่งผนังห้องแบบไหนให้สวย เก๋ ดูดีมีสไตล์ ทันสมัย เหมาะกับตัวเองมากที่สุด ถ้าเลือกไม่ได้ ตอบไม่ถูก ประปุกดอทคอมคือตัวช่วยที่ดีที่สุดสำหรับคุณ 7 ไอเดียตกแต่งห้องให้สวย ด้วยตัวเอง ต้องทำอย่างไร มาดูกัน

1. ผนังลายทาง

แม้ว่าผนังลายทางจะตกแต่งค่อนข้างยากและใช้เวลามาก เพราะต้องวัดและแปะเทปให้พอดีก่อนจะทาสี แต่ผลที่ได้ก็ออกมาคุ้มค่าเสมอ เพราะจะช่วยให้ห้องดูมีมิติกว้างขึ้นได้ แถมยังดูคลาสสิคสุด ๆ อีกด้วย ทั้งนี้หากอยากให้ผนังดูกว้างขึ้น ก็ควรทาสีเป็นแนวนอน แต่ถ้าหากต้องการให้ผนังดูยืดยาวขึ้นไปอีก ควรทาสีในแนวตั้ง

2. วอลเปเปอร์ไวนิล

วอลเปเปอร์ชนิดนี้นับเป็นแบบที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมาก เพราะสามารถติดและลอกออกได้ง่าย เหมาะสำหรับคนที่ชอบเปลี่ยนลุคใหม่ ๆ ให้กับห้องอยู่เสมอ ทั้งนี้วอลเปเปอร์ไวนิลแบบที่มีลวดลายจัด ๆ จะช่วยให้ห้องของคุณดูสดใสขึ้นได้ แต่ก็ควรติดวอลเปเปอร์ลายเยอะ ๆ แบบนี้ที่ผนังฝั่งเดียวเท่านั้น ไม่เช่นนั้นจะทำให้ห้องของคุณดูรกเลอะเทอะจนเสียบรรยากาศพักผ่อนได้

3. วอลเปเปอร์ลายฉลุ

ลายฉลุมักมีลวดลายที่ประณีตหรูหรา จึงสามารถช่วยให้ห้องของคุณดูมีระดับขึ้นอีกได้ ทั้งนี้หากคุณอยากให้ห้องของคุณดูกว้างขึ้น ก็ควรเลือกใช้วอลเปเปอร์ที่มีสีโทนสว่าง เช่น สีขาว สีฟ้า และสีเหลือง นอกจากนี้ หากคุณเกิดเบื่อและอยากลองตกแต่งห้องใหม่อีก ก็ไม่จำเป็นต้องลอกวอลเปเปอร์ออกให้เสียเวลา แต่สามารถทาสีทับไปได้เลย เพราะวอลเปเปอร์แนวนี้มักมีลายที่เรียบเสมอกันอยู่แล้ว

4. กระดานชอล์คบอร์ด

คนมักจะนิยมนำกระดานชอล์คบอร์ดไปแต่งกำแพงด้านใดด้านหนึ่งของห้องเด็ก เพื่อใช้เป็นของประดับห้อง แถมยังช่วยให้เด็ก ๆ ได้เพลิดเพลินจากการใช้จินตนาการวาดเล่นได้อย่างเต็มที่อีกด้วย อย่างไรก็ตาม กระดานเขียนแบบนี้ไม่จำเป็นต้องใช้กับห้องเด็กเสมอไป คุณสามารถนำกระดานแบบนี้มาใช้ตกแต่งห้องของตัวเองได้เช่นกัน จะได้ช่วยให้ห้องดูโดดเด่น ไม่ซ้ำใคร ด้วยรูปเขียนที่คุณวาดขึ้นเอง

5. วอลเปเปอร์ลายดอก

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบห้องสไตล์ย้อนยุคแนววินเทจหรือคันทรี่ วอลเปเปอร์ลายดอกนั้นเป็นสิ่งที่เหมาะกับคุณที่สุด เพราะช่วยให้บรรยากาศอบอุ่นอ่อนหวานแบบคลาสสิกได้มากกว่าการตกแต่งผนังแบบอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม ควรวัดขนาดให้ดีก่อนติด เพื่อให้ลายของวอลเปเปอร์เรียงต่อกันออกมาสวยงาม

6. บอร์ดติดผนัง

การตกแต่งห้องด้วยบอร์ดติดผนังนั้นทำได้ไม่ยาก แถมยังไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายมากอีกด้วย เพราะเพียงแค่ซื้อบอร์ดธรรมดามา หรือทำขึ้นด้วยตัวเอง แล้วนำรูปถ่ายที่คุณชอบ หรือคำคมเด็ด ๆ ที่โดนใจของคุณมาเขียนติดไว้ ก็ช่วยให้ห้องของคุณดอบอุ่นขึ้นได้แล้ว แถมยังช่วยให้คุณได้อมยิ้มกับภาพความทรงจำเก่า ๆ หรือได้แรงบันดาลใจจากคำพูดดี ๆ ที่เขียนติดเอาไว้อีกด้วย

7. ติดชั้นวางของตรงผนัง

นอกจากการติดชั้นวางของตามผนังจะช่วยให้ห้องของคุณดูไม่โล่งจนเกินไปแล้ว ยังช่วยให้คุณมีพื้นที่วางของจุกจิกที่ใช้ตั้งโชว์รวมถึงหนังสือต่าง ๆ เพิ่มขึ้นอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ต้องมั่นใจว่าสีของชั้นที่คุณวางนั้นเป็นสีที่เข้ากับผนังของคุณได้ดี เพื่อให้ไม่ดขัดตากันจนเกินไป

นอกจากที่เราแนะนำกันมานี้ ลูกเล่นที่สามารถนำมาใช้แต่งผนังห้องได้นั้น ยังมีอยู่อีกมากมายนับไม่ถ้วน ขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์และความกล้าที่จะลองสิ่งใหม่ ๆ ของเราเท่านั้น เพราะฉะนั้นควรกล้าที่จะลองอะไรที่แตกต่างและขยันแต่งห้องของเราอยู่เสมอ จะได้เปลี่ยนบรรยากาศให้ตัวเอง

วอลเปเปอร์ติดผนัง เป็นทางเลือกหนึ่งในการตกแต่งบ้านที่สามารถเปลี่ยนลุคเพิ่มสไตล์ให้ห้องได้อย่างทันตา ด้วยเหตุนี้หลายบ้าน โดยเฉพาะบ้านที่สร้างเสร็จใหม่ ๆ หรือบ้านที่กำลังจะซ่อมแซมปรับปรุง จึงสนใจที่จะติดวอลเปเปอร์ให้บ้านกันอยู่ไม่น้อย

1. วางแผนให้ดี

เริ่มจากวัดขนาดพื้นที่ผนังที่ต้องการจะติดวอลเปเปอร์ โดยใช้ ความกว้าง x ความสูง จากนั้นนำผลลัพธ์ที่ได้ไปเทียบกับขนาดของวอลเปเปอร์ เช่น ความกว้างห้อง 4 เมตร ความสูงห้อง 3 เมตร = 12 ตารางเมตร หากใช้วอลเปอร์หน้าแคบ หรือขนาดความกว้าง 0.53 เซนติเมตร ยาว 10 เมตร เป็นขนาดที่ใช้กันทั่วไป ก็จะใช้ประมาณ 3 ม้วน (1 ม้วนติดได้ประมาณ 5 ตารางเมตร) หากใช้วอลเปอร์หน้ากว้าง ขนาด 1.06 ความยาว 15.6 เมตร จะใช้ประมาณ 1 ม้วน ส่วนราคาของวอลเปเปอร์ติดผนังมีตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักร้อย ขึ้นอยู่กับลวดลายและวัสดุที่นำมาใช้ เช่น ไวนิล กระดาษ และโฟม 
2. เลือกลายที่เหมาะกับสไตล์ของบ้าน
การติดวอลเปเปอร์ผนังให้สวยได้นั้น ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมระหว่างลายของวอลเปเปอร์กับสไตล์ของบ้าน หากบ้านของคุณเป็นสไตล์วินเทจ หรือสไตล์ย้อนยุคนิด ๆ  ก็เลือกลายวอลเปอร์ที่ออกแนววินเทจให้เหมาะกับบ้าน เช่น ลายดอกไม้หวาน ๆ ลายฉลุ เป็นต้น หรือถ้าสร้างบ้านแนวสมัยใหม่ ก็ควรเลือกลายวอลเปเปอร์เก๋ ๆ สีสันสดใส เช่น ลายกราฟิก ลายทาง เป็นต้น
แต่งผนัง

3. หลากห้องต่างสไตล์ก็ไม่ผิด

สำหรับคนที่ยังรักพี่เสียดายน้องลายนั้นก็ดูดี ลายนี้ก็อยากได้ ไม่รู้จะเลือกวอลเปเปอร์แบบไหนดีก็ไม่ต้องคิดให้ปวดหัว เพราะไม่จำเป็นต้องเลือกวอลเปเปอร์ติดห้องลายเดียวกันหมดทั้งบ้านให้น่าเบื่อ แค่ระวังไม่ให้ลายวอลเปเปอร์โดดเด้งไม่เข้ากันกับสไตล์เฟอร์นิเจอร์ หรือลายของหน้าต่างในแต่ละห้องก็พอ

4. เนรมิตเรียบหรูคลาสสิคด้วยสีพื้น

หากไม่ชอบความวุ่นวาย อยากให้บ้านดูเรียบหรูคลาสสิค แนะนำให้เลือกติดวอลเปเปอร์สีพื้นอ่อน ๆ แล้วค่อยเพิ่มลูกเล่นด้วยการติดภาพวาดสีน้ำมันบานใหญ่ ๆ สักภาพ หรือภาพถ่ายสวย ๆ สักบานมาติดไว้ เท่านี้ก็จะได้บ้านลุคคลาสสิคแบบหรู ๆ แล้ว อีกทั้งยังทำให้ของตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ดูสวยงามขึ้นอีกต่างหาก

5. สร้างเอกลักษณ์ด้วยลวดลาย 

สามารถเปลี่ยนบรรยากาศห้องให้ดูมีสีสันเตะตา ได้ด้วยวอลเปเปอร์ที่มีลวดลาย แต่วอลเปเปอร์ติดผนังแบบนี้ เหมาะที่จะใช้ตกแต่งกับห้องกินข้าว ห้องน้ำ และห้องแต่งตัว เพราะลายพร้อย ๆ บนผืนวอลเปเปอร์ ซึ่งช่วยสร้างเอกลักษณ์และลดความเวิ้งว้างภายในห้องได้เป็นอย่างดีเลย อีกทั้งยังทำให้ห้องดูโดดเด่นขึ้นด้วย

6. เพิ่มมิติให้ห้องด้วยวอลเปเปอร์แบบนูน

ในส่วนห้องที่ต้องการให้ดูมีมิติ เช่น ห้องทำงาน หรือห้องนั่งเล่น ลองเลือกวอลเปเปอร์พื้นนูนหรือวอลเปเปอร์ 3D มาติดดูก็ได้ เพราะวอลเปเปอร์ชนิดพื้นนูน จะช่วยเพิ่มลวดลายให้พื้นผนัง ดูมีสไตล์แบบล้ำลึก โดดเด่นไม่แพ้ใคร อีกทั้งยังช่วยป้องกันเสียงได้ระดับหนึ่งด้วย

7. แปลกตาด้วยสไตล์การติด

การติดวอลเปเปอร์ผนัง ไม่จำเป็นต้องติดในแนวตั้งเสมอไป ลองแหวกแนวด้วยการพลิกแพลงติดวอลเปเปอร์ในแนวนอน ดูบ้างก็ช่วยเพิ่มความสวยงามได้ เหมือนกัน เช่น เลือกสีวอลเปเปอร์ผนังที่ตัดกันติดในห้องเดียวกัน ก็จะช่วยให้ห้องดูแปลกตา สวยไปอีกแบบ

8. ใช้ลวดลายปกปิดรอยตำหนิ 

สำหรับบ้านที่มีปัญหาผนังเป็นรอยด่างดำ หรือมีพื้นผิวขรุขระไม่เรียบสวย การติดวอลเปเปอร์ลายเดียวกันทั้งห้อง ก็จะช่วยพรางตาไม่ให้เห็นรอยตำหนิเหล่านี้ได้ง่าย แถมยังดูสวยแบบเนียน ๆ อีกด้วย

ซึ่งวิธีการติดวอลเปเปอร์เองนั้นก็ไม่ยาก เริ่มด้วยทำความสะอาดผนังกำจัดฝุ่นและคราบสกปรกออกซะก่อน จากนั้นทากาวลงบนขอบวอลเปเปอร์ หากวอลเปเปอร์มีกาวในตัวก็ข้ามขั้นตอนนี้ไปได้เลย เสร็จแล้วนำวอลเปเปอร์ติดผนังจากบนลงล่าง ไล่อากาศออกให้เรียบร้อยก่อนติดแผ่นต่อไป หากมีลายกาวเลอะให้รีบเช็ดออก ไม่ควรทิ้งไว้จนคราบกาวแห้ง
แต่งผนังห้องแบบไหนให้สวย

9. เล่นกับแสงไฟเพิ่มความสว่าง 

สำหรับห้องที่ไม่มีหน้าต่างหรือพื้นที่มุมอับ ค่อนข้างมืด ให้เลือกวอลเปเปอร์สีอ่อน ๆ หรือสีเมทัลลิก เพราะช่วยสะท้อนแสง พร้อมทั้งทำให้ห้องดูสว่าง และกว้างขึ้นได้มากกว่า แต่ทั้งนี้หากต้องการใช้วอลเปเปอร์สีเข้มก็สามารถทำได้ โดยจับคู่กับโทนสีสว่างหรือติดกระจกช่วยพรางตา

10. หมั่นดูแลรักษาความสะอาด

การดูแลความสะอาดก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน โดยใช้ผ้าหรือฟองน้ำชุบน้ำยาทำความสะอาดบริเวณที่มีคราบสกปรก โดยถูเบา ๆ และทำซ้ำจนกว่าคราบจะหายไป หลีกเลี่ยงการใช้สารระเหย เช่น ทินเนอร์ ทำความสะอาดเพราะอาจจะทำให้ผิวสัมผัสของวอลเปเปอร์เสียหายได้ ทั้งนี้หากวอลเปเปอร์ฉีกขาดควรรีบแก้ไข เพราะหากปล่อยทิ้งไว้จนขอบแข็งจะซ่อมแซมยาก สถาปนิก

ก่อนจะติดวอลเปเปอร์ในห้องต่าง ๆ ก็ลองนำเทคนิคการติดวอลเปเปอร์ผนังที่เรานำมาฝากนี้ไปปรับใช้กันดูนะคะ จะได้ตกแต่งบ้านด้วยวอลเปเปอร์กันได้แบบสวยและเนี้ยบ ไม่ต้องเปลี่ยนใหม่บ่อย ๆ แถมยังทำให้บ้านของเราน่าอยู่ขึ้นอีกด้วย 

รู้จักบ้านสไตล์ร่วมสมัย

รู้จักบ้านสไตล์ร่วมสมัย

บ้านสไตล์ร่วมสมัยเป็นแบบบ้านที่ไม่ได้ถูกนิยามหรือจำกัดความตายตัวว่าต้องเป็นบ้านที่ตกแต่งด้วยสไตล์อะไรกับรูปแบบใด แต่เป็นการตกแต่งบ้านสไตล์หนึ่งที่มีการผสมผสานกันระหว่างการตกแต่งบ้านในอดีตที่ผ่านมาและการตกแต่งบ้านของยุคสมัยปัจจุบันที่ได้รับความนิยมในขณะนั้น จึงเกิดเป็นรูปแบบหนึ่งของการแต่งบ้านที่ผสานทั้งเสน่ห์แห่งความเก่าและใหม่เข้ากันไว้อย่างลงตัว ซึ่งการตกแต่งบ้านในสไตล์นี้จะช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้การแต่งบ้านในแบบเดิมมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นมากยิ่งขึ้น แต่จะเน้นการตกแต่งที่เรียบง่ายด้วยการผสมผสานวัสดุที่มีความเป็นธรรมชาติ เพื่อสร้างบรรยากาศของการอยู่อาศัยภายในบ้านให้รู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย และมีความเป็นธรรมชาติมากกว่าเดิม

5 จุดเด่นของการแต่งบ้านสไตล์ร่วมสมัยที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยอย่างลงตัว

ความสวยงามคลาสสิก 

การตกแต่งบ้านในสไตล์ Contemporary เป็นการตกแต่งบ้านที่มีความร่วมสมัยระหว่างกลิ่นอายในอดีตและปัจจุบัน มีการใส่ใจในรายละเอียดและฟังก์ชั่นใช้งานเช่นเดียวกับบ้านสไตล์โมเดิร์นที่มีความทันสมัย แต่บ้านสไตล์ Contemporary จะเน้นการตกแต่งที่เพิ่มบรรยากาศแห่งความรู้สึกในการอยู่อาศัยและใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น และค่อนข้างมีรายละเอียดเล็กน้อยที่มากกว่าการแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์น อาทิเช่น การออกแบบหลังคาของบ้านร่วมสมัยจะนิยมเลือกใช้หลังคาทรงจั่วหรือปั้นหยามากกว่าหลังคาแบบเรียบแบนตามสไตล์โมเดิร์น โดยจะใช้โทนสีหลังคาที่มีความเข้มขรึมหรือโทนอ่อนที่ไม่ฉูดฉาด ซึ่งสามารถเสริมภาพลักษณ์อันสง่างามให้บ้านสไตล์ร่วมสมัยได้เป็นอย่างดี ออกแบบบ้าน

เสน่ห์ธรรมชาติ 

บ้าน สไตล์ ร่วมยุค จะ มีการ นำ อุปกรณ์ ที่ มี ความยุติธรรม ชาติ อย่าง " ไม้" มา ใช้สำหรับในการตกแต่ง บ้าน ไม่ว่า จะ เป็นการ ประยุกต์ใช้เพื่อ ตกแต่ง เป็น องค์ประกอบ ด้านในภาย ตาม ตึกหรือ บางทีอาจ เป็น ลักษณะของ เครื่องเรือน จาก ไม้ ธรรมชาติ ที่ ประยุกต์ใช้ตกแต่ง บ้าน ก็ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งอุปกรณ์ ชนิด ไม่ ไม่ว่า จะ เป็น ไม่จริง หรือ ไม่เทียม ก็ เป็น เอกลักษณ์ อย่างหนึ่ง ที่ หมาะสมกับ การตกแต่ง บ้าน สไตล์ ร่วมยุค ใน แต่ละ สมัย เพราะ บรรยากาศ ของ การตกแต่ง บ้าน สไตล์ นี้ จะย้ำ ความอบอุ่น แล้วก็ ชักชวน บรรเทา มากยิ่งกว่า การ แต่ง บ้าน สไตล์ โมเดิร์น ในขณะนี้ ที่ เน้นย้ำความล้ำยุค จากการใช้อุปกรณ์ ยุคใหม่ มากยิ่งกว่า ก็เลย ทำให้การแต่งบ้าน ใน สไตล์ Contemporary เป็น แบบ ที่ ประสมประสาน เสน่ห์ ที่ ธรรมชาติ ไว้ภายใน การพักอาศัย อย่าง พอดี ทั้งยัง ยังยม สร้าง บรรยากาศ รอบๆ บ้านรวมทั้ง ด้นในภาย ให้ มี ความชอบธรรม ชาติ ด้วย การจัดตกแต่งสวน ปลูกต้นไม้ เพิ่ม ความร่มเย็น มากเพิ่มขึ้น

ผสานการใช้วัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น 

การตกแต่งบ้านในสไตล์ Contemporary ที่โดดเด่นไปด้วยความร่วมสมัยของประเทศไทยจะมีการหยิบนนำวัสดุที่สามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่นมาผสมผสานเข้ากับการตกแต่งบ้านให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งในแต่ละภูมิภาคก็จะมีวัสดุที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ อาทิเช่น
  • วัสดุไม้ ประเทศไทยในอดีตมีทรัพยากรทางธรรมชาติอย่าง ป่าไม้ ค่อนข้างมาก จึงทำให้การก่อสร้างบ้านในสมัยก่อนนิยมนำไม้มาใช้เป็นองค์ประกอบหลักของตัวบ้านและงานตกแต่ง ซึ่งในแต่ละท้องถิ่นก็จะมีวัสดุไม้ที่มีชนิดแตกต่างกันออกไปทั้งไม้เนื้ออ่อนและไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้สัก ไม้ประดู่ ไม้เต็งรัง เป็นต้น ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้มีความอบอุ่น ผ่อนคลาย และเป็นธรรมชาติมากขึ้นแล้ว การตกแต่งบ้านด้วยวัสดุไม้ยังช่วยเพิ่มความสวยงามคลาสสิกให้บ้านมีความร่วมสมัยที่ชวนมองมากยิ่งขึ้น
  • อิฐมอญหนึ่ง ใน สิ่งของเขตแดน ที่ มีการ ผลิต และก็ ถูก ประยุกต์ใช้งาน สำหรับในการ ก่อสร้างบ้าน อย่างล้นหลาม ตั้งแต่ ใน สมัยก่อน จนกระทั่ง ปัจจุบันนี้ ซึ่ง เป็น อุปกรณ์ ที่ สร้างขึ้น จากดินเหนี้ยว ผสมแกลบ โดย เอามา เผา ใน อุณหภูมิ สูงเพื่อ เซ็ตดิน ให้มีความแข็งแรง ทน รวมทั้ง สามารถ ใช้งาน ได้ ช้านาน นิยม ประยุกต์ใช้ งาน ประกอบ เป็น องค์ประกอบ หลัก ใน ส่วน ฝาผนัง ของ บ้านรวมทั้งตึก ก่อนจะฉาบปูน แลก็ลงสีตกแต่งฝาผนัง ให้มีความสวยสดงดงาม แม้กระนั้น ในขณะนี้ มีการ เปิดเผย ผิว ส้มผัสธรรมชาติ เพื่อ มองเห็น เนื้อแท้ ของ อุปกรณ์ เพิ่มมากขึ้น โดย การ โชว์ฝ่าผนัง ก่ออิฐ ใน แบบ สไตล์ ลอฟท์ ที่สามารถ เอามา ปรับใช้ กับ บ้าน สไตล์ ร่วมยุค ได้ เหมือนกัน

สอดแทรกภูมิปัญญาไทย

เสน่ห์ของการแต่งบ้านในสไตล์ Contemporary ที่มีความร่วมสมัยไม่ได้มีเพียงการเลือกใช้วัสดุที่สามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่นและนำมาตกแต่งใหม่จนสวยงามเท่านั้น แต่การแต่งบ้านสไตล์นี้ยังมีการสอดผสานแนวคิดทางภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้าไว้ในการออกแบบตกแต่งอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดของงานฝีมือที่สอดแทรกอยู่ในงานของช่างไม้ในแต่ละพื้นที่ซึ่งมีกลิ่นอายที่แตกต่างกัน ตลอดจนถึงงานจักสานเครื่องหวายเป็นเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งภายในบ้าน หรือขั้นตอนในการออกแบบก่อสร้างและตกแต่งบ้านที่มีสไตล์ไม่ซ้ำกันในแต่ละท้องถิ่น ก็ล้วนเป็นภูมิปัญญาไทยที่ผสานอยู่ในการแต่งบ้านสไตล์นี้ได้อย่างงดงามลงตัว

รายล้อมด้วยบรรยากาศอบอุ่นชวนผ่อนคลาย 

บ้าน สไตล์ร่วมยุค เป็นบ้า น ได้รับ การตกแต่ง ให้ มี บรรยากาศ อบอุ่น ชักชวน บรรเทา แล้วก็เหมาะกับ การอาศัย ใน วันแล้ววันเล่า เยอะขึ้นเรื่อยๆ โดย การ เลือก ใช้โทน ในบ้าน ที่ มี ความธรรมดารวมทั้งเป็นธรรมชาติ เยอะที่สุด อย่าง โทน สีเทา ครีม ขาว เอิร์ธ โทน หรือ น้ำตาลอ่อน ที่ ประสมประสาน ถูกกัน อย่าง พอดี เพื่อ บรรยากาศ ข้างในบ้าน มีความสบายตา คงจะความง่ายๆ แต่ว่า ก็ ให้ความรู้ความเข้าใจ สึก ที่ ล้ำยุค ไป พร้อม และก็ ด้วย การตกแต่ง บ้าน ในสไตล์ Contemporary ที่ไม่มีการเฉพาะเจาะจงไป ทาง ใด ทาง หนึ่ง ก็เลย ทำให้การ แต่งบ้าน สไตล์ นี้ สามารถ นำไป ปรับ ปรับใช้ใน แต่ละ ช่วง ได้ อย่าง มากมาย และก็ สามารถ ประยุกต์ใช้ตกแต่ง บ้าน ให้เกิดความสวยงาม น่าอยู่ ได้อย่างร่วมยุค โดย ไม่ ทำให้เกิดความรู้สึก เชย เกินความจำเป็น

คอนโด

คอนโด ส่วนใหญ่มีพื้นที่จำกัด ทำให้การตกแต่งแต่ละห้องดูไม่ค่อยง่ายเท่าไร โดยเฉพาะห้องนอน ที่หลายคนใช้ช่วงเวลาวันหยุดพักผ่อน สำหรับใครมีแพลนอยากตกแต่งห้องนอนคอนโด รวมทั้งตกแต่งห้องนอนขนาดเล็ก ลองแวะมาดูไอเดียแต่งห้องนอนตามสไตล์กันเลย

1. ห้องนอนขนาดเล็กสไตล์มินิมอล

สำหรับ คนใดกันแน่ ที่ ถูกใจ การตกแต่งสไตล์ ไม่ นิ มอ ล สีน้ำตาล มองร่มรื่น ด้วยต้นไม้ใบเขียว ลองมองไอเดียตกแต่ง ห้องนอน ของ ที่ สร้าง ห้อง ขนาด กว้าง 4 เมตร ยาว 6 เมตรด้วย ตัวเอง เริ่ม จากพื้น ปู่ด้วยพมน้ำมัน ลายไม้ สีน้ำตาล เตียงทำมาจากไม้ พา เลต ขัดเรียบชั้นที่เอาไว้สำหรับเพื่อวางของ ทำมาจาก เหล็ก ข้อต่อ ท่อ แป๊บ รวมทั้ง ไมแผ่น ติดราว รวมทั้งผ้าม่าน กรอง แสงสว่าง ขอบ หน้าต่าง แซม ด้วย ต้นไม้ สี เขียว บางมุม โดย ใช้เวลา ทำ ทั้งหมดทั้งปวง 3 วัน กับงบประมาณ 10,000 บาทเพียงแค่นั้น

2. ห้องนอน สไตล์สแกนดิเนเวีย

การแต่งห้องนอนคอนโดสไตล์สแกนดิเนเวียเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของคนที่ชอบความเรียบง่าย เน้นความสว่างผสมกลิ่นอายแบบตะวันตก ขอยกตัวอย่างจากสมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ภายในห้องนอนปูผนังอิฐสีขาวตรงหัวเตียง มีเตียงนอนไม้ขนาด 5 ฟุต แบบลอยตัว ติดโคมไฟอ่านหนังสือตรงหัวเตียง วางโต๊ะเหล็กท็อปกระจกเล็ก ๆ ข้างเตียง โต๊ะเครื่องแป้ง ปลายเตียงเป็นตู้เก็บหนังสือ แต่งด้วยม่าน 2 ชั้น คือ ม่านโปร่งและม่านพับสีทึบ

3. ห้องนอนในบ้านไม้เก่า

ห้องนอนเล็ก ๆ ในบ้านไม้เก่า ถ้าได้รับการตกแต่งใหม่ก็ดูสวยงามน่าอยู่ขึ้นเยอะเลย เหมือนกับห้องนอนไม้ของสมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่ทาสีขาวทั้งห้องเป็นการเพิ่มความสว่าง ติดผ้าม่านสีขาวโปร่งแสงเพิ่มความเป็นส่วนตัว มาพร้อมฟูกสีขาวขนาด 5 ฟุต ปูพื้นด้วยเสื่อน้ำมันลายไม้อ่อน ๆ มีชั้นวางหนังสือสีขาวกั้นระหว่างโซนนั่งเล่นที่มีบีนแบ็กแต่งด้วยพรมปูพื้นสีน้ำตาลอ่อน และโต๊ะทำงานสีขาวอยู่ปลายเตียง

4. ห้องนอนคอนโด 27 ตร.ม.

สำหรับ คอนโด ขนาดเล็ก ราว 27 ตำรวจ มัธยม โดยมาก จะ เป็น ห้อง สตูดิโอ ที่ กัน ด้วย ประตูกระจก บางครั้งก็อาจจะจำเป็นต้อง แต่ง ทั้งยัง ห้อง ให้เป็น สไตล์ เดียวกัน หากถูกใจห้องนอนโทน สีฟ้า สบาย ตา อยากที่จะให้ มาดู แบบอย่างจาก คุณ สุนัข น้อย เฮี๊ด ดี (HD) สมาชิก เว็บพัน ทิป ดอทคอม ตกแต่ง ด้วย สีฟ้ หรือ ฟ้า อม เขียว สลับ กับ สีขาว กัน ห้องนอน ด้วย กระจกตาลาย ราง สี ดำ สุด โก้เพื่อ ไม่ ให้ มอง อึดอัด จนถึง เหลือเกิน ผ้าห่มนวม เป็น ลาย ดอกไม้ สีฟ้าแต่ง ฝาผนัง หัว เตียง ด้วย กรอบรูป และก็ ติด ม่าน ที่ หน้าต่าง มีต้น ไม้เลียนแบบ วาง ใน มุม ต่างๆพร้อม วางโต๊ะ ดำเนินงาน ใน ห้องนอน แนว เดียว กับ ช่อง หน้าต่าง ทำให้ ออม พื้นที่ ได้ อีกมากมาย

5. ห้องนอนขนาดเล็ก 12 ตารางเมตร

บ้านที่มีห้องนอนขนาดเล็ก เหมาะกับการแต่งให้เป็นโทนสีขาวเพื่อให้ดูกว้างขึ้น ยกตัวอย่างสมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่ตกแต่งห้องนอนเล็ก ๆ ในบ้านกับน้องสาวแค่เพียง 2 คน ให้ดูสวยทันสมัยและมีสไตล์แบบมินิมอล เริ่มจากทาสีน้ำอะคริลิกสีขาวทั่วกำแพงห้อง แต่งด้วยผ้าม่านทำจากผ้าฝ้ายสีขาว ปูพื้นด้วยกระเบื้องยาง เพิ่มโต๊ะทำงาน ตู้ลิ้นชักสีขาว และเก้าอี้สีขาว แต่งด้วยต้นไม้ที่มุมห้อง ดูสดใสมากเลยทีเดียว ออกแบบบ้าน

6. ห้องนอนสไตล์สแกนดิเนเวียคลีน ๆ

เนื่องจากห้องนอนคอนโดมีพื้นที่จำกัด ดังนั้นของที่จะจัดวางต้องใช้งานได้จริงและมีความสวยงามไปพร้อมกัน เหมือนอย่างการแต่งห้องของ คุณ แจ๊สสีฟ้า สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม เน้นความเรียบง่าย แฝงความหรูหรา มีความโปร่งสบายตา โดยเน้นผนังสีขาว เตียงนอนสีขาว ตัดกับเฟอร์นิเจอร์ลายไม้ ผ้าม่านสีอ่อน และแต่งด้วยกรอบรูปบริเวณผนังหัวเตียง

7. ห้องนอนคุมโทนเข้มแบบแมน ๆ

คุณสุภาพบุรุษ ที่ กำลังหา แนว แต่ง ห้องนอน คอนโด แบบ เข้ม ๆ อยากที่จะให้ลอง ดูตัว อย่างของ สมาชิก เว็บ พัน ทิป ดอทคอม ที่ย้ำโทนสีน้ำเงิน และก็เทา อ่อน เพื่อ ไม่ ให้ ห้องมืด จนกระทั่ง เหลือเกิน ใส่ตะเกียง สีส้ม เพื่อ ช่วยทำให้ บรรยากาศ ห้อง ให้ มอง อบอุ่น ขึ้น ใส่ ตู้วางหนังสือ สี ดำ แล้วก็ จัดวาง โต๊ะทำงาน เป็น โต๊ะ กระจก ให้ มอง โปร่งๆ และไม่ บัง แสงสว่างจาก หน้าต่างกลางวัน

8. ห้องนอนเล็ก 14 ตร.ม. สไตล์เซน

ห้องนอนเล็ก ๆ ในอาคารเก่าดูคับแคบ สีเก่าลอก และพื้นเป็นไม้เก่ามีร่องไม้ต่างระดับ WORK54STUDIO จึงได้ทำการรีโนเวทใหม่โดยปูพื้นด้วยกระเบื้องยางลายไม้ ทาสีเขียวให้ผนังซึ่งเป็นสีเดิม เปลี่ยนกรอบมุ้งลวดหน้าต่างเป็นกรอบกระจกอะลูมิเนียมสีทอง เพิ่มมู่ลี่ไม้เพื่อบังแสงและพรางสายตาจากภายนอก วางเตียงชิดริมหน้าต่างเพื่อให้ห้องมีพื้นที่ตรงกลาง เติมผนังระแนงสีขาวตรงหัวเตียง และวางโต๊ะทำงานยาวชิดริมขอบหน้าต่าง
ถ้าต้องการทำให้ห้องนอนน่านอนมากขึ้น นอกจากมีเตียงนอนแล้ว เราสามารถเพิ่มสไตล์การตกแต่งตามชอบเข้าไป สำหรับใครที่อยากแต่งห้องนอนเล็ก ๆ ลองมาส่องรีวิวการแต่งห้องนอนด้านบนกันดู เผื่อจะใช่แนวที่กำลังตามหาก็ได้นะ

สีทาบ้านก็เป็นอีกหนึ่งวัสดุตกแต่งบ้าน ที่ได้รับการสร้างสรรค์ออกมาหลากหลายรูปแบบเพื่อการใช้งานที่หลากหลาย โดยเฉพาะพื้นที่ภายนอกและพื้นที่ภายในบ้านที่มีสภาพแวดล้อมแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากพื้นที่นอกบ้านเป็นบริเวณที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศทั้งแดด ฝน ความร้อน และความชื้นมากกว่าพื้นที่ภายในบ้าน จึงทำให้การเลือกใช้สีทาบ้านสำหรับพื้นที่ภายนอกและภายในถูกจัดไว้ในประเภทที่มีความแตกต่างกัน เพื่อให้ได้สีที่มีคุณภาพและสามารถสร้างความสวยงามให้ตัวบ้านทั้งภายนอกและภายในได้ยาวนานตลอดการใช้งาน ลองมาดูกันว่าระหว่างสีทาภายนอกและสีทาภายในบ้านมีความแตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกใช้สีแบบไหนที่มีความเหมาะสมกับตัวบ้านมากที่สุด

โดยทั่วไปจะมีการแบ่งสีออกเป็น 2 ประเภท คือสีทาภายนอกและสีทาภายใน 

สีทาภายนอก

เป็น สี ที่ได้รับ การออก แบบ มา ให้ มีคงทนถาวร สูง ต่อสภาพภูมิอากาศ ที่ มีการ เปลี่ยน ตลอดระยะเวลา เพื่อ สี ทาบ้าน สามารถติด แข็งแรง บน ฝาผนัง นอกตัวบ้าน ที่ จะต้อง พบเจอ กับ แดด และก็ ฝน ทั้งวัน ก้าวหน้า โดย ไม่ หลุด ลอก จากฝาผนัง บ้าน ทั้งยัง มีการเพิ่มคุถลักษณะ ให้สี ทาข้างนอก สามารถ กัน ความชุ่มชื้น แล้วก็ การเกิด เชื้อรา บน ฝาผนัง บ้าน ก้าวหน้า หรือ แม้กระทั้ง ในวันที่มี แดด จัดจ้าน ก็ ยังมีส่วน ผสม ซึ่งสามารถคุ้มครองปกป้อง รังสียูวี แล้วก็ความร้อน จาก พระอาทิตย์ ได้อย่างมีคุณภาพ ที่สามารถต่ออายุ การใช้แรงงาน ให้ สี ทา ด้านนอกมี คงทนถาวร ช้านาน และไม่ ซีดเผือด จาง

สีทาภายใน

เป็น ชนิดสี ที่ได้รับการออก แบบ มาเพื่อการตกแต่งข้างในบ้าน โดยยิ่งไปกว่านั้น ก็เลย ทำให้ไม่มีคุณลักษณะ ซึ่งสามารถ ทนแดดรวมทั้ง ทน ฝนได้ดังสี ทา ข้างนอก ถ้าหาก นำ สี ชนิดนี้ ไป ทาบริเวณ ฝาผนัง ข้างนอก ก็ อาจจะก่อให้สี หลุด ร่อน ออกมาจากฝาผนัง บ้านได้ ง่าย โดย เนื้อ สี ของสี ทา ข้างใน จะ เป็น เนื้อ สี่ แท้ ที่ ไม่มี สารเคมี อื่น ปน ก็เลย ทำให้สี ทาข้างใน มีความละเอียด สูง พร้อม ทำให้ฝาผนัง ในบ้านมีความงดงาม เงา สวย รวมทั้งยัง เป็น สี ที่มี กลิ่นค่อนข้างจะ น้อย เหมาะแก่การนำมาใช้ทาฝาผนัง ในบ้าน เจริญ ซึ่ง ในตอนนี้ มีการ สร้างสรรค์ สี ทา ฝาผนัง ในบ้าน ซึ่งสามารถ ขัด ทำความสะอาดได้อย่างง่ายดายรวมทั้ง ทนต่อ การเช็ด เช็ดคราบเปื้อนเลอะเทอะซึ่งมีความสกปรก บน ฝาผนัง ได้มาก เพิ่มขึ้น โดยส่วนมาก จะนิยม ลงสี ข้างในลงบน ฝ่าผนัง ภายหลังจากมีกรลงส์ รองพื้น เป็นระเบียบเรียบร้อย แล้ว ซึ่ง จะ ช่วย เพิ่มความสวย ให้ฝาผนัง บ้าน มี สี ที่ เด่นเพิ่มมากขึ้น

สีทาบ้านก็เป็นอีกหนึ่งวัสดุตกแต่งบ้าน

ชนิดของสีทาบ้านที่ควรรู้

เนื่องจากวัสดุที่ใช้เป็นโครงสร้างหลักของผนังบ้านมีหลากหลายวัสดุด้วยกัน จึงทำให้การเลือกใช้สีทาบ้านมีความแตกต่างกันออกไปตามวัสดุที่ใช้ตกแต่งเป็นโครงสร้างผนังของตัวบ้าน ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นสีชนิดต่าง ๆ ดังนี้
  • สีอะคริลิค เป็นสีที่ได้รับความนิยมนำมาใช้ในการทาผนังบ้านส่วนใหญ่ที่เป็นผนังบ้านปูนหรือคอนกรีต โดยเป็นสีที่ได้รับการผลิตขึ้นมาให้เลือกใช้งานได้ทั้งภายนอกหรือภายใน ซึ่งจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไปตามลักษณะพื้นที่การใช้งาน
  • สีน้ำมัน เป็นสีที่ได้รับการผลิตขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับการตกแต่งบ้านในส่วนของวัสดุมากกว่านำมาใช้งานเพื่อทาลงบนผนังของตัวบ้านโดยตรง ซึ่งส่วนมากจะนิยมนำมาใช้ทาเพื่อเพิ่มความเงางามให้กับวัสดุชนิดต่าง ๆ อย่างเหล็กหรือไม้ โดยอาจนำมาใช้ทาเพื่อความสวยงามให้กับประตูบ้านหรือประตูรั้วก็ได้เช่นกัน แต่อาจต้องใช้เวลาสักพักเพื่อปล่อยให้สีชนิดนี้เซ็ตตัวและแห้งสนิทดี
  • สีทาไม้ เนื่องจากบ้านส่วนใหญ่ไม่ได้มีผนังโครงสร้างหลักของตัวบ้านเป็นปูนหรือคอนกรีตเท่านั้น แต่ยังมีการสร้างบ้านจากวัสดุไม้ชนิดต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน ซึ่งส่วนมากจะมีการนำสีทาไม้ชนิดนี้มาใช้ในการทาตกแต่งลงบนวัสดุไม้ ไม่ว่าจะเป็นผนังบ้าน พื้นบ้าน รั้วไม้ หรือแม้แต่เฟอร์นิเจอร์ไม้ในบ้าน ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มความสวยให้เนื้อไม้มีความเงางามมากขึ้นแล้ว สีทาไม้ยังมีคุณสมบัติที่ช่วยยืดอายุการใช้งานของเนื้อไม้ให้ยาวนานมากขึ้นด้วยเช่นกัน
  • สีทาเหล็ก เป็นสีที่นิยมนำมาใช้ในการตกแต่งลงบนวัสดุเหล็ก ซึ่งใช้เป็นโครงสร้างหลักของตัวบ้านหรือใช้เป็นองค์ประกอบเสริมสำหรับการตกแต่งเพื่อความสวยงาม ถึงแม้จะเป็นสีที่ไม่ได้เน้นความสวยงามสดใสเหมือนกับสีชนิดอื่นที่ใช้ในการตกแต่งบ้าน แต่ก็มีการสร้างสรรค์สีสำหรับทาตกแต่งวัสดุเหล็กให้สวยเงางามขึ้นมาเฉพาะตัว โดยสีทาเหล็กจะมีคุณสมบัติที่สามารถช่วยป้องกันการเกิดสนิมและสีลอกร่อนได้ดี ซึ่งสามารถเลือกใช้งานได้ทั้งสีชนิดพ่นและสีชนิดทาลงบนเหล็ก โดยจะมีความแตกต่างไปตามการใช้งานและรูปแบบของความสวยงามที่ต้องการ

เลือกสีทาบ้านอย่างไรให้ลงตัว

หลักสำคัญ สำหรับการเลือก ใช้ สี ทาบ้าน เพื่อนำ มา ใช้ ตกแต่ง ฝาผนัง ข้างนอก แล้วก็ ตกแต่ง บ้าน ให้สวยสดงดงามนั้นมี มากยิ่งกว่า เพียงแค่เรื่อง เฉสี ที่ สมควร แต่ว่า ยัง จำเป็นต้อง พิจารถาถึง เหตุ อื่นๆ ที่ เกี่ยวโยง เพื่อ สามารถเลือก ใช้สี ทาบ้าน ได้อย่างเหมาะควร รวมทั้งคุ้ม กับ การใช้แรงงาน สูงที่สุด โดยมี ต้นเหตุ ที่ ควรจะ พินิจ ประกอบ สำหรับการ เลือก สี ทาบ้าน ดังต่อไปนี้

  • ความลงตัวกับวัสดุที่เลือกใช้ สีทาบ้านแต่ละชนิดนั้นจะมีการผลิตออกมาเฉพาะตัวเพื่อการใช้งานที่แตกต่างกัน เนื่องจากบ้านหรือที่อยู่อาศัยมีการเลือกใช้วัสดุที่แตกต่างกันตั้งแต่วัสดุไม้ธรรมชาติ ไม้เทียม ปูน คอนกรีต ไปจนถึงวัสดุที่เป็นส่วนประกอบต่าง ๆ ของบ้านอย่าง วัสดุเหล็ก ซึ่งมีการใช้สีสำหรับทาตกแต่งลงบนพื้นผิววัสดุที่ต่างกันไป ในการเลือกซื้อสีทาบ้านสำหรับตกแต่งภายในหรือภายนอกนั้นจึงควรพิจารณาว่าจะนำสีไปทาลงบนวัสดุประเภทใด เพื่อให้คุณสมบัติของสีทาบ้านสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับพื้นผิวของวัสดุของบ้านมากที่สุด
  • คุณสมบัติของสีที่เหมาะสม การเลือกสีทาบ้านที่ดีควรพิจารณาจากคุณสมบัติของสีเป็นสำคัญ หากต้องการใช้สีเพื่อตกแต่งนอกตัวบ้านให้สวยงาม แนะนำว่าควรเลือกใช้สีที่มีคุณสมบัติติดทนนาน สามารถทนต่อสภาพอากาศทั้งแดดและฝนได้ดี ซึ่งในปัจจุบันมีการผลิตสีคุณภาพดีที่มีส่วนช่วยปกป้องตัวบ้านจากความร้อนได้อีกชั้นหนึ่งด้วยเช่นกัน รวมทั้งยังมีการเพิ่มส่วนผสมที่ช่วยป้องกันการเกิดคราบสกปรกบนผนัง ซึ่งมีส่วนช่วยให้ตัวบ้านมีความสวยงาม ทนทาน โดยไม่จำเป็นต้องซื้อสีทาบ้านมาตกแต่งบ้านใหม่ตลอดเวลา หรือหากต้องการเลือกสีทาบ้านมาใช้สำหรับตกแต่งภายในบ้าน ก็ควรเลือกใช้ที่เหมาะสำหรับการทาตกแต่งภายในโดยเฉพาะ เนื่องจากสีทาในบ้านจะมีคุณสมบัติที่มีกลิ่นเหม็นน้อยกว่า อีกทั้งยังให้สีสันสวยเงางามได้มากกว่า และยังมีคุณสมบัติที่น่าสนใจอีกมากมาย ซึ่งสามารถช่วยในการเช็ดทำความสะอาดผนังได้บ่อยครั้งโดยไม่ทำให้สีทาผนังหลุดร่อนหรือซีดจาง     
  • เลือกให้ลงตัวกับรสนิยมความชอบ เพราะการตกแต่งบ้านสามารถสะท้อนถึงรสนิยมความชื่นชอบส่วนตัวของผู้เป็นเจ้าของบ้านและผู้อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี ในการเลือกสีทาบ้านให้ลงตัวกับบรรยากาศของการอยู่อาศัยมากที่สุดจึงควรพิจารณาจากความชอบด้วยเช่นกัน เนื่องจากการผลิตสีทาบ้านในปัจจุบันมีการคิดค้นคุณสมบัติของสีมากมายหลายรูปแบบ ทั้งเฉดสีที่มีความหลากหลายไม่ซ้ำกัน ไปจนถึงลักษณะของสีที่มีความมันเงาหรือด้าน เป็นต้น
แม้การเลือกสีทาบ้านจะดูเป็นเรื่องชวนปวดหัวสำหรับใครหลายคน แต่หากรู้หลักในการเลือกซื้อสีที่เหมาะสมและลงตัวกับความต้องการ ก็สามารถเปลี่ยนการเลือกสีทาบ้านให้กลายเป็นเรื่องง่ายมากกว่าที่คิด สถาปนิก