Skip to content

โมรียา จุฑานุกาล

"โปรโม" โมรียา จุฑานุกาล สวิงสาวชาวไทยพลาดเสียดับเบิ้ลโบกี้ที่หลุม 15 ทำให้คว้ารองแชมป์ศึก เพียวร์ ซิลค์ แชมเปี้ยนชิพ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทย แชมป์ตกเป็นของ ซู่ เหว่ย-หลิง สาวไต้หวันที่รับแชมป์แรกในทัวร์สำเร็จ ขณะที่ โปรแจน วิชาณี มีชัย หยิบอันดับ 5 ร่วม

รายการนี้ชิงเงินรางวัลรวม 1.3 ล้านเหรียญสหรัฐ (41.6 ล้านบาท) แข่งขันระหว่างวันที่ 20-23 พ.ค.นี้ ที่สนาม คิงส์มิลล์ รีสอร์ท กอล์ฟ คอร์ส แบบพาร์ 71 ระยะ 6,347 หลา ที่ วิลเลี่ยมส์เบิร์ก

โปรโม โมรียา จุฑานุกาล พลาดซิวแชมป์ไปอย่างน่าเสียดายหลังทำเพิ่มอีก 1 อันเดอร์พาร์ 70 ทำสกอร์รวม 11 อันเดอร์พาร์ 273 คว้าอันดับ 2 รับเงินรางวัล 117,862 เหรียญสหรัฐ (3.7 ล้านบาท)

โดยแชมป์ตกเป็นของ ซู่ เหว่ย-หลิง สวิงจากไต้หวัน ที่รอบสุดท้ายหวดเพิ่มอีก 3 อันเดอร์พาร์ 68 ทำสกอร์รวม 13 อันเดอร์พาร์ 271 รับเงินรางวัลไป 195,000 เหรียญสหรัฐ (6.24 ล้านบาท)

รอบนี้ โปรโม สตาร์ทด้วยการทำเบอร์ดี้ตั้งแต่หลุมแรก ก่อนมาเสีย 2 โบกี้ที่หลุม 6 และ 8 แต่มา 9 หลุมหลัง ทำเพิ่มอีก 3 เบอร์ดี้ที่หลุม 10, 13 และ 14 ก่อนมาถึงจุดเปลี่ยนที่หลุม 15 ที่มาเสียดับเบิ้ลโบกี้ ขณะที่ ซู่ เหว่ย-หลิง

ที่กำลังลุ้นแชมป์มาพลิกสถานการณ์ทำอีเกิ้ลส่งผลให้ โม พลิกจากนำ 2 สโตรคมาตาม 2 สโตรคในทันที ก่อน โม จะเก็บอีก 1 เบอร์ดี้ที่หลุม 17 แต่ก็ไม่ทันแล้ว ทำให้ ซู่ เหว่ย-หลิง สาวไต้หวันหยิบแชมป์แรกในทัวร์สำเร็จ

โมรียา เผยถึงเหตุการณ์ที่หลุม 15 ที่เป็นจุดเปลี่ยนเกมว่า "ไดร์ฟไม่ดีทำให้ลูกไปตกบังเกอร์ ก่อนจะตีออกมาไม่โด่งพอ อีกทั้งทรายก็นุ่มมาก มันเลยทำให้ช้อนใต้ลูกมากไป ก่อนมันจะกลับมาที่เดิม ก่อนตัดสินใจชิพออกมา"

ซู่ เหว่ย-หลิง วัย 26 ปีที่คว้าการ์ด แอลพีจีเอ ทัวร์ จากการแข่งขัน ซีเมตร้า ทัวร์ เมื่อปี 2015 เผยว่า "ที่หลุม 18 มันเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลายมาก

มันนับเป็นความรู้สึกที่มีความสุขมากที่สุดในชีวิต และไม่คิดว่าตัวเองจะร้องไห้หนักมากขนาดนี้ที่หลุมสุดท้าย มันทำให้ฉันมีความสุขมากๆ และตื่นเต้นตลอดทั้งวันก่อนที่จะมาปลดล็อคที่หลุม 15 ที่ทำอีเกิ้ลได้ และมือก็เริ่มสั่น หัวใจเต้นจนแทบจะออกมาจากอก"

กฤษดา ตัณฑ์วิไล

"บิ๊กอุ้ม" กฤษดา ตัณฑ์วิไล นายกสวิงอาชีพสตรี ประกาศพร้อมสานต่อแนวทางพัฒนาวงการกีฬากอล์ฟสตรี มุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพนักกีฬากอล์ฟไทย สู่เส้นทางสร้างกอล์ฟอาชีพสตรีไทยในระดับสากล เนื่องในวันฉลองครบรอบปีที่ 13 ในการก่อตั้งสมาคมเมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา

ตลอด 13 ปี สมาคมได้มีการพัฒนานักกอล์ฟและวงการกอล์ฟสตรีของไทยมาตลอด ตั้งแต่จัดตั้งสมาคมเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2551 โดยมี ดร. สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ทำหน้าที่นายกคนแรก ต่อมาปี 2555 คุณปฏิญญา ควรตระกูล เข้าดำรงตำแหน่งก็มีการพัฒนาเรื่อยมา มีการจัดการแข่งขันในรูปแบบนานาชาติ โดยมีการร่วมมือกับ สมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพสตรีจากทัวร์ต่างชาติ ในปี 2559 ได้จัดแข่งแซงค์ชั่น กับออสเตรเลียนแอลพีจีเอ

ในรายการ ไทยแลนด์ แอลพีจีเอ มาสเตอร์ส 2016 ต่อมาในปี 2560 ได้มีการแข่งขันไตรแซงค์ชั่นขึ้น โดยมี ไทยแอลพีจีเอ ออสเตรเลียนแอลพีจีเอ และ ไชน่าแอลพีจีเอ ถือเป็นครั้งแรกของการแข่งขัน ที่เป็นการรวมตัวของ สมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพสตรีของภูมิภาค จนกระทั่งปี 2563 คุณกฤษดา ตัณฑ์วิไล ได้ดำรงค์ตำแหน่งนายกสมาคมฯ คนที่ 3 จนกระทั่งปัจจุบัน

คุณกฤษดา กล่าวว่า "ปี 2564 สมาคมได้ดำเนินงานมา 13 ปี จากแนวคิดที่ต้องการพัฒนาวงการกอล์ฟสตรีของไทย ให้นักกีฬากอล์ฟอาชีพสตรีได้มีพื้นที่แสดงฝีมือและพัฒนาศักยภาพผ่านการแข่งขัน อีกทั้งยังมีการพัฒนาด้านต่างๆ ผ่านการแข่งขันให้มีมาตรฐานทั้งในระดับประเทศ และเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ เป็นการสร้างโอกาสให้กับนักกีฬากอล์ฟอาชีพสตรีของไทย ตามวัตถุประสงค์ของสมาคมที่ตั้งไว้"

"ปัจจุบัน สมาคมฯ ยังคงยกระดับมาตรฐานให้เทียบเท่าสากล ได้มีการปรับรูปแบบของทัวร์และการแข่งขันที่ผ่านมา ปีนี้ สมาคมฯ ได้วางตารางการแข่งขัน จำนวน 10 รายการ ประกอบด้วย การแข่งขันแชมเปี้ยนชิพ 8 รายการ การแข่งแมทช์เพลย์ 1 รายการ และ การแข่งขันปิดฤดูกาลแมตช์มาสเตอร์ส รวมทั้งพัฒนาเรื่องของสนามแข่งขัน

การมีส่วนร่วมของชุมชนรอบข้างสนามแข่งขัน การเพิ่มมูลค่าผู้สนับสนุน ให้เกิดมูลค่าทางการตลาดมากที่สุด ตลอดจนกิจกรรมต่างๆ อีกทั้งสมาคมยังให้ความสำคัญกับบุคลากรในวงการกอล์ฟสตรีของไทย ด้วยการจัดงานเชิดชูเกียรติ มอบรางวัล Thai LPGA Awards ที่ทางสมาคมฯ จัดงานขึ้นหลังจากจบฤดูกาล เพื่อประกาศเกียรติคุณสู่สาธารณชน ซึ่งถือเป็นการสร้างแรงบันดาลใจ ให้เกิดความมุ่งมั่นสู่การพัฒนาศักยภาพที่จะทำให้กอล์ฟอาชีพสตรีของไทย ก้าวไปอย่างยั่งยืน และเพื่อเป็นการยกระดับการแข่งขัน การพัฒนานักกีฬา รวมทั้งทำให้เกิดการพัฒนาผู้เล่นภายในทัวร์"

"โปรจีน" อาฒยา ฐิติกุล สวิงสาววัย 18 ปีจาก ราชบุรี เจ้าของแชมป์ 5 รายการจากการแข่งขันเมื่อปี 2563 และกวาดรางวัลมากมายทั้งในฐานะนักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปี, รุคกี้แห่งปี, มือทำเงินรางวัลสูงสุด และสถิติเฉลี่ยดี่สุด กล่าวว่า "ปีที่ผ่านมาได้เข้าร่วมแข่งขันในไทยแอลพีจีเอ ทัวร์ ทั้งปี ได้สัมผัสความอบอุ่น

ความเป็นครอบครัวภายในทัวร์ ทั้งนายกสมาคมฯ ทีมงาน และนักกีฬา ขอขอบคุณ ไทยแอลพีจีเอ ทัวร์ ที่เป็นอีกหนึ่งสมาคมที่มาพัฒนานักกอล์ฟสตรีไทย ให้มีโอกาสในการเล่น มีโอกาสในการพัฒนาตัวเอง และอยากให้ไทยแอลพีจีเอ ทัวร์ มีการจัดการแข่งขันดีๆ ให้เกิดขึ้น และอยู่เคียงข้างนักกอล์ฟผู้หญิงของไทยไปตลอด"

ด้านสถานการณ์การแพร่ระบาด โควิด-19 บิ๊กบอสสวิงอาชีพสตรี กล่าวว่า "การระบาดในระลอกใหม่ถือว่าน่าน่ากังวลมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการจัดการแข่งขันของสมาคมฯ หลังมีการประกาศโปรแกรมแข่งขันไปแล้ว เราก็ได้มีการปรึกษากันแล้วว่าเห็นตรงกันที่จะต้องเลื่อนการแข่งขันออกไป เพราะเรื่องของความปลอดภัยของทุกคนถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด สมัครบาคาร่า

อีกทั้งมาตรการในการป้องกันที่ผ่านมาของสมาคมในปีที่ผ่านมา ก็ถือเป็นกีฬาอาชีพชนิดแรกที่ได้จัดการแข่งขัน ซึ่งเราได้มีการประสานงานกับหลายหน่วยงานตลอดมา สำหรับการแข่งในปีนี้เราก็ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และจะมีการประกาศออกมาเป็นระยะ"

Daniel Berger

Daniel Berger drilled a 30-foot eagle putt at the 72nd hole to win the US PGA Tour Pebble Beach Pro-Am in dramatic style on Sunday UFA.

The 27-year-old American, undaunted by the memory of his double-bogey at the par-five 18th on Saturday, took driver off the tee and reached the green in two, rolling in the eagle putt to beat Maverick McNealy by two strokes.

"I feel like I got a little bit of revenge on the 18th," Berger said. "I knew it was going to be a tight finish and I just stepped up there and hit a great drive and hit maybe the best three-wood. I've ever hit in my life and the putter was just kind of icing on the cake."

Daniel Berger had drained a 22-foot eagle putt at the second hole and had four more birdies. One bogey in his seven-under 65 for an 18-under total of 270.

McNealy was already in the clubhouse on 16-under. Notching five of his eight birdies on the demanding back nine in a six-under par 66.

He was watching when Berger rolled in the winning putt, earning his fourth US PGA Tour title.

The victory continues a strong spell for Berger that started with a victory at Colonial in the tour's first tournament back from its coronavirus pandemic hiatus.

Since then, he had added eight top-10 finishes. Climbing to 15th in the world rankings as he finally put a painful wrist injury behind him.

"A lot of it is (being) healthy, a lot of it is playing free," Berger said. "Once I am able to kind of play every week without any fear. I played my best golf, and that's what I've been doing."