Skip to content

ดูหนัง ไบค์แมน ศักรินทร์ ตูดหมึก (2018) Bike Man - ดูหนังออนไลน์ iMovie-HDไบค์แมน ศักรินทร์ตูดหมึก เป็นภาพยนตร์ไทยแนวตลกคอมเมดี้ อำนวยการผลิตโดย ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์ ซึ่งเป็นที่รู้จักจากผลงานภาพยนตร์ สุดเขตสเลดเป็ด ในปี 2553 และ คุณนายโฮ ในปี 2555 และมี พฤกษ์ เอมะรุจิ เป็นผู้กำกับ ร่วมกับทีมงานอย่าง จันทิมา เลียวศิริกุล ปิยะพันธ์ ชูเพ็ชร และ ณัฐวุฒิ กิตติคุณ และเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่เกิดจากการร่วมทุนสร้างของ 

เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ และ เอ็มพิคเจอร์ส ซึ่งเป็นบริษัทภายในเครือ เมเจอร์กรุ๊ป ผู้ให้บริการโรงภาพยนตร์รายใหญ่ของไทย ภาพยนตร์นี้ยังถือเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของ เจนนิเฟอร์ คิ้ม เช่นเดียวกับ ฝน ศนันฉัตร ที่ได้มารับบทนางเอกภาพยนตร์เป็นครั้งแรก เนื้อเรื่องว่าด้วยเรื่องราวของเด็กหนุ่มที่มีพื้นเพจากครอบครัวธรรมดาในต่างจังหวัด ต้องเข้ามาทำงานในเมืองหลวงซึ่งเต็มไปด้วยการแข่งขัน เขาต้องแบกรับภาระแรงกดดันและความคาดหวังจากครอบครัวรวมถึงตัวของเขาเอง จนนำไปสู่การโกหกปิดบังเรื่องต่างๆ ภาพยนตร์สะท้อนปัญหาและความล้มเหลวของวัยหนุ่มสาวที่กระโจนเข้าสู่วัยทำงานและการไขว่คว้าตามล่าความฝัน บอกเล่าด้วยเรื่องราวตลกขบขันแนวคอมเมดี้ โดยภาพยนตร์มีความยาวทั้งสิ้น 106 นาที กำหนดออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2561 ศักรินทร์ (พชร จิราธิวัฒน์)ทำงานเป็นวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ที่ขึ้นชื่อในเรื่องความรวดเร็ว บังเอิญได้พบกับเพื่อนเก่าในวัยเรียนอย่าง จ๋าย (ศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล) สาวแบงก์ที่เพิ่งย้ายมาประจำสาขาใกล้เคียง ศักรินทร์รู้สึกอับอายที่เป็นแค่วินมอเตอร์ไซค์ แต่จ๋ายไม่มีท่าทีรังเกียจเขาเลยแม้แต่น้อย เธอกลับดีใจที่ได้มาเจอเขาอีกครั้งหนึ่ง ปมในใจของศักรินทร์คือความสำเร็จของพ่อที่ตัวเขาเองอยากยึดถือเป็นแบบอย่าง ผลักดันให้เขาอยากจะเป็นพนักงานธนาคารให้ได้ และจำเป็นต้องปิดบังคนรอบข้างด้วยการโกหกว่าตัวเองทำงานธนาคาร ในความเป็นจริงนั้นเขาต้องทุ่มเทและตรากตรำทำงานอย่างหนักเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว
Bikeman 2 | ไบค์แมน 2 (2019)
ไบค์แมน 2 : สูตรสำเร็จยังคงทำงานได้ผล เป็นหนังคอมเมดี้ที่คิดเร็วทำเร็วได้จริง หลังจากไบค์แมนภาคแรกออกฉายเมื่อปีที่แล้ว ทำรายได้จากทั่วประเทศทะลุ 100 ล้านบาท นี่ยังไม่รวมรายได้ที่ขายสิทธิ์ให้ไปอีกหลายประเทศด้วยนะ ทำให้ “ไบค์แมน ศักรินทร์ตูดหมึก” เป็นหนังคอมเมดี้ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในช่วงหลัง ๆ ของค่าย รฤก โปรดั๊กชั่น ของ ยอร์ช ฤกษ์ชัย เพราะเรื่องล่าสุดที่ทำรายได้เป็นกอบเป็นกำให้ค่ายก็ต้องย้อนไปถึง “คุณนายโฮ” ปี 2555 นู่น รฤก โปรดั๊กชั่น ก็รีบคลอด ไบค์แมน2 ตามติดในปีต่อมา มอบหน้าที่ให้ พฤกษ์  เอมะรุจิ ผู้กำกับจากภาคแรกมาสานต่อความสำเร็จ ใน “ไบค์แมน ศักรินทร์ตูดหมึก” ทิ้งฉากจบไว้ให้คนดูได้จิ้นกับความรักของ ศักดิ์ กับ จ๋าย ที่ดูเหมือนจะลงเอยกันด้วยดี หลังจากผ่านความยุ่งเหยิงมาตลอดทั้งเรื่อง เหตุจากศักดิ์หลอกที่บ้านว่าเป็นหนุ่มแบงก์ ทั้งที่ตัวเองทำงานเป็นมอเตอร์ไซค์รับจ้าง รวมทั้งหลอก จ๋าย เพื่อสาวที่ศักดิ์หมายปองมาตั้งแต่เด็กอีกด้วย มาถึงภาคนี้เรื่องราวของหนังก็สานต่อ ที่ยังคงจับประเด็นหลักเรื่องภารกิจพิชิตใจจ๋าย หลังจากที่ปล่อยตัวอย่างหนัง ด้วยการเน้นตัวละครใหม่อย่าง “เต๋า สมชาย” ให้มาเป็นคู่ปรับตัวฉกาจกับ “ลุงปรีชา” บทของน้าค่อม ในหนังจริงก็เปิดเผยตัวว่า เต๋า สมชาย คือ “ศักดา” พ่อของจ๋าย เป็นพ่อจอมเฮี้ยบ ปัจจุบันเป็นเจ้าของเหมืองแร่อยู่ในต่างจังหวัด ประเด็นของเรื่องก็คือ ศักดาเป็นพ่อที่เจ้ากี้เจ้าการชีวิตลูกสาว อยากให้ลูกสาวมีแฟนที่ดี ก็เลยจะจัดการหาผู้ชายมาให้จ๋ายดูตัว จ๋ายรำคาญก็เลยบอกพ่อว่า “ศักดิ์” คือแฟนของจ๋าย ศักดาต้องการรู้จักว่าที่ลูกเขยอย่างจริงจัง จึงบอกให้ศักดิ์พาครอบครัวมาพักผ่อนที่บ้านของเขา เพื่อที่จะได้ทำความรู้จักครอบครัวของศักดิ์ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความบันเทิง เมื่อแก๊งก๊วนป่วนฮาในภาคแรกได้เดินทางมาบ้านของศักดาด้วยกันหมด ทั้งแม่สุรีย์ ลุงปรีชาที่พานรสิงห์ลูกชายติดไปด้วย พี่หลง มอไซค์วินก็ตามไปสมทบอีกด้วย แถมยังมีพี่เอ แฟนเก่าตามไปง้อถึงที่อีกด้วย รอบนี้ตัวละครหลักก็เลยมารวมกันอยู่ที่เดียว ไม่ต้องเดินทางไปมาระหว่างเรื่องอีกแล้ว หนังหยิบเอาสูตรสำเร็จจากภาคแรกมาใช้เพียบ อย่างประเด็นที่ว่าด้วยเรื่อง “การโกหก” รอบนี้ทั้งก๊วนแก๊ง ต้องแต่งเรื่องโกหกว่า จ๋ายกับศักดิ์ เป็นแฟนกันจริง ได้รับความช่วยเหลือจากสมาชิกแก๊งที่ต้องช่วยกันแต่งเรื่องมาหลอกศักดาคุณพ่อของจ๋าย ศักดิ์เองก็เล่นตามน้ำไปซะยังงั้น ทั้งที่ในใจเขานั้นอยากเป็นแฟนกันจริงไม่ต้องมาโกหกแบบนี้ หนังก็เลยได้มุกแต่งเรื่องโกหกแบบภาคแรกมาประยุกต์ใช้อีกรอบ เมื่อตัวละครหลักมารวมกันอยู่หมด การจะเขียนบทสร้างสถานการณ์ฮาก็ทำได้ง่ายขึ้น หนังก็เลยมีฉากเรียงเสียงฮาได้ถี่ ๆ ตลอด 1 ชั่วโมง 47 นาที หนังเรียกเสียงฮาได้จริง แต่พลังความฮายังด้อยกว่าภาคแรกนัก ฉากเด็ดที่สุดในภาคนี้ก็น่าจะเป็น “ฉากงูเห่า” นั่นแหละ ในขณะที่หนังทำการบ้านมาดี รู้ว่าคนดูชอบอะไร และไม่ชอบอะไรจากภาคแรก ทีมเขียนบทก็เลือกเน้นในสิ่งที่คนดูชอบ และเลือก “ตัด” ในสิ่งที่คนดูไม่ชอบ ในภาคนี้เราก็เลยเห็น ศักดิ์เอ่ย”คำคม”เพียงแค่ครั้งเดียว ผู้ที่รับภาระหนักในภาคนี้ก็ยังคงเป็น “น้าค่อม” เช่นเคย การใส่บท “ศักดา” เข้ามาในฐานะคู่ปรับ ก็เหมือนกับเปิดช่องทางให้น้าค่อมตบมุกได้อีกมาก ด้วยภาพลักษณ์นักเลงของเต๋า สมชาย จึงทำให้เต๋ามักได้บทแนวโหดดุอยู่เสมอ แต่ทุกครั้งที่เต๋าเอ่ยเสียงขึ้นมาเมื่อไหร่ พลังความเข้มมันตกฮวบเสียทุกที ถ้าเต๋าผ่าตัดกล่องเสียงตั้งแต่ยังหนุ่ม น่าจะรุ่งกว่านี้นะ เสียงเต๋าดูอ่อนนุ่มขัดกับภาพลักษณ์อย่างมาก แต่ด้วยภาพลักษณ์หนวดเครารุงรังก็ดูเหมาะกับบทเจ้าพ่อเหมืองแร่ ขอชื่นชมการทำหัวล้านบาร์โค้ดด้วย เป็นงานเมคอัปที่ดูแนบเนียนเหมือนจริงดี ในขณะที่หนังเดินหน้าไปด้วยเส้นเรื่องหลัก ว่าด้วยการสร้างสัมพันธ์ของ 2 ครอบครัว เส้นเรื่องรองก็คือเรื่องการขัดผลประโยชน์ทางธุรกิจ ระหว่างศักดากับเจ้าพ่อที่ต้องการซื้อเหมืองแร่ของศักดาในราคาต่ำ ก่อให้เกิดความอลหม่านยุ่งเหยิงในฉากท้ายเรื่อง ดูแล้วชวนให้นึกถึงสูตรสำเร็จแบบที่ แฟรนไชส์ “บุญชูสระอูยาว” ชอบใช้ในทุกภาค สร้างสถานการณ์ให้ตัวละครมารวมกัน เขียนบทให้หยอดมุกฮาเรี่ยไร่รายทางไปเรื่อย แล้วจบด้วยความวุ่นวายยุ่งเหยิง แล้ววกเข้าแฮปปี้เอนดิ้งในตอนจบ ไบค์แมน2 ก็มาด้วยสูตรนี้แบบเป๊ะ ๆ แต่ด้วยเหตุที่ว่านี่คือหนังชื่อ “ไบค์แมน” พระเอกของเรื่องคือหนุ่มผู้รักความเร็วของมอเตอร์ไซค์ ฉะนั้นก็ต้องมีฉากให้ศักดิ์ได้โชว์ความสามารถในการขี่มอเตอร์ไซค์ ก็ถือว่าทีมงานหาทางใส่ฉากขี่มอเตอร์ไซค์ให้ศักดิ์เข้าไปในเรื่องราวได้อย่างลงตัว แต่กระนั้นก็ต้องยอมรับว่าแม้จะเป็นสูตรสำเร็จ แต่ฉากจบด้วยบรรยากาศกุ๊กกิ๊กของ ศักดิ์และจ๋ายก็ทำให้ดูแล้วอดยิ้มตามเสียไม่ได้ ฝน ศนันธฉัตร ยังทำหน้าที่สีสันความสดใสเพียงหนึ่งเดียวของเรื่องได้อย่างดี อยากฮาก็ได้ฮาอยู่นะ แต่ก็ไปได้ไม่เท่าภาคแรกครับ

Rise of the Planet of the Apes เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นระทึกขวัญแนววิทยาศาสตร์ อเมริกันปี 2011 กำกับโดยรูเพิร์ตไวแอตต์และนำแสดงโดยแอนดี้เซอร์คิส ,เจมส์ฟรังโก , เฟรดาปินโต ,จอห์นลิธ โกว์ ,ไบรอันค็อกซ์ ,ทอมเฟลตันและเดวิด Oyelowo Rise of the Planet of the Apes เปิดตัวเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2554 สู่ความสำเร็จเชิงพาณิชย์ ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการตรวจสอบในเชิงบวกสำหรับทิศทางของเทคนิคพิเศษและประสิทธิภาพการทำงาน Serkis และเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สำหรับการแสดงผลที่ดีที่สุด มันได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงห้ารางวัลแซทเทิรวมทั้งผู้กำกับยอดเยี่ยมสำหรับไวแอตต์และการเขียนที่ดีที่สุดสำหรับจาฟฟา และ Silver ชนะนิยายวิทยาศาสตร์ภาพยนตร์ที่ดีที่สุด , ดีที่สุดตัวประกอบสำหรับ Serkis และเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม การแสดงของ Serkis ในฐานะซีซาร์ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อมากมายจากสมาคมที่มักไม่รู้จักการจับภาพการแสดงเป็นการแสดงแบบดั้งเดิม ในวันปัจจุบันซานฟรานซิส , ยาเคมีวิลเลียมสร็อดแมนคือการทดสอบยาเสพติดไวรัสตาม ALZ-112 ในลิงชิมแปนซีที่ บริษัท เทคโนโลยีชีวภาพ Gen-Sys จะหาวิธีรักษาสำหรับโรคอัลไซเม ALZ-112 มอบให้กับลิงชิมแปนซีชื่อ Bright Eyes ช่วยเพิ่มความฉลาดของเธออย่างมาก อย่างไรก็ตามในระหว่างการนำเสนอยาของ Will Bright Eyes ถูกบังคับให้ออกจากกรงไปอาละวาดและถูกยิงจนเสียชีวิต สตีเวนจาคอบส์หัวหน้าของ Will ยุติโครงการและปล่อยชิมแปนซี ห้าปีต่อมาซีซาร์ซึ่งตอนนี้เป็นวัยรุ่นตั้งคำถามว่าเขาเป็นสัตว์เลี้ยงหรือไม่และเรียนรู้ที่มาของมันจากวิล ในขณะเดียวกันอาการของ Charles ก็กลับคืนมาเมื่อระบบภูมิคุ้มกันของเขาดื้อต่อ ALZ-112 ซีซาร์ทำร้ายดักลาสฮันซิเกอร์เพื่อนบ้านที่ก้าวร้าวขณะที่ปกป้องชาร์ลส์ที่สับสน ผลที่ตามมาการควบคุมสัตว์จึงมาถึงและพามันไปที่ศูนย์พักพิงของเจ้าคณะ เนื่องจากความฉลาดที่เพิ่มขึ้นและรูปลักษณ์ที่แตกต่างจากลิงตัวอื่นซีซาร์จึงถูกลิงชิมแปนซีอัลฟ่าร็อคเก็ตและหัวหน้าองครักษ์ดอดจ์แลนดอนทรมาน อย่างไรก็ตามซีซาร์ยังผูกมิตรกับมอริซอดีตคณะละครสัตว์ลิงอุรังอุตังที่รู้ภาษามือด้วย ซีซาร์เรียนรู้วิธีปลดล็อกกรงและเข้าถึงพื้นที่ส่วนกลางได้ฟรี ด้วยความช่วยเหลือของบั๊กกอริลลาเขาเผชิญหน้ากับร็อคเก็ตและอ้างตำแหน่งของลิงชิมแปนซีอัลฟ่า ในขณะเดียวกัน, จาคอบส์เคลียร์การพัฒนายา ALZ-113 ที่มีประสิทธิภาพและเป็นก๊าซมากขึ้นเมื่อวิลล์บอกเขาว่ามันสามารถปรับปรุงสติปัญญาได้เช่นกัน วิลนำยากลับบ้านให้พ่อ แต่ชาร์ลส์ปฏิเสธการรักษาเพิ่มเติมและเสียชีวิตในชั่วข้ามคืน หลังจากความพยายามในการทดสอบยาเสพติดในเรื่องการทดสอบ Bonobo แผลเป็นที่เรียกว่า Koba แฟรงคลินกลายเป็นสัมผัสกับ ALZ-113 และจะกลายเป็นป่วย พยายามเตือน Will ที่บ้านของเขาเขาจามเลือดใส่ Hunsiker และพบว่าเสียชีวิตในเวลาต่อมา จะพยายามยึดคืนซีซาร์ แต่ซีซาร์กลับตัดสินใจที่จะอยู่ต่อและใช้ถัง ALZ-113 จากบ้านของวิลแทนและเพิ่มความฉลาดให้กับลิงตัวอื่นในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อ Dodge พยายามจะพาเขากลับเข้าไปในกรงซีซาร์พูดเป็นครั้งแรกพร้อมกับตะโกนว่า "ไม่!" และต่อสู้กับ Dodge ในขณะที่ปลดปล่อยลิงซึ่งนำไปสู่การตายของ Dodge โดยไม่ได้ตั้งใจ ลิงหนีสถานที่ปล่อย Koba และลิงที่เหลือจาก Gen-Sys และฟรีลิงอื่น ๆ จากสวนสัตว์ซานฟรานซิส การสู้รบเกิดขึ้นเมื่อ "กองทัพ" ลิงต่อสู้ฝ่าด่านตำรวจที่สะพานโกลเดนเกตเพื่อหลบหนีเข้าไปในป่าเรดวู้ด เพื่อช่วยเหลือซีซาร์บัคกระโดดขึ้นเฮลิคอปเตอร์ของตำรวจที่จาคอบส์ขี่อยู่ทำลายเฮลิคอปเตอร์โดยเสียชีวิต จากนั้น Koba ก็ผลัก Jacobs เข้าไปใน Golden Gate จนตาย เมื่อวานรหาทางเข้าไปในป่าวิลก็จับพวกมันขึ้นรถตำรวจที่ขโมยมาและเตือนซีซาร์ว่าพวกมนุษย์จะตามล่าพวกมันขอร้องให้เขากลับบ้าน ในการตอบสนองซีซาร์กอดเขาและพูดว่า "ซีซาร์อยู่บ้าน" Will โดยตระหนักว่านี่คือการลาครั้งสุดท้ายของพวกเขาเคารพความปรารถนาของ Caesar ลิงโอบกอดวิถีชีวิตใหม่ของพวกมันในป่าขณะที่ข่าวและเฮลิคอปเตอร์ของตำรวจบินเหนือซานฟรานซิสโก ในขณะเดียวกัน Hunsiker ตอนนี้ติดเชื้อ ALZ-113 มาถึงซานฟรานซิสนามบินนานาชาติสำหรับเที่ยวบินของเขาไปปารีส ในที่สุดเขาก็แพร่กระจายไวรัสทั่วโลกผ่านทางเส้นทางการบินระหว่างประเทศที่นำไปสู่ร้ายแรงโรคระบาด
Rise of the Planet of the Apes

Dawn of the Planet of the Apes เป็น 2014 อเมริกันนิยายวิทยาศาสตร์ dystopian บู๊ภาพยนตร์ กำกับโดยแมตต์รีฟส์และเขียนโดยมาร์คบอมแบ็ค ,ริคฟอแมนดาและสีเงิน มันดาราแอนดี้เซอร์กิส ,เจสันคลาร์ก ,แกรี่โอลด์แมน , Keri Russell ,โทบี้เค็บเบลและ Kodi Smit-McPhee มันเป็นผลสืบเนื่องไปปี 2011

ภาพยนตร์เพิ่มขึ้นของโลกของลิงซึ่งเริ่มศตวรรษที่ 20 ฟ็อกซ์ 'sรีบูตของโลกของลิงชุดรุ่งอรุณเป็นเวลา 10 ปีหลังจากเหตุการณ์Riseและติดตามกลุ่มคนในซานฟรานซิสโกที่ต่อสู้เพื่อมีชีวิตอยู่หลังจากภัยพิบัติที่ทำลายล้างมนุษยชาติส่วนใหญ่ในขณะที่ Caesar พยายามรักษาอำนาจเหนือชุมชนลิงอัจฉริยะของเขา Dawn of the Planet of the Apes ได้รับการเผยแพร่ในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2014 และได้รับการวิจารณ์ในเชิงบวกอย่างมากโดยนักวิจารณ์ต่างชื่นชมเอฟเฟกต์ภาพเรื่องราวทิศทางการแสดง (โดยเฉพาะ Serkis) โน้ตเพลงลำดับการดำเนินการและ ความลึกทางอารมณ์ นอกจากนี้ยังประสบความสำเร็จในบ็อกซ์ออฟฟิศโดยทำรายได้มากกว่า 710 ล้านเหรียญทั่วโลกเทียบกับงบประมาณ 170 ล้านเหรียญ ทำให้เป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดเป็นอันดับแปดของปี 2014และเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดในซีรีส์ ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับรางวัลออสการ์รับการเสนอชื่อสำหรับการแสดงผลที่ดีที่สุด นอกจากนี้ยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Saturn 8 รางวัลได้แก่ภาพยนตร์นิยายวิทยาศาสตร์ยอดเยี่ยม , ผู้กำกับยอดเยี่ยมสำหรับ Reeves และนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมสำหรับ Serkis
Rise of the Planet of the Apes

War for the Planet of the Apes เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นนิยายวิทยาศาสตร์อเมริกันปี 2017 กำกับโดย Matt Reevesอำนวยการสร้างโดย Dylan Clark, Rick Jaffa และ Amanda Silverและเขียนบทโดย Mark Bomback และ Reeves เป็นผลสืบเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของโลกของลิง (2011) และรุ่งอรุณแห่งพิภพวานร (2014)

มันเป็นภาพยนตร์เรื่องที่สามในโลกของลิงชุดรีบูตและภาพยนตร์เก้าในโลกของลิงภาพยนตร์ ชุด ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดย Andy Serkis , Woody Harrelson และ Steve Zahnและติดตามการเผชิญหน้าระหว่างลิงนำโดยซีซาร์และมนุษย์เพื่อควบคุมโลกในขณะที่ซีซาร์เองก็ต้องการแก้แค้นที่ฆ่าครอบครัวของเขา เช่นเดียวกับรุ่นก่อนหลักฐานของมันมีความคล้ายคลึงกันหลายประการกับภาพยนตร์เรื่องที่ห้าในซีรีส์ดั้งเดิมBattle for the Planet of the Apes (1973) แต่ไม่ใช่การรีเมคโดยตรง War for the Planet of the Apes ฉายรอบปฐมทัศน์ในนครนิวยอร์กเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2017 และได้รับการปล่อยตัวหวาดระแวงในประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2017 โดยศตวรรษที่ 20 ฟ็อกซ์ ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์โดยมีรายรับมากกว่า 490 ล้านเหรียญสหรัฐ ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากโดยมีผู้วิจารณ์หลายคนเน้นการแสดง (โดยเฉพาะของเซอร์คิส) เอฟเฟกต์ภาพเรื่องราวทิศทางภาพยนตร์สกอร์ดนตรีและความลึกซึ้งทางอารมณ์ ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ดีที่สุดพิเศษ Visual Effectsที่ 71 อังกฤษของสถาบันรางวัลภาพยนตร์ , และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงการแสดงผลที่ดีที่สุดที่ 90 รางวัลออสการ์ นอกจากนี้ยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Saturn สี่รางวัลรวมถึงผู้กำกับยอดเยี่ยมสำหรับ Reeves และนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมสำหรับ Serkis เว็บดูหนังฟรี

คนเรียกผี

The conjuring 1

คนเรียกผี (อังกฤษ: The Conjuring) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเหนือธรรมชาติของอเมริกาเมื่อ ค.ศ. 2013 ผู้กำกับ คือ เจมส์ วาน (James Wan) ผู้เขียนเรื่อง คือ เชด เฮส์ (Chad Hayes) และ แครีย์ ดับเบิลยู. เฮส์ (Carey W. Hayes) เป็นเรื่องแรกในภาพยนตร์ชุด คนเรียกผี แพทริก วิลสัน (Patrick Wilson) กับ วีรา ฟาร์มีกา (Vera Farmiga) แสดงเป็น เอด และลอร์เรน วอร์เรน (Ed and Lorraine Warren) นักสืบสวนเรื่องเหนือธรรมชาติที่ได้ข้องเกี่ยวกับเหตุการณ์ประหลาดหลายกรณี ในภาพยนตร์นี้ ครอบครัววอร์เรนได้ช่วยเหลือครอบครัวเพอร์รอนที่ถูกสิ่งเหนือธรรมชาติรบกวน ณ บ้านไร่ในโรดไอแลนด์เมื่อ ค.ศ. 1971

ภาพยนตร์นี้เผยแพร่ในสหรัฐและแคนาดาเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ค.ศ. 2013 ได้รับเสียงเชิงบวกจากนักวิจารณ์ ใช้งบสร้าง 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และทำรายได้ทั่วโลกกว่า 319 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จึงเป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่มีรายได้สูงสุดตลอดกาล

คนเรียกผี

The conjuring 2

รีวิวภาพยนตร์ The conjuring จะพูดได้ว่าเรื่องนี้ผีหลอกได้โหดมากกกก แอบใจร้ายอะ สะดุ้งไปหลายรอบเลย ช่วงแรกที่ดูนี่เริ่มเข้าสู่บรรยากาศหลอนนน ก็พยายามตั้งสติไปก่อนนะ แต่พอครึ่งหลังเท่านั้นแหละ สติกระเจิงจ้าาา จังหวะต่างๆอะไรจะเป๊ะขนาดนั้นน หนังสร้างบรรยากาศได้บิ้วมาก ดนตรีมานี่บอกให้เตรียมหลับตา ผีอะออกมาไม่เยอะ แต่หลอกเยอะ หลอกแล้วหลอกอีก เยอะไปไหนน ลองหาดูกันนะ ตอนนี้มีภาคสองกันแล้วด้วย แนะนำอย่างยิ่ง

หลังจากสามีทิ้งไป Peggy Hodgson (Frances O’Connor) กลายเป็นซิงเกิลมัมที่ต้องดูแลลูก ๆ ทั้งสี่คนคนเดียวด้วยความยากลำบาก และยังต้องพบความยากลำบากยิ่งขึ้น เมื่อจู่ ๆ บ้านที่อาศัยอยู่ก็มีวิญญาณร้ายอาละวาด และเข้าสิง Janet (Madison Wolfe จาก Joy) ลูกสาวคนเล็กของเธอ
Ed (Patrick Wilson จาก The Conjuring และ Insidious) และ Lorraine (Vera Farmiga จาก Up in the Air และ The Conjuring) Warren จึงได้รับมอบหมายจากคริสตจักรให้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปช่วยปราบผีที่กำลังคุกคามครอบครัว Hodgson ที่ Enfield เมือง London
เรื่องราวใน The Conjuring 2 อาจฟังดูไม่แปลกใหม่สำหรับคอหนังสยองขวัญ แต่บอกเลยว่า James Wan เป็นผู้กำกับหนังสยองขวัญที่ไม่ธรรมดา เขาสามารถทำหนังที่สร้างจากเรื่องจริงและทำเรื่องบ้านผีสิงที่มีอยู่ถมถืดให้ออกมาสดใหม่ มีสไตล์ น่ากลัว และหลอกคนดูได้ไม่รู้จบ
เช่นเดียวกับภาคแรกที่มีฉากเปิดเรื่องเป็นเคส Annabelle ภาคนี้เขาก็มีฉากเปิดเรื่องเป็นเคส Amityville อันโด่งดัง ซึ่งแค่เริ่มต้นในฉากเปิดเรื่องนี้ เราก็สัมผัสได้ถึงความล้ำและความมีชั้นเชิงในการเล่าเรื่องของเขาแล้ว ที่สำคัญ ความรู้สึกนี้มันไม่ดร็อปลงเลย เรียกว่า “พีค” ตั้งแต่ต้นจนจบ
ถึงแม้บ้านผีสิงของครอบครัว Hodgson ซึ่งอยู่ในตัวเมืองของประเทศอังกฤษ จะไม่มีห้องใต้ดินหรือห้องใต้หลังคาในลักษณะเดียวกับหนังผีเรื่องอื่น ๆ ที่ส่วนใหญ่บ้านจะอยู่ในชนบทหรือนอกเมือง แต่ความหลอนของบ้านก็ไม่ได้ลดน้อยถอยลงเลยแม้แต่นิดเดียว

ทั้งนี้ นอกจากตัวผู้กำกับแล้ว คงต้องยกความดีความดีความชอบส่วนหนึ่งให้กับงาน production design หรือการดีไซน์บ้านผีสิงของ Julie Berghoff และเทคนิค cinematography ของ Don Burgess เขาด้วยแหละ งานดี ไร้ที่ติจริง ๆ

ในส่วนของการแสดง ตัวละครหลักทุกตัวแสดงได้สมบทบาท โดยเฉพาะสองสามีภรรยา Warren ที่เล่นดีเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือสวยหล่อขึ้น หรือแม้แต่ Madison Wolfe หรือ Janet ซึ่งต้องผีเข้าผีออก (หรือถูกผีสิง) นับครั้งไม่ถ้วน ก็ทำได้ดี ดูมีอนาคต

ซึ่ง ณ จุดนี้ เราอยากจะขอย้อนกลับไปอวยผู้กำกับ James Wan อีกสักครั้งที่สามารถกำกับเด็กเล็กให้จินตนาการเล่นหนังผีได้เก่งมาก เพราะจำได้ว่าใน The Conjuring เขาก็กำกับเด็กหญิงทุกคนในเรื่องได้ออกมาปังกันทุกคน

หลายคนอาจบ่นว่า The Conjuring 2 มีความยาวเวิ่นเว้อไปหน่อย หนังยาวถึง 133 นาที ในขณะที่หนังผีทั่วไปจะยาวแค่ประมาณ 90-100 นาที แต่โดยส่วนตัวของเรา เราโอเคนะ คือถึงแม้มันจะยาว แต่เราก็ไม่รู้สึกเบื่อหน่ายเลยแม้สักวินาทีเดียว เพราะเขามีของจัดเต็มและจัดหนักตลอดเรื่อง คงกะเล่นให้คนดูกรี๊ดหรือกลัวจนเหนื่อยตายกันไปข้าง  ดูหนังออนไลน์ 

เรากลับชอบซะอีกที่ The Conjuring 2 ไม่ได้เป็นหนังผีที่ฮาร์ดเซลล์ อย่างที่เราเห็นกันมาในหนังผีหลายเรื่อง ที่ถึงแม้เขาจะสั้นกระชับ แต่ก็เน้นขายแต่ฉากตุ้งแช่อย่างไร้รสนิยม ในทางกลับกัน The Conjuring 2 พยายามเป็นหนังผีที่มีชีวิต และเพิ่มรสชาติอื่น ๆ ลงไป เช่น มุกตลก ดราม่า ความรักและความอบอุ่นในครอบครัว เพื่อผ่อนคลายความเครียดและความกลัวเป็นช่วง ๆ

โดยส่วนตัว เราว่ามุกตลกหลายมุกของเขาเวิร์คเลยนะ มีจังหวะการปล่อยมุกได้ดี พอดี ไม่ล้น เหมือนที่เขารู้ว่าเขาควรจะปล่อยจังหวะตุ้งแช่ตรงไหนนั่นแหละ พูดง่าย ๆ คือ เขารู้กาลเทศะที่จะเล่น ไม่ใช่สักแต่ใส่มุกมาสุ่มสี่สุ่มห้าขัดฟีลลิ่งความน่ากลัวจนความสยองมันไปได้ไม่สุด หรือเอะอะก็หลอกก็หลอนจนคนดูไม่ได้พักหายใจ ดีไม่ดีหัวใจวายตายตาโรง

นอกจากนี้ The Conjuring 2 ก็ไม่ได้มุ่งแต่ยัดเยียดให้คนดูเชื่อว่าภูติผี ซาตาน หรืออมนุษย์มีอยู่จริงแต่อย่างเดียว เขามีช่องทางเลือกให้คนดูได้คิด พินิจ และพิจารณาด้วยตนเองด้วยว่า นี่คือเรื่องจริงจริงหรือเปล่า หรือเป็นเรื่องปรุงแต่งของใครก็ตามที่หวังผลประโยชน์จากมัน

กล่าวคือ ในหนังเราจะเห็นว่า ทั้ง Peggy และ Janet (ขุ่นแม่และขุ่นลูก ตามลำดับ) รวมถึงสื่อต่าง ๆ ล้วนมีแรงจูงใจที่จะเมคอัพเรื่องผีในบ้านขึ้นมากันทั้งนั้น อย่างเช่น Peggy ก็อาจจะหาเรื่องได้ย้ายบ้านหลังจากค้างจ่ายค่าเช่าหลังนี้มาสามเดือน หรือ Peggy ที่อาจจะพยายามเรียกร้องความสนใจให้พ่อกลับมาหาบ้าง เป็นต้น

คนเรียกผี

The conjuring 3

หากพูดถึงภาพยนตร์แนวสยองขวัญและลี้ลับของยุคนี้ คงต้องยกให้ The Conjuring หรือชื่อภาษาไทย “คนเรียกผี” แฟรนไชส์หนังผีชื่อดังที่ขยายจักรวาลแห่งความสะพรึงออกไปสร้างเป็นภาคย่อยต่างๆ มากมาย สำหรับกลางปี 2021 เรื่องราวสั่นประสาทจะกลับมาอีกครั้งใน The Conjuring 3 ซึ่งเลื่อนฉายจากปีที่แล้ว เนื่องจากสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

ประวัติลี้ลับของ The Conjuring 3 หนังผีที่สร้างจากเรื่องจริง
ประวัติบ้าน The Conjuring 3 เป็นสิ่งที่แฟนๆ ให้ความสนใจ ว่าในภาคนี้จะเล่าเรื่องราวประวัติ The Conjuring ถึงเหตุการณ์แปลกๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านหลังไหน สำหรับภาคล่าสุดที่จะเข้าฉายในประเทศไทย ใช้ชื่อว่า “The Conjuring: The Devil Made Me Do It” ซึ่งสร้างมาจากเคสที่เกิดขึ้นจริงๆ รู้จักกันว่าคดี “ปิศาจบังคับให้ฉันทำ”

เรื่องย่อของ The Conjuring 3 เล่าถึงคดีฆาตกรรมสุดโหด ที่เกิดขึ้นจริงที่รัฐคอนเนตทิคัต ในปี 1981 เมื่อคนร้ายมีชื่อว่า “อาร์น ไชแอนด์ จอห์นสัน” (Arne Cheyenne Johnson) ชายหนุ่มอายุเพียง 19 ปี ลงมือก่อคดีกระหน่ำแทงเจ้าของอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งจนเสียชีวิตอย่างสยดสยอง

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม เขาให้การว่าตนเองคือผู้บริสุทธิ์ เขาทำไปโดยไม่รู้ตัว อ้างว่าถูกปีศาจร้ายบังคับให้เขาก่อคดีอุกอาจดังกล่าว แน่นอนว่าคดีนี้อยู่ในความสนใจของประชาชน และคนร้ายก็ไม่รับสารภาพ รวมถึงมีเรื่องราวแปลกประหลาดระหว่างการสืบสวนมากมาย
จนกระทั่งคดีดำเนินไปถึงขั้นตอนการไต่สวนในชั้นศาล “เอ็ด” และ “ลอร์เลน” คู่รักตระกูลวอร์เรน ซึ่งมีชื่อเสียงด้านการปราบผีและปิศาจ ได้เข้าร่วมฟังการพิจารณาคดีด้วย โดยเด็กหนุ่มสร้างเสียงฮือฮาด้วยการให้ปากคำในชั้นศาลว่าโดนปิศาจครอบงำให้กระทำเหตุฆาตกรรมดังกล่าว

ครอบครัววอร์เรน จึงร่วมสืบสวนคดีลี้ลับและเหนือธรรมชาติในครั้งนี้ ซึ่งการเดิมพันของคดีนี้ถูกตั้งไว้สูงมาก นั่นก็คือการต่อสู้เพื่อช่วงชิงวิญญาณของเด็กหนุ่ม คดีนี้ได้ชื่อว่าเป็นคดีที่สร้างความหวาดผวาให้ทั้งคู่มากที่สุดเลยทีเดียว เรื่องราวของการถูกผีสิง การไล่ผี และการดำเนินคดีของทางการถูกจับตามองจากชาวอเมริกันทั้งประเทศ

The Conjuring 3 เป็นผลงานผู้กำกับ “ไมเคิล ชาเวส” ซึ่งเคยฝากผลงานขวัญผวาไว้ใน The Curse of La Llorona (2019) โดยมี “เจมส์ วาน” เป็นผู้อำนวยการสร้าง นำแสดงโดย แพทริค วิลสัน และ วีรา ฟาร์มิกา มีกำหนดเข้าฉายในไทยช่วงกลางปี 2021ชีวประวัติ ครอบครัววอร์เรน มือปราบผีชื่อดังแห่งยุค

“เอ็ด วอร์เรน” และ “ลอร์เลน วอร์เรน” สองสามีภรรยาชาวอเมริกัน นักปราบผีมืออาชีพ ซึ่งมีตัวตนอยู่จริงๆ ทำหน้าที่เป็นนักสืบไขปริศนาเรื่องราวลี้ลับเหนือธรรมชาติ โดยเชื่อว่ามีญาณทิพย์และความสามารถพิเศษในการสื่อสารกับวิญญาณ เรื่องราวการปราบผีอันโด่งดังของครอบครัววอร์เรน ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก และทั้งคู่ก็ได้กลายเป็นที่มาของแรงบันดาลใจในการสร้างภาพยนตร์ The Conjuring ภาคต่างๆ

เอ็ด วอร์เรน เริ่มรู้ว่าตนเองมีสัมผัสพิเศษตั้งแต่วัยเด็ก เพราะมักเกิดเหตุการณ์ลี้ลับขึ้นกับเขาโดยไม่มีใครให้คำตอบได้ ไม่ว่าจะเป็นการฝันถึงคนแปลกหน้าที่เขาไม่เคยเจอ และมารู้ทีหลังว่าคือญาติที่ตายไปแล้ว การได้ยินเสียงเปิด-ปิด ประตูเองหลายๆ ครั้ง แต่ไม่มีใครอยู่ที่บ้านเลย เห็นตู้เสื้อผ้าเปิดเองราวกับเกิดขึ้นจากแรงดึงของใครสักคนที่เขามองไม่เห็น และการเห็นเงาของหญิงชราที่เปลี่ยนร่างเป็นลูกไฟพุ่งหาเขา พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่กระชั้นชิดเข้ามาเรื่อยๆ ทว่าไม่มีใครอยู่ในห้องเลย

เหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่เกิดขึ้น ทำให้เอ็ดเริ่มต้นศึกษาเรื่องลี้ลับ ผีและปิศาจ ในขณะที่เขาทำงานเป็นตำรวจ ก็ได้พบรักกับ “ลอร์เลน” นักจิตวิทยาสาวที่มีซิกซ์เซนส์ ทั้งคู่จึงเริ่มชวนกันไปล่าท้าผีตามสถานที่ต่างๆ ก่อนจะผันตัวเป็นนักปราบผีอย่างเต็มตัว ได้รับการว่าจ้างให้ช่วยไขปริศนาเรื่องราวน่ากลัวและลี้ลับทั่วโลก โดยหนึ่งในคดีที่ทั่วโลกน่าจะรู้จักกันดีที่สุดคือ “ตุ๊กตาผีแอนนาเบลล์” ซึ่งถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง Annabelle รวมถึงจักรวาลของแฟรนไชส์ The Conjuring นั่นเอง

ปัจจุบันสองมือปราบผีตระกูลวอร์เรน ได้เสียชีวิตลงแล้ว โดย “เอ็ด” ผู้เป็นสามีเสียชีวิตเมื่อปี 2006 ส่วน “ลอร์เรน” ผู้เป็นภรรยา เสียชีวิตอย่างสงบด้วยโรคชรา ขณะอายุ 92 ปี เมื่อปี 2019 ปิดตำนานมือปราบผีที่ยังมีลมหายใจ หลงเหลือไว้เพียงเรื่องเล่าผ่านหนังสือและแผ่นฟิล์มเท่านั้น

สำหรับประเด็นที่หลายคนสนใจคือ เอ็ด วอร์เรน เสียชีวิตยังไง? เอ็ด เสียชีวิตที่บ้านพักในรัฐคอนเนตทิคัต เมื่อปี 2006 ขณะมีอายุ 79 ปี โดยก่อนหน้านี้ในปี 2001 เอ็ดประสบอุบัติเหตุหกล้มภายในบ้านพัก จนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล หลังจากเขาลุกขึ้นเปิดประตูให้แมวที่เลี้ยงไว้เข้ามาในบ้านตอนตี 2
สำหรับแฟนๆ หนังผี ที่ชื่นชอบเรื่องราวลี้ลับ และเหนือธรรมชาติที่สร้างมาจากเหตุการณ์จริง ต้องรอติดตาม The Conjuring ภาค 3 ว่าจะกลับมาพร้อมความสะพรึงและสั่นประสาทมากแค่ไหน ซึ่งหากไม่มีการเปลี่ยนแปลง จะกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ วันที่ 3 มิถุนายน 2564

เหตุการณ์ในครั้งนั้น ทำให้แพทย์ต้องกู้ชีพด้วยการปั๊มหัวใจ และเขาต้องนอนเป็นผู้ป่วยโคม่านานถึง 11 สัปดาห์ ทว่ากลับฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง หลังรักษาตัวจนหายดีก็ได้กลับมาอยู่ที่บ้านตามปกติ แต่ด้วยอายุที่มากแล้ว ทำให้สุขภาพของเอ็ดไม่ค่อยจะดีนักจนเขาเสียชีวิตลง

ดูหนัง Shrek 1 (2001) เชร็ค 1 พากย์ไทย - ดูอนิเมะออนไลน์

Shrek (2001) เชร็ค 1

เรื่องราวของยักษ์สีเขียวตัวใหญ่ชื่อ เชร็ค ที่อาศัยอยู่ที่บ่อน้ำในป่า ไม่ไกลปราสาทของเจ้าชายเมืองแห่งหนึ่ง เชร็ค เป็นยักษ์ที่ชอบความสันโดษ ไม่ชอบอยู่กับใครด้วยเพราะคิดว่าตัวเองเป็นที่รังเกียจและเกรงกลัวของผู้คน วันหนึ่งมีเหตุที่ทำให้เชร็คต้องเดินทางไปยังเมืองของเจ้าชาย และยังได้รู้จักกับลาพูดได้ ชื่อ ดองกี้ ต่อมากลายเป็นเพื่อนซี้กัน เชร็คกับ ดองกี้ ได้รับภารกิจให้ไปช่วยเหลือเจ้าหญิงฟีโอน่า ที่ถูกขังอยู่บนประสาทหอคอยสูงใหญ่ที่มีมังกรตัวใหญ่นอนเฝ้าอยู่ งานนี้จะลงเอ่ยอย่างไรโปรดติดตาม  การ์ตูน Shrek

หนังเรื่องนี้ดูสนุกและเพลินด้วยความตลกของเชร็คที่เป็นยักษ์ใหญ่ท่าทางดุร้ายแต่ลึกๆ แล้วใจดีกับเพื่อนคู่หู ดองกี้ ที่พูดไม่หยุด ทำให้ผู้ชมตกหลุมรักพวกเขาได้โดยง่าย หนังยังให้แง่คิดที่ว่า คนเราอย่าติดสินคนอื่นเพียงเพราะรูปลักษณ์ภายนอก

การ์ตูนแอนิเมชันแห่งค่ายดรีมเวิร์ก การันตีด้วยรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยม ปี 2001 หลังจากที่ภาคแรกประสบความสำเร็จทำให้มีภาคต่อ คือ Shrek 2 ปี 2004, Shrek the Third ปี 2007, และ Shrek Forever After ปี 2010 ซึ่งโดยรวมแล้วดูสนุกทุกภาค แต่ภาคแรกด้วยความสดใหม่จึงดูสนุกสุด ดูหนังออนไลน์ 

Shrek 2 (2004) เชร็ค 2 ดูหนังออนไลน์ i-MovieHD.COM

SHREK 2 (2004) เชร็ค 2

เป็นต้นฉบับมากในแอนิเมชั่นและจินตนาการที่สร้างสรรค์ล้นออกมาจนทำให้เราตาบอด” Shrek 2 “เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมในแบบของตัวเอง แต่มีความเป็นไปได้มากกว่าการได้เห็น Shrek สังหารมังกรมันสนุกกว่าที่จะได้เห็นเขาพบกับสะใภ้คนใหม่ของเขา Shrek (ให้เสียงอีกครั้งโดย Mike Myers) ดูเหมือนว่าจะสั่นคลอนอยู่ตรงกลาง

ความน่าเชื่อถือระดับชั้นในภาคต่อไม่มีผู้หญิงที่ดีพอที่จะเชื่องอสูรได้สถานะคนนอกของเขาในฐานะผู้โดดเดี่ยวในบึงเปลี่ยนไปอย่างมากผ่านความรักของเขากับเจ้าหญิงฟิโอน่า (คาเมรอนดิแอซ) แม้ว่ามารยาทบนโต๊ะอาหารของเขาจะดีขึ้นเมื่อเขา รับประทานอาหารค่ำกับพ่อแม่ของเธอ King Harold (John Cleese) และ Queen Lillian (Julie Andrews)

DreamWorks Pictures นำเสนอภาพยนตร์การ์ตูนที่กำกับโดย Andrew Adamson, Kelly Asbury และ Conrad Vernon เขียนโดย J. David Stem, Joe Stillman และ David N. Weiss สร้างจากตัวละครของ William Steig เวลาเล่น: 105 นาที จัดอันดับ PG (สำหรับอารมณ์ขันหยาบคายการอ้างอิงเนื้อหาสั้น ๆ และเนื้อหาที่ชี้นำทางเพศ)

รีวิว Shrek ในภาพยนตร์เรื่องแรกอย่างที่คุณจำได้คำสาปของฟิโอน่าคือการที่เธอถูกมังกรจับไปเป็นเชลย แต่อาจถูกปล่อยให้เป็นอิสระได้ถ้ามังกรถูกฆ่าและเธอถูกจูบโดยพระเอกที่ทำสิ่งนั้น ตามหลักการแล้วนั่นน่าจะเป็นเจ้าชายชาร์มมิ่ง (รูเพิร์ตเอเวอเรตต์) แต่ใน “เชร็ค 2” ในที่สุดเมื่อเขามาถึงละแวกนั้นเขาก็พบกับความผิดหวังอย่างรุนแรงที่อสูรได้สังหารมังกรแล้วและแต่งงานกับเจ้าหญิง – และนั่น จูบของเชร็คทำให้ฟิโอน่าเปลี่ยนไปอย่างมาก

ไม่ตัวเล็กอีกต่อไปแล้วเธอสูงและกว้างและเขียวและเป็นอสูรการเรียกตัวมาจากอาณาจักรฟาร์ฟาร์อะเวย์พ่อแม่ของฟิโอน่าต้องการพบกับสามีใหม่ของเธอ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการเดินทางที่ยาวนานมากของเชร็คฟิโอน่าและดองกี้ (เอ็ดดี้เมอร์ฟี) ซึ่งยืนกรานที่จะไปด้วยกัน Donkey เป็นจุดสูงสุดของภาพยนตร์การ์ตูนโดยมีจังหวะที่ไม่หยุดนิ่งของ Murphy และไม่สามารถคาดเดาได้เมื่อเขาไม่ได้รับการต้อนรับ “ เคล็ดลับไม่ได้อยู่ที่เขาพูด” เชร็คสังเกตในภาพยนตร์เรื่องแรก “เคล็ดลับคือให้เขาหุบปาก” อาณาจักรนั้นอยู่ห่างไกลออกไปอย่างแท้จริงซึ่งเปิดโอกาสให้ดองกี้ถามอย่างไม่รู้จบว่า “เราอยู่ที่นั่นหรือยัง”

การมาถึงปราสาทของพ่อแม่ของฟิโอน่าทำให้พวกเขาหัวเราะกันใหญ่ แฮโรลด์และลิเลียนต้องตกใจเมื่อพบว่าลูกสาวของพวกเขาไม่เพียงได้แต่งงานกับอสูร แต่กลายเป็นหนึ่งเดียวกัน กระเช้านกพิราบถูกปล่อยออกมาเพื่อเฉลิมฉลองการมาถึงของพวกเขาและหนึ่งในนั้นประหลาดใจมากมันบินกระแทกเข้ากับกำแพงปราสาทและตกลงมาที่เท้าของแฮโรลด์ในที่สุดพล็อตก็พาเราเข้าสู่สภาพแวดล้อมของนางฟ้าแม่ทูนหัว (เจนนิเฟอร์แซนเดอร์ส) ร่างอุบาทว์ที่ประกอบกิจการผลิตยาและเลขฐานสิบหกจากโรงงานขนาดใหญ่

เป็นไปได้ไหมว่าการปรุงยาอย่างมีความสุขตลอดกาลของเธอสามารถเปลี่ยนอสูรให้กลายเป็นมนุษย์ได้? ไม่ใช่ว่าเธอจะช่วยได้ เธอต้องการกำจัดเชร็คและแต่งงานกับฟิโอน่ากับเจ้าชายชาร์มมิ่งตามแผนเดิมของเธอบทภาพยนตร์โดยเจเดวิดสเตมโจสติลแมนและเดวิดเอ็นไวส์มีความสนุกแบบเดียวกับที่ “เชร็ค” ทำในการเล่นกับเรา ความคาดหวัง

ใครจะคาดคิดว่าจะมีการต่อสู้ระหว่างอสูรและเจ้าสาวของเขาโดยเชร็คเดินออกจากบ้าน? สิ่งที่เกี่ยวกับพิธีมาถึงในงานบอลวิวาห์ที่มีคนดังของราชอาณาจักรทั้งหมดเดินไปตามพรมแดงในขณะที่โจนริเวอร์สโคลนที่ไม่ผิดพลาดให้ความเห็น? และมีความหวานอย่างแท้จริงเมื่อเชร็คและฟิโอน่าเริ่มจูบกัน

Beyond Thunderdome

Mad Max : Fury Road ถนนนรกโลกันตร์ โคตรระห่ำ

รีวิว Mad Max ปกติจะชอบดูหนังที่มีความพิเศษ หนังที่ดูแล้วกลั่นออกมาจากความตั้งใจ ความคลั่งไคล้ของคนสร้าง ดูแล้วจะรู้แล้วว่าเป็นหนังดี Mad Max:Fury Road คือหนังที่เป็นความอัดอั้น ความคลั่งไคล้ในจินตนาการที่สรรสร้างขึ้นมานานกว่า 30 ปี ของ George Millers นับตั้งแต่ที่สร้าง Mad Max:Beyond Thunderdome ตั้งแต่สมัย 1985 เคยได้ยินข่าวมาว่ากว่าภาค Fury Road จะออกฉายต้องถูกเลื่อนถัดไปๆหลายครั้ง ไม่ว่าจะมีปัญหาที่หนังทำงบจนเกินทุนบ้างแล้ว ยื่น footage ให้ Warner Bros ดูจน producer ยอมปันใจอัดฉีดงบให้อีก และปัญหาเรื่องการตัดต่อบ้างมีการถ่ายทำแก้หลายครั้ง ลองคิดดูหนังที่ผู้สร้างได้เปิดโอกาสใส่จินตานาการความคิดของเขาได้เต็มที่ ทั้งได้รับการสนับสนุนเงินทุน และได้ rated R อีกต่างหาก กว่าที่เวลานี้หนังจะมาออกฉายได้ ถ้าไม่รัก ไม่ตั้งใจ ไม่คลั่งไคล้ของ Millers ก็ไม่รู้จะพูดยังไง มาภาคนี้ Millers เอาความอัดอั้นนั้น มาระเบิดตูมๆๆๆๆ ใส่คนดูอย่างเต็มสตรีม นั่นแหละคือความพิเศษที่ผมเจอขณะที่ดู Mad Max:Fury Road และต้องบอกเลยว่าหนังบ้าเรื่องนี้มันสุดติ่ง วินาศสันตะโรจริงๆ George Millers นับเป็นผู้กำกับที่เหนือชั้นมาก และยอมรับว่าแกเป็นคนทำหนังประเภทนี้ได้เก่งทีเดียว (ถ้าไม่นับกับที่เคยมัวแต่ไปทำหนังเพนกวินเต้นได้อย่าง Happy Feet นะ) สำหรับบทดำเนินเรื่อง Mad Max:Fury Road จะไม่ได้เน้นหรือโดดเด่นอะไรมากนัก ไม่มีพล็อตที่ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน ชิงไหวชิงพริบอะไร เนื้อเรื่องคร่าวๆ ก็คือการที่นางเอก (Charlize Theron) แสดงเป็น Furiosa มาช่วยเหล่า The Brides หรือเหล่าทาสสาวแม่พันธุ์ของดินแดนนรกหนึ่ง ให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของ Immortan Joe(Hugh Keays-Byrne) และสมุน เพื่อไปหาที่ที่ใหม่ ที่ดีกว่า ท่ามกลางโลกที่ล่มสลาย ที่ต่างคนต่างคลั่งแย่งชิงน้ำมัน น้ำที่มีอยู่ ซึ่ง Furiosa ก็ได้รับความช่วยเหลือจาก Max (Tom Hardy) จากปฏิบัติการกระตุกหนวดยักษ์นี้ กว่า 70-80% ของเรื่องคือฉากการขับรถไล่ล่าอย่างต่อเนื่องของกองทัพ Immortan Joe ไล่ล่ากับแก้งค์ Max/Furiosa เพื่อชิงตัว The Brides กลับมา สำหรับบทพูด dialog หนังเรื่องนี้จะมีไม่มาก เพราะหนังจะเน้นการเล่าเรื่องด้วยภาพ เล่าเรื่องด้วยเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น และผมคิดว่านี่คือหัวใจสำคัญของหนังแอ็คชั่นไม่ใช่ฤา? หนังแอ็คชั่นที่ควรตอบใจทย์ของการขับเคลื่อนอารมณ์โดยไม่ต้องมีบทพูดมากมาย แค่สิ่งที่เห็นตรงหน้าแล้วให้คนดูอ้าปากค้างได้ และลุ้นระทึกไปกับหนัง มันก็ยอดเยี่ยมสำหรับหนังแอ็คชั่นแล้ว และ Mad Max ทำจุดนี้ได้อย่างดีมาก ถึงแม้หนังเรื่องนี้จะไม่เน้นเรื่องการดำเนินเรื่อง แต่ตัวร้ายนับว่าน่ากลัว น่าเกรงขาม ไม่กิ๊กก็อกเหมือนหนังบางเรื่องแถวๆนี้ และถึงแม้ plot เรื่องไม่มีอะไรมาก แต่หนังก็ถูกกลบข้อด้อยด้วยการแสดงเข้าขั้นของนักแสดงต่างๆ (Tom Hardy, Charlize Theron, Hugh Keays-Byrne, Nicholas Hoult) สิ่งที่ทำให้อ้าปากค้างจริงๆ คือฉากแอ็คชั่น effect เสียง soundtrack ที่เร้าอารมณ์ได้อย่างดีไปกับเหตุการณ์ เทคนิคการถ่ายทำที่เกิดขึ้น มันช่างอลัง สวยสดงดงามอย่างมาก ด้วยเหตุที่ว่า George Millers ใช้ practical effect หรือ effect ที่เกิดจากการแสดง stunt จริง รถของจริง มีคนแสดงผาดโผนจริง ใช้ CGI เป็นส่วนน้อย และใส่ palette สีจัดๆ มันทำให้ดูแล้วสมจริง และสวยงามมากๆ หลายครั้งที่อดไม่ได้กับการชื่นชมไปกับงานศิลป์ในตัวหนัง พร้อมๆกับลุ้นระทึกไปกับหนังด้วย (ตอนดูก็นึกไปว่าระหว่างที่การถ่ายทำมีคนเสียชีวิตบ้างเปล่าเนี่ย เพราะฉากผาดโผนหลายฉากมันหวาดเสียวมาก) และผมว่านี่คือสิ่งที่ขาดหายไปสำหรับหนังแอ็คชั่นสมัยนี้ ที่คนในวงการหลายคนต่างก็เพลิดเพลินหลงไปกับ CGI ไปเน้นกับการวางพล็อตที่เอาใจ fanbase มากไป จนหลงลืมไปว่าเมื่อก่อนที่รุ่นพ่อรุ่นแม่ดูหนังสนุกกันมันเพราะอะไร หรือที่หนังในตำนานหลายเรื่อง ที่ปัจจุบันนี้หยิบมาดูอีกครั้งมันก็ดูได้สนุกอยู่ George Millers เคยสร้าง Mad Max:Road Warrior ให้เป็นหนังแอ็คชั่นบรมครู ที่หนังหลายเรื่องในสมัยนี้ต่างหยิบมาใช้กัน มาวันนี้ George Millers กลับมาอีกครั้งและมาทำ Mad Max Fury Road เป็นบรรทัดฐานใหม่สำหรับหนังแอ็คชั่นในอนาคต เพื่อมาย้ำเตือนสิ่งที่หนังสมัยนี้ขาดหายไป กลับมาเติมเต็มอีกครั้ง สำหรับข้อสงสัยที่ถามกันบ่อยว่า ถ้าไม่ดู Mad Max มาก่อนเลยจะดูรู้เรื่องไหม? คือผมเคยดูภาค Road Warrior และ Beyond Thunerdome มาก่อน โดยที่ไม่ดูภาคแรกเลย ก็รู้เรื่องนะ และมาตอนนี้มาดู Mad Max : Fury Road ผมแทบไม่มีความรู้สึกถึงความ connection อะไรระหว่างภาคนี้กับภาคก่อนๆเท่าไหร่ ส่วนตัวคิดว่า Fury Road คือ ภาคต่อก็ใช่ หรือ reboot ใหม่ก็ใช่ มันแล้วแต่ที่คนคิดกัน หรือพูดโดยสรุปจริงๆคือ Mad Max แต่ละภาคเป็นหนังที่เล่าเรื่องจบในภาคเดียว โดยแต่ละภาคก็มีเนื้อเรื่องแต่ละภาคของมันเอง ดังนั้นถ้าไม่เคยดู Mad Max มาก่อน มาดู Fury Road ก็รู้เรื่อง 100% แน่นอน
Max Rockatansky / Mel Gibson (Mad Max 2 "The Road Warrior") | Filmes

Mad Max 2 : The Road Warrior

พอมาภาค 2 ที่เห็นในเน็ตเขาเชียร์กันว่ามีคิวบู๊ท้ายเรื่องที่สนุกที่สุด เอาเข้าจริงก็ยังดูเงอะๆงะๆ ตะกุกตะกักในแบบที่ดูแล้วเชื่อครับว่าถ่ายทำจริง แต่พี่ไม่คิดจะตัดต่อช่วยให้จังหวะมันเร็วขึ้นกว่าซักนิดเลยรึ?(มีตัดภาพนะ แต่ตัดแบบ…ตอนแรกเห็นตัวร้ายปีนรถอยู่ ตัดไปฉากอื่น ตัดกลับมา…มันก็ยังปีนอยู่ที่เดิม…) พี่บอสนักกล้ามก็มาแรกๆเหมือนจะมีราศีดี แต่สุดท้ายจบแบบขับเข้ามาประสานงาง่ายๆซะงั้น… ถึงจะ Fail กับภาคต้นฉบับแต่สุดท้ายวันนี้ก็ตีตั๋วเข้าไปดูภาค Fury จะได้รู้กันไปเลยว่าหนังเรื่องนี้มันสำหรับแฟนฮาร์ดคอร์เท่านั้นถึงจะดูสนุกรึเปล่า ก็ได้พบว่าตัวหนังภาคนี้โคตรต่างจาก 3 ภาคแรก(อย่างน้อยก็ในความรู้สึกผม) โปรดัคชั่นอลังการกว่า(อันนี้อาจจะเป็นเรื่องของงบประมาณและเทคโนโลยีการถ่ายทำ เพราะถึงภาคนี้จะออกกองถ่ายสตั๊นท์จริงเป็นส่วนมากแต่ก็ได้ CG มาช่วยเสริมด้วย) เนื้อเรื่องเดินเร็วกว่า(พอพี่แมกซ์ติดเป็นแม่ย่านางรถปั๊บ ความมันส์ระเบิดแบบ none-stop กันจนจบช่วงพายุทรายเลย) ฉากแอ็คชั่นมีการตัดกล้องแบบฉับไวช่วยส่งคิวบู๊ให้กระชับขึ้น แต่พอจะมีฉากดราม่าก็ทำซึ้งจนขอบตารื้นได้เหมือนกัน(เกือบร้องไห้ตอนฉากป้ากระเป๋าเมล็ดพืชตาย กะตอน…”Witness me.(จงดูข้า)” ครั้งสุดท้าย) สรุปแล้ว ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า Mad Max ต้นฉบับทั้ง 3 ภาค(หรือ 2 ? เพราะภาคธันเดอร์โดมรู้สึกจะมีคนบ่นว่าไม่ค่อยสนุก)มีเสน่ห์อะไรที่ผมพลาดไปหรือเข้าไม่ถึงหรือเปล่า แต่สำหรับ Fury Road ที่มาคืนชีพแฟรนไชน์ใน gen ใหม่นี้เอาใจผมไปเต็ม 100 เลยครับ!! ปล.เห็นว่าตอนแรกจะมีหนังภาคแยกของเจ๊พิโรธ ฟิวรี่โอน่าด้วย แต่เพราะติดปัญหาช่วงโปรคัดชั่น 10 ปีเลยยกเลิกไป ตอนนี้กระแสตอบรับค่อนข้างไปทางบวก ไม่รู้ทางสตูดิโอจะตัดสินใจขุดกลับมาทำมั้ย
Poster 3 Mad Max Fury Road - Yohann CESARIA

Mad Max 3 : Fury Road

ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า Mad Max ทั้งหมดที่ผ่านมามีด้วยกัน 3 ภาค ประกอบไปด้วย Mad Max เป็นเรื่องราวของเมืองเล็กๆ ของออสเตรเลียช่วงหลังสงครามโลก มีการก่อกวนเมืองด้วยการซิ่งมอเตอร์ไซค์, Mad Max 2 : The Road Warrior เรื่องราวแห่งความล่มสลายทุกสิ่งกลายเป็นทะเลทราย สิ่งล้ำค่าสุดคือน้ำมัน, Mad Max Beyond Thunderdome เป็นเรื่องราวของการแย่งชิงพลังงานบางอย่าง กระทั่งหายหน้าไป 30 ปี ก็ได้กลับมาใหม่อีกครั้งในชื่อ Mad Max : Fury Road โดยเรื่องราวจะใกล้เคียงกับภาค 2 แต่ก็ไม่ใช่เสียทีเดียว หนังกล่าวถึงฟิวริโอซา มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าคนดูแลเชื้อเพลิง เธอมีการวางแผนเพื่อต้องการพาหญิงสาวที่เป็นสนมของ อิมมอร์แทนโจหนีให้รอดพ้นจากการกดขี่ข่มเหงแต่เรื่องราวการหลบหนีคงไม่สำเร็จหากไม่ได้รับการช่วยเหลือโดยแม็กซ์ เชลยศึกผู้ถูกจับตัวมา อย่างที่กล่าวเอาไว้ตอนต้นว่าใครนิยมดูหนังประเภทบู๊ระทึก ยิ่งกันสนั่นหวั่นไหว เป็นหนังแนวแอ็คชั่นต้องไม่พลาดกับเรื่องนี้อย่างแน่นอน ความน่าดูของหนังเรื่องนี้สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความสวยของหญิงสาวทั้ง 5 คนที่แม้จะเปื้อนฝุ่นลุยโคลนแต่ความสง่างามของพวกเธอกลับไม่ได้ลดลงเลย แถมด้วยบทบู๊แบบล้างผลาญชนิดว่าไล่ล่ากันแทบตลอดทั้งเรื่องส่งผลให้หนังเดินเรื่องแบบเร้าใจ มีความได้ลุ้น ได้เชียร์กันอยู่ตลอดเวลา เรียกว่าครบรสคอหนังแนวนี้อย่างไม่ต้องมีข้อกังขาใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งเมื่อมองในภาพรวมแล้วถ้าเราคิดว่า Mad Max : Fury Road คือหนังบู๊แบบเต็มตัวจากคะแนนเต็ม 10 ขอมอบระดับคะแนนไปเลย 9.5 บางคนอาจสงสัยว่าถ้าหากไม่เคยดูภาค 1-3 มาก่อนจะดูหนังเรื่องนี้เข้าใจหรือไม่ ตอบเลยว่าไม่ใช่ปัญหาเพราะหนังแทบไม่ได้ปูเรื่องเดิมเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องย้อนดูก็ได้เพียงเลือกดู Mad Max : Fury Road ก็สามารถเข้าใจเนื้อหาของหนังทั้งหมดได้อย่างไม่ยากรับรองสนุกสุดๆ ดูหนังออนไลน์ 

นี่ล่ะคือความลับของผม!! รวมภาพวิวัฒนาการฮัลค์ ที่โผล่มาในหนังมาร์เวล -  Major Cineplex รอบฉายเมเจอร์ รอบหนัง จองตั๋ว หนังใหม่Hulk เป็นภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่สัญชาติอเมริกันปี 2003 ที่สร้างจากตัวละครMarvel Comics ที่มีชื่อเดียวกันกำกับโดย Ang Lee และเขียนโดย James Schamus , Michael France และ John Turmanจากเรื่องราวของ Schamus เอริคบานาเป็นดาวบรูซแบนเนอร์ / ปรากฏควบคู่ไปกับเจนนิเฟอร์คอนเนลลี ,แซมเอลเลียต ,จอชลูคัส และนิคโนลเต้ 

ภาพยนตร์เรื่องนี้สำรวจต้นกำเนิดของบรูซแบนเนอร์ หลังจากอุบัติเหตุในห้องทดลองที่เกี่ยวข้องกับรังสีแกมมาเขากลายร่างเป็นสิ่งมีชีวิตผิวสีเขียวขนาดยักษ์เมื่อใดก็ตามที่ถูกยั่วยุทางอารมณ์หรือเครียด กองทัพสหรัฐไล่ตามเขา และเขาก็ปะทะกับพ่อผู้ให้กำเนิดซึ่งมีแผนการอันมืดมนสำหรับลูกชายของเขา การพัฒนาของภาพยนตร์เรื่องนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 1990 จนถึงจุดหนึ่งโจจอห์นสตัน และโจนาธานเฮนสลีห์จะมากำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ Hensleigh, John Turman , Michael France , Zak Penn เขียนบทเพิ่มเติมก่อนการมีส่วนร่วมของAng Lee และJames Schamus ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงสิงหาคม 2002, ซากเรือเก่า ๆถูกยิงส่วนใหญ่ในแคลิฟอร์เนียส่วนใหญ่อยู่ในบริเวณอ่าวซานฟรานซิส ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2003 และจะทำรายได้ 245 $ ล้านทั่วโลกกลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดของปี 2003 ความเห็นพ้องที่สำคัญของRotten Tomatoesเรียกมันว่าเป็นภาพยนตร์ที่มีความทะเยอทะยาน และมีสไตล์ที่เน้นบทสนทนามากเกินไปโดยเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ เป็นผลสืบเนื่องจากการวางแผนถูก repurposed เป็นรีบูตชื่อว่าThe Incredible Hulk และปล่อยวันที่ 13 มิถุนายน 2008 เป็นภาพยนตร์เรื่องที่สองในจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล
ดูหนัง The Incredible Hulk (2008) มนุษย์ตัวเขียวจอมพลัง | i-MovieHD.com
The Incredible Hulk คือ 2008 อเมริกันภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ที่อยู่บนพื้นฐานของมหัศจรรย์การ์ตูนตัวอักษรที่ปรากฏ ผลิตโดย Marvel Studios และจัดจำหน่ายโดย Universal Pictures เป็นภาพยนตร์เรื่องที่สองใน Marvel Cinematic Universe (MCU) กำกับโดย Louis Leterrierจากบทภาพยนตร์โดย Zak Penn และนำแสดงโดย Edward Nortonเป็น Bruce Bannerร่วมกับ Liv Tyler , Tim Roth , Tim Blake Nelson , Ty Burrell และ William Hurt ในภาพยนตร์เรื่องนี้บรูซแบนเนอร์กลายเป็นฮัลค์ในฐานะผู้รับจำนำโดยไม่เจตนาในแผนการทางทหารเพื่อปลุกพลังให้กับโปรแกรม "Super-Soldier" อีกครั้งผ่านรังสีแกมมา แบนเนอร์หนีจากกองทหารในขณะที่พยายามรักษาตัวเอง หลังจากการต้อนรับแบบผสมสำหรับภาพยนตร์เรื่อง Hulk ของ Universal ในปี 2003 Marvel Studios ได้รับสิทธิ์ในตัวละครอีกครั้งแม้ว่า Universal จะยังคงรักษาสิทธิ์ในการจัดจำหน่ายไว้ Leterrier ซึ่งเคยแสดงความสนใจในงการกำกับIron Manให้กับ Marvel ถูกนำตัวมาบนเรือ และเพนน์ก็เริ่มทำงานกับสคริปต์ที่ใกล้เคียงกับการ์ตูน และซีรีส์ทางโทรทัศน์ในปี 1978 ที่มีชื่อเดียวกันมากขึ้น ในเดือนเมษายน 2550 นอร์ตันได้รับการว่าจ้างให้วาดภาพแบนเนอร์ และเขียนบทภาพยนตร์ของเพนน์ บทของเขาวางตำแหน่งภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการรีบูตซีรีส์โดยทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้แตกต่างจากภาพยนตร์ปี 2546 เพื่อให้เวอร์ชันใหม่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง ในที่สุด Norton ก็ไม่ได้รับเครดิตสำหรับงานเขียนของเขา สถานที่ถ่ายทำตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนพฤศจิกายน 2007 เป็นหลักในโตรอนโต ,แคนาดามีการถ่ายทำเพิ่มเติมในนิวยอร์กซิตี้ และริโอเดอจาเนโร ภาพเอฟเฟกต์ภาพกว่า 700 ช็อตถูกสร้างขึ้นในขั้นตอนหลังการถ่ายทำโดยใช้การผสมผสานระหว่างการจับการเคลื่อนไหว และภาพที่สร้างด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อสร้างภาพยนตร์ให้สมบูรณ์ The Incredible Hulkฉายรอบปฐมทัศน์ที่ Gibson Amphitheatre ใน Universal City, Californiaเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2551 และได้รับการปล่อยตัวในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 13 มิถุนายนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของPhase Oneของ MCU ได้รับการวิจารณ์ที่ดีโดยทั่วไป และได้รับการพิจารณาว่าควรปรับปรุงในภาพยนตร์ปี 2546 ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้ 264.8 ล้านเหรียญ ทั่วโลกทำให้เป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้ต่ำที่สุดของ MCU Norton โต้แย้งกับ Marvel เกี่ยวกับการแก้ไขครั้งสุดท้ายของภาพยนตร์เรื่องนี้ และถูกแทนที่ในบทบาทของ Banner โดยMark Ruffaloสำหรับเนื้อหา MCU ในอนาคตโดยเริ่มจาก The Avengersในปี 2012 ดูหนังใหม่ออนไลน์

Iron Man
Iron Man คือ 2008 อเมริกันภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ที่อยู่บนพื้นฐานของมหัศจรรย์การ์ตูนตัวละครที่มีชื่อเดียวกัน ผลิตโดยมาร์เวลสตูดิโอและจัดจำหน่ายโดย Paramount Pictures ,มันเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล (MCU) กำกับโดย Jon Favreauจากบทภาพยนตร์โดยทีมเขียนบทของ Mark Fergus และ Hawk Ostby และ Art Marcum และ Matt Holloway ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดย Robert Downey Jr. เป็น Tony Stark / Iron Manร่วมกับ Terrence Howard , Jeff Bridges, Shaun Toubและกวินเน็ธ พัลโทรว์ ในภาพยนตร์เรื่องนี้หลังจากการหลบหนีจากการถูกจองจำโดยกลุ่มผู้ก่อการร้ายโทนี่สตาร์กนักอุตสาหกรรมชื่อดังของโลกและวิศวกรระดับสูงได้สร้างชุดเกราะที่ใช้เครื่องจักรกลและกลายเป็นไอรอนแมนในดวงใจ ภาพยนตร์ที่มีตัวละครอยู่ระหว่างการพัฒนาที่ Universal Pictures , 20th Century Fox และ New Line Cinema ในช่วงเวลาต่างๆตั้งแต่ปี 1990 ก่อนที่ Marvel Studios จะได้รับสิทธิ์อีกครั้งในปี 2006 Marvel ได้วางโครงการนี้ในการผลิตเป็นภาพยนตร์ที่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินด้วยตนเองเรื่องแรก โดยมี Paramount Pictures จัดจำหน่าย Favreau เซ็นสัญญาเป็นผู้กำกับในเดือนเมษายน 2549 และเผชิญกับการต่อต้านจาก Marvel เมื่อพยายามให้ดาวนีย์รับบทนำ นักแสดงได้เซ็นสัญญาในเดือนกันยายน การถ่ายทำเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงมิถุนายน 2550 โดยเฉพาะในแคลิฟอร์เนียเพื่อสร้างความแตกต่างให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้จากเรื่องราวซูเปอร์ฮีโร่อื่น ๆ อีกมากมายที่สร้างขึ้นในสภาพแวดล้อมแบบนิวยอร์กซิตี้ ในระหว่างการถ่ายทำนักแสดงมีอิสระที่จะสร้างบทสนทนาของตัวเองเนื่องจากการถ่ายทำล่วงหน้าเน้นไปที่เรื่องราวและการดำเนินการ ชุดเกราะรุ่นยางและโลหะสร้างโดย บริษัท ของStan Winstonผสมกับภาพที่สร้างด้วยคอมพิวเตอร์ เพื่อสร้างตัวละครชื่อเรื่อง ฉายรอบปฐมทัศน์ในซิดนีย์เมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2551 และได้รับการปล่อยตัวในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในเฟสหนึ่งของ MCU มันรายได้กว่า 585 ล้าน140 $ ล้านงบประมาณกลายเป็นแปดสูงสุดภาพยนตร์ที่ทำรายได้ของปี 2008 ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการยกย่องจากนักวิจารณ์ในเรื่องการแสดง (โดยเฉพาะดาวนีย์) บทภาพยนตร์ทิศทางเอฟเฟกต์ภาพและลำดับแอ็คชั่น มันได้รับเลือกจากสถาบันภาพยนตร์อเมริกันเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ดีที่สุดหนึ่งในสิบของปี 2008 และได้รับการเสนอชื่อทั้งสองที่งานประกาศผลรางวัลออสการ์ครั้ง ที่ 81 สำหรับการแก้ไขเสียงที่ดีที่สุดและการแสดงผลที่ดีที่สุด มีการเปิดตัวภาคต่อสองภาค ได้แก่ Iron Man 2 (2010) และ Iron Man 3 (2556)
ดูหนัง Iron Man 2 มหาประลัยคนเกราะเหล็ก ไอร่อนแมน 2 | i-MovieHD.com

Iron Man 2

คือ 2010 อเมริกันภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ที่อยู่บนพื้นฐานของมหัศจรรย์การ์ตูนตัวละคร Iron Manผลิตโดยมาร์เวลสตูดิโอและจัดจำหน่ายโดย Paramount Pictures ,มันเป็นผลสืบเนื่องไป Iron Man(2008) และภาพยนตร์เรื่องที่สามในจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล (MCU) กำกับโดย Jon Favreau และเขียนบทโดย Justin Therouxภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดย Robert Downey Jr. รับบท Tony Stark / Iron Manร่วมกับ Gwyneth Paltrow , Don Cheadle , Scarlett Johansson, Sam Rockwell , Mickey RourkeและSamuel L. Jackson หกเดือนหลังจากโทนี่สตาร์คต่อต้านการเรียกร้องจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาให้ส่งมอบเทคโนโลยี ซึ่งทำให้สุขภาพของเขาลดลง ในขณะเดียวกันIvan Vankoนักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียใช้เทคโนโลยีรุ่นของเขาเองเพื่อไล่ตามความอาฆาตพยาบาทต่อตระกูล Stark หลังจากความสำเร็จที่สำคัญและเชิงพาณิชย์ของ Iron Manในเดือนพฤษภาคม 2008 Marvel Studios ได้ประกาศและพร้อมที่จะผลิตภาคต่อทันที ในเดือนกรกฎาคม Theroux ได้รับการว่าจ้างให้เขียนบทและ Favreau ได้รับการเซ็นสัญญาให้กลับมาเป็นผู้กำกับ ดาวนีย์พัลโทรว์และแจ็คสันได้กำหนดที่จะปฏิบัติบทบาทของพวกเขา ในขณะที่เชอร์ริลถูกนำตัวเข้ามาแทนที่Terrence Howardในบทบาทของเจมส์โรดส์ ในช่วงต้นเดือนของปี 2009 Rourke (Vanko), Rockwell และ Johansson ได้เข้าร่วมทีมนักแสดง การถ่ายทำเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายนถึงกรกฎาคม 2552 ส่วนใหญ่อยู่ในแคลิฟอร์เนียเหมือนภาพยนตร์เรื่องแรกยกเว้นฉากสำคัญในโมนาโก. แตกต่างจากรุ่นก่อนซึ่งผสมผสานเอฟเฟกต์ดิจิทัลและการใช้งานจริงภาคต่ออาศัยภาพที่สร้างขึ้นด้วยคอมพิวเตอร์เป็นหลักเพื่อสร้างชุด Iron Man2 ฉายรอบปฐมทัศน์ที่ El Capitan Theatreเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2010 และได้รับการปล่อยตัวในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของPhase Oneของ MCU ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับคำวิจารณ์ในเชิงบวกสำหรับการแสดงของดาวนีย์ตลอดจนลำดับการดำเนินการคะแนนดนตรีและเอฟเฟกต์ภาพ แต่นักวิจารณ์หลายคนเห็นว่ามันด้อยกว่าภาพยนตร์เรื่องแรกและวิพากษ์วิจารณ์คนร้ายและการเว้นจังหวะ ผลสืบเนื่องรายได้กว่า 623.9 ล้าน $ บ็อกซ์ออฟฟิศทั่วโลกทำให้มันเป็นภาพยนตร์ที่เจ็ดทำรายได้สูงสุดของปี 2010 มันได้รับรางวัลออสการ์รับการเสนอชื่อสำหรับการแสดงผลที่ดีที่สุด ภาคที่สามของซีรีส์ Iron Man3 ได้รับการเผยแพร่เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2013
Iron Man Three (2013) - IMDb

Iron Man 3

คือ 2013 อเมริกันภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ที่อยู่บนพื้นฐานของมหัศจรรย์การ์ตูนตัวละคร Iron Manผลิตโดยมาร์เวลสตูดิโอและจัดจำหน่ายโดยวอลท์ดิสนีย์สตูดิโอภาพยนตร์ ภาพยนตร์เรื่องที่ 7 ใน Marvel Cinematic Universe (MCU) ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย Shane Blackจากบทภาพยนตร์ที่เขาร่วมเขียนบทกับ Drew Pearceและนำแสดงโดย Robert Downey Jr. รับบท Tony Stark / Iron Manควบคู่ไปด้วยกวินเน็ ธ พัลโทรว์ , ดอนชีเดิล , กายเพียร์ซ , รีเบคก้าฮอลล์ , สเตฟานีสซอสตัก , เจมส์แบดจ์เดล , Jon Favreau และเบนคิงสลีย์ , แมทีเรียโทนี่สตากับเครือข่ายของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เวนเจอร์สในช่วงการรณรงค์การก่อการร้ายระดับชาติในสหรัฐอเมริกานำโดยลึกลับแมนดาริน หลังจากออกฉายในเดือนพฤษภาคม 2010 ผู้กำกับ Favreau เลือกที่จะไม่กลับมาแสดงภาพยนตร์เรื่องที่สาม แบล็กได้รับการว่าจ้างให้เขียนและกำกับภาคต่อในเดือนกุมภาพันธ์ 2011 โดยทำงานร่วมกับ Pearce เพื่อทำให้สคริปต์มีตัวละครเป็นศูนย์กลางมากขึ้นเน้นองค์ประกอบที่ทำให้ระทึกขวัญและใช้แนวคิดจากส่วนโค้งเรื่องราวในหนังสือการ์ตูนเรื่อง" Extremis " ของวอร์เรนเอลลิส ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการสนับสนุนนักแสดงรวมทั้งคิงสลีย์เพียร์ซและฮอลล์ถูกนำมาตลอดทั้งเดือนเมษายน และพฤษภาคม 2012 สถานที่ถ่ายทำตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 17 ธันวาคม 2012, หลักที่ EUE / Screen Gemsสตูดิโอในวิลมิงอร์ทแคโรไลนา การถ่ายทำเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นรอบ ๆอร์ทแคโรไลนาเช่นเดียวกับในฟลอริด้า , Los Angelesและจีน มีการสร้างภาพยนตร์เวอร์ชันขยายสำหรับผู้ชมชาวจีนโดยเฉพาะ บริษัท สิบเจ็ดแห่งให้บริการวิชวลเอฟเฟกต์ของภาพยนตร์ Iron Man3 ฉายรอบปฐมทัศน์ที่ Grand Rex ในปารีสเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2013 และออกฉายในสหรัฐอเมริกาในวันที่ 3 พฤษภาคมเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในPhase Twoของ MCU ได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ในเรื่องการแสดงเอฟเฟกต์ภาพลำดับการกระทำอารมณ์ขันและคะแนนดนตรีของ Brian Tyler ในขณะที่นักวิจารณ์และผู้ชมต่างให้การต้อนรับแบบผสมผสานกับพล็อตเรื่องภาษาจีนกลาง ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จในบ็อกซ์ออฟฟิศโดยทำรายได้มากกว่า 1.2 พันล้านเหรียญทั่วโลกทำให้เป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดเป็นอันดับสองของปี 2013 และภาพยนตร์เรื่องที่สิบหกที่ทำรายได้มากกว่า 1 พันล้านเหรียญ ในขณะนั้นยังกลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดเป็นอันดับ 5 ตลอดกาลในขณะที่ช่วงสุดสัปดาห์เปิดตัวขึ้นสู่อันดับที่หกสูงสุดตลอดกาล. ภาพยนตร์ที่ได้รับการเสนอชื่อที่ดีที่สุดของการแสดงผลที่ได้รับรางวัลออสการ์และรางวัลบาฟตา ดูหนังใหม่ออนไลน์ฟรี

เรื่องย่อ : โลกเวทมนต์ ช่วงปี 1920 ในฝั่งของอเมริกา ก่อนการถือกำเนิดของแฮร์รี่ พอตเตอร์ 70 ปี ว่าด้วยเรื่องราวของ นิวตัน อาร์ทีมีส ไฟโด สคาแมนเดอร์ หรือ นิวท์ สคามันเดอร์ นักสัตว์วิเศษวิทยาแห่งโลกเวทมนตร์ของอังกฤษได้รับมอบหมายให้เดินทางไปยังนิวยอร์ค เพื่อทำบันทึกเกี่ยวกับสัตว์วิเศษต่างๆ และเขียนเป็นหนังสือ “สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่” ซึ่งใช้เป็นหนังสือเรียนในยุคของแฮร์รี่ในเวลาต่อไป

โลกเวทมนต์
บทวิจารณ์ : การได้มาดูภาพยนตร์เรื่อง Fantastic Beasts and Where to Find Them สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ ถือได้ว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่ควรทำประจำปีนี้เลยก็ว่าได้ ตั้งแต่ดูหนังมาทั้งปี ถ้าจะยกให้ภาพยนตร์เรื่อง Fantastic Beasts and Where to Find Them สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ เป็นอันดับ 1 ในใจของใครหลายๆ คน ในตอนนี้ก็คงจะไม่แปลกอะไร เพราะเราเองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่หลงรักภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าจังๆ มาแล้ว ต้องยอมรับเลยว่าติดตามดู Harry Potter มาตลอด เริ่มตั้งแต่อ่านหนังสือทุกเล่ม ก่อนที่จะทำออกมาเป็นหนังเสียด้วยซ้ำ จนมาถึงเรื่องนี้ ที่ตัวเอกชื่อแปลกๆ ครั้งแรกที่ฟัง เราได้ยินว่าพระเอกชื่อ ซาลาแมนเดอร์เลยด้วยซ้ำ (สัตว์สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบกชนิดหนึ่ง คล้ายๆ จิ้งจก ตัวลายๆ ชอบอยู่ใกล้ๆ บ่อน้ำ) ทำเอาคิดเตลิดไปไกลว่าจะมีการแปลงร่างเป็นสัตว์รึเปล่า พอได้มาดูเข้าจริงๆ ไม่ใช่อย่างนั้น เริ่มตั้งแต่ชื่อก็ผิดแล้ว จริงๆ เพราะพี่แกเป็นถึงอาจารย์จากฮอกวอตเลยทีเดียว ซึ่งชื่อของเขาก็คือ  นิวท์ สคามันเดอร์  ซึ่งดาราที่ได้รับบทพ่อมดผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์วิเศษคนนี้ก็ไม่ธรรมดานะ เพราะเขาคว้ารางวัลออสการ์มาได้ 2 ปีติดๆ กันแล้วล่ะ สำหรับการแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ เอ็ดดี้ทำได้โอเคมากๆ ดูเพ้อๆ ลอยๆ น่าค้นหาอย่างบอกไม่ถูก แถมยังทำให้รู้สึกว่าโลกเวทมนตร์นี่มันมีเสน่ห์เหลือเกิน ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้แปลว่านักแสดงคนอื่นแสดงไม่ดีนะ แต่ว่ารัศมีของเอ็ดดี้เจิดจ้ามาก จนถอนสายตาได้ยากนั่นเอง
https://irs.www.warnerbros.com/gallery-v2-jpeg/fantastic_beasts_EW-2.jpg
เรื่องราวสนุก น่าติดตาม ใครที่เป็นสาวก Pokemon เราว่าก็คงเปิดใจยอมรับเรื่อง Fantastic Beasts and Where to Find Them สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ได้ไม่ยาก เพราะตัวละครหลายตัวก็คล้ายๆ กัน ดูแล้วเพลินตาตี แต่ต้องบอกเด็กๆเอาไว้ตรงนี้เลยนะว่า สัตว์พวกนี้ไม่มีอยู่จริงหรอก เป็นสัตว์จากโลกเวทมนตร์ยังไม่พอ แต่ยังมาจากนิยายของโลกเวทมนตร์อีกทีเดียว แต่ทำออกมาได้น่าประทับใจมาก เราเองคอยลุ้นเป็นกำลังใจให้นิวท์ตามสัตว์เหล่านั้นกลับคืนมาให้ครบเหมือนกัน แต่มันก็ดันมามีจุดพลิกผันอย่างหนึ่ง ทำเอาเราต้องค้าง นั่นก็คือ เกรฟสุดหล่อ ที่ตอนแรกดูหล่อ เท่ และดีเลิศ อยู่ๆ ก็กลายเป็นตัวร้ายที่ปลอมตัวมาซะอย่างงั้น ทำเราอดคิดไปถึงเรื่อง Harry Potter ไม่ได้ ที่มีศาสตราจารย์คนใหม่เข้ามาสอนวิชาการป้องกันตัวจากศาสตร์มืดนั้นเป็นร่างให้คุณที่คุณก็รู้ว่าใครสิงสู่ เรียกได้ว่าวายร้ายตัวจริงอยู่ใต้จมูกของเราดีๆ นี่เอง ถึงแม้ว่าจะเป็นการใช้มุกซ้ำ แต่มันก็หลอกเราได้เป็นครั้งที่ 2 ยังไงก็ต้องยอมรับถึงการวางโครงเรื่องของ JK Rolling ว่าเธอยังทำได้ดี แต่ถ้ากระซิบบอกกันได้จริงๆ ก็อยากบอกพี่แกหน่อยว่า บางทีก็อยากตื่นเต้นไปกับมุกใหม่ๆ บ้างเหมือนกันนะ
หลายๆ คนตกใจเมื่อเราบอกว่ายังไม่ได้ดู Fantastic Beasts and Where to Find Them ซึ่งเป็นภาค 1 ในขณะที่ภาค 2 อย่าง The Crimes of Grindelwald เพิ่งเข้าโรงไปเอาจริงๆ แม้แต่เราก็ยังแปลกใจตัวเองว่าทำไมดองเรื่องนี้มานาน ในฐานะที่เป็น Potterhead คนหนึ่ง แกควรจะตามแฟรนไชส์นี้อย่างแนบชิดไม่ใช่รึ อันที่จริงเราก็ไม่ได้นิ่งอยู่เฉย เพราะตอนที่ดูภาค 1 ในโรงไม่ทัน เราก็ไปหาหนังสือมาอ่านก่อน ซึ่งถ้าถามว่าสนุกไหม ก็ตอบได้ไม่เต็มปากแฮะ อาจจะเป็นเพราะเราไม่ชินกับ Format การเล่าเรื่องแบบบทละครที่ใช้ในหนังสือ ไม่ใช่การเล่าเรื่องแบบนิยาย เวลาอ่านมันเลยงงนิดๆ เมื่อเจอศัพท์ภาพยนตร์ต่างๆ แทนที่จะเจอคำบรรยายให้เห็นภาพ อีกปัจจัยหนึ่งอาจเป็นเพราะเนื้อเรื่องมีความแฟนตาซี แต่พอเจอศัพท์ยากๆ และการบรรยายที่ไม่คุ้นเคย ก็ทำให้นึกภาพตามยาก เลยคิดว่าถ้าดูเป็นหนังน่าจะสนุกกว่า

ภาค 1 ซะให้เรียบร้อย ซึ่งจุดนี้แหละเราขอบคุณตัวเองที่อ่านหนังสือมาก่อน มันทำให้ดูหนังมีอรรถรสยิ่งขึ้นจริงๆ

Fantastic Beasts and Where to Find Them นี้เล่าเรื่องย้อนกลับไปเมื่อ 70 ปีก่อนที่จะเกิดเรื่องแฮร์รี่ พ็อตเตอร์ เป็นสมัยช่วงปี 1920 ซึ่งตัวเอกก็คือนิวท์ สคาแมนเดอร์ พ่อมดนักสัตว์วิเศษวิทยาผู้หลงใหลในการเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์วิเศษ เขาเดินทางจากลอนดอนมานิวยอร์กเพื่อทำภารกิจบางอย่าง แต่แล้วความโกลาหลก็เกิดขึ้นเมื่อเขาเผลอสลับกระเป๋ากับเจคอบ มนุษย์คนหนึ่งที่เผลอเห็นเขาใช้เวทมนตร์โดยบังเอิญ กระเป๋านั้นไม่ใช่กระเป๋าเก็บเอกสารของใช้ส่วนตัว แต่เป็นกระเป๋าที่ไว้ใช้เก็บสัตว์วิเศษของนิวท์ คราวนี้เรื่องวุ่นวายก็เกิดขึ้นเมื่อสัตว์วิเศษหลายตัวหลุดออกมาจากกระเป๋า เพ่นพ่านไปทั่วนิวยอร์ก นิวท์ต้องร่วมมือกับเจคอบ ทิน่า มือปราบมารแห่งกระทรวงเวทมนตร์อเมริกา และควีนี่ น้องสาวของเธอ ในการตามสัตว์พวกนั้นกลับมา รวมถึงยังต้องรับมือกับพลังลึกลับแปลกประหลาดที่ทำลายบ้านเมืองแถมยังฆ่าคนอีก ซึ่งนิวท์มั่นใจว่าไม่ใช่ฝีมือสัตว์วิเศษแน่นอน สำหรับคนที่เป็นแฟนแฮร์รี่อยู่แล้วนั้น เราว่าน่าจะชอบเรื่องนี้ เพราะหนังได้ทำการพาเราท่องไปในมุมมองอีกด้านหนึ่งของโลกเวทมนตร์ อย่างตอนแฮร์รี่นี่ก็จะเป็นฉากโรงเรียน บรรยากาศจะเด็กๆ หน่อยใช่มั้ย แต่ Fantastic Beasts นี่จะเป็นฟีลแบบวัยทำงาน วัยผู้ใหญ่เลย เราจะได้เห็นระบบการทำงานของกระทรวงเวทมนตร์สหรัฐฯ การทำงานของมือปราบมาร ซึ่งมันก็จะซีเรียสกว่าเดิมนิดนึง แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่ทิ้งเวทมนตร์นะ กลับกันคือผู้ใหญ่ใช้เวทมนตร์กันกระจุยกระจายมาก เราได้เห็นการใช้เวทมนตร์นอกเหนือจากห้องเรียน ซึ่งมันก็น่าตื่นตาตื่นใจดี อีกจุดที่ไม่ถูกถึงไม่ได้คือเหล่าสัตว์วิเศษที่ได้ซีจีสวยอลังมาเนรมิตให้มีชีวิต เอาจริงๆ ก่อนหน้านี้เราก็ไม่ได้อินอะไรกับสัตว์วิเศษเท่าไร แต่พอมาเล่นเกม Harry Potter: Hogwarts Mystery เราก็เริ่มคุ้นหน้าคุ้นตาพวกมันมากขึ้น ผ่านการเข้าคลาส Care for Magical Creatures และการใช้งานพวกมันในภารกิจต่างๆ พอมาดูหนังเรื่องนี้มันยิ่งทำให้อินมากขึ้น เพราะได้เห็นสัตว์ที่เราเห็นในเกม มีตัวตนขึ้นมาจริงๆ ไฮไลต์สุดๆ น่าจะอยู่ที่ตัวนิฟเฟลอร์ ตัวที่คลั่งไคล้สิ่งของวิบๆ วับๆ นั่นละ เจอกันบ่อยมากในเกม มาในหนังยังเป็นพระเอกอีก หนังยังบอกเล่าถึงความแตกต่างระหว่างสังคมเวทมนตร์ของอเมริกาและอังกฤษได้ชัดดี อาจจะเพราะช่วงเวลาที่ห่างกันมากๆ ด้วย เราจะได้เห็นว่าในหนังเรื่องนี้ พ่อมดแม่มดต่างหวาดกลัวมนุษย์ ไม่กล้าเปิดเผยตัวตน กฎหมายก็ดุดันมากๆ คือห้ามพ่อมดแม่มดมีปฏิสัมพันธ์ใดๆ ทั้งสิ้นกับมนุษย์ แต่งงานกันก็ไม่ได้ ไม่เหมือนในยุโรปสมัยแฮร์รี่ ที่ปลูกฝังพ่อมดแม่มดให้มองมนุษย์เหมือนเพื่อนร่วมโลกคนหนึ่งแทนที่จะเป็นตัวตลกหรือสิ่งมีชีวิตที่ด้อยกว่า มนุษย์กับพ่อมดแม่มดสามารถแต่งงานกันได้ ความแตกต่างนี้อาจจะมีจุดเกี่ยวเนื่องมาจากเหตุการณ์ล่าแม่มด Salem Witch Trials ในอเมริกา ช่วงปี 1690 รึเปล่า แม้ว่าจะผ่านมาหลายร้อยปีแต่ชาวเวทย์ในอเมริกาก็ยังหวาดกลัวการเปิดเผยตน เรายังจะเห็นได้จากหนังว่ามีกลุ่ม Second Salem ซึ่งเป็นกลุ่มต่อต้านพ่อมดแม่มดเกิดขึ้นด้วย

ขอสรุปหัวใจหลักของเรื่องเลยละกันว่ามีอะไรที่น่าติดตามในภาค 2

เราจะเห็นว่าในตอนจบของภาค 1 พ่อมดกรินเดลวัลด์ที่ปลอมตัวเป็นมิสเตอร์เกรฟ ได้ถูกกระทรวงเวทมนตร์อเมริกาคุมตัวไป กรินเดลวัลด์มีแผนการที่จะปลุกระดมให้พ่อมดแม่มดเลิกแอบซ่อนตัว แล้วประกาศความเป็นใหญ่ต่อมนุษย์ซะ เพราะเอาเข้าจริงมันก็ไม่เมกเซ้นส์เลยเนอะว่าทำไมเหล่าพ่อมดแม่มดจะต้องกลัวมนุษย์ พลังก็มีมากกว่า เอาชนะมนุษย์ได้สบายๆ อยู่แล้ว แต่ทางการเวทมนตร์เค้าก็อยากรักษาความสงบไง ไม่อยากให้แตกแยกกัน ต่างคนต่างอยู่นั่นแหละดีแล้ว สำหรับภาค 2 ดูจากชื่อเรื่องก็รู้เลยว่าประเด็นของกรินเดลวัลด์น่าจะมาแน่ อ้าว แล้วสัตว์วิเศษจะมีบทบาทอะไรมั้ย? อันนี้ก็น่าติดตามว่านิวท์จะใช้สัตว์วิเศษของเขามาช่วยอะไรในภารกิจล่ากรินเดลวาลด์บ้าง จากตัวอย่างหนังเราแอบรู้สึกว่าหนังไม่ได้เน้นขายสัตว์วิเศษเท่าไร แต่ชื่อหนังมันคือสัตว์วิเศษ ฉะนั้นมันต้องมีบ้างแหละ แล้วตัวเงาดำ Obscurus จากภาคแรกจะปรากฏตัวอีกรอบมั้ย? เพราะตอนจบภาค 1 เราจะเห็นว่ามีเศษเสี้ยวของเงาดำหลุดรอดออกไป ไม่แน่ว่าอาจจะได้เจอกันอีกในภาค 2 มีอีกหลายๆ ตัวละครที่น่าติดตามว่าจะมีการเฉลยเพิ่มเติมในภาค 2 มั้ย เช่น Leta Lestrange สาวคนสนิท (?) ของนิวท์ ที่นิวท์ดูเหมือนจะไม่อยากพูดถึงเท่าไร เธอคนนี้น่าจะมาโผล่ในภาค 2 นะเท่าที่เห็น ไหนจะพี่ชายนิวท์

ซีรีส์แวมไพร์ ทไวไลท์ดัดแปลงมาจากนวนิยายสุดโด่งดังของ สเตเฟนี เมเยอร์ (Stephenie Meyer) นักเขียนสาวชาวอเมริกัน โดยนวนิยายชุดนี้ของเธอมียอดขายทั่วโลกกว่า 70 ล้านเล่ม ถือว่าเป็นความสำเร็จอีกขั้นของเธอเลยทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้นในปี ค.ศ. 2011 นวนิยายชุดนี้ยังได้รับการตีพิมพ์กว่า 120 ล้านฉบับและได้รับการแปลกว่า 38 ภาษาทั่วโลก ถือเป็นนวนิยายขายดีขึ้นชื่ออีกชุดเลย

แวมไพร์ ทไวไลท์ 1 (Twilight)

ปฐมบทของเรื่องราวความรักระหว่างมนุษย์และอมนุษย์เริ่มต้นขึ้นหลังจากที่ เบลล่า สวอน (Kristen Stewart) ย้ายมาอยู่ในเมืองที่มีภูมิอากาศชื้นแฉะตลอดทั้งปีอย่างเมือง “ฟอร์คส” และที่นี่ เธอได้พบกับชายหนุ่มลึกลับที่เต็มไปด้วยความน่าหลงไหล แต่ถึงอย่างนั้น เอ็ดเวิร์ด คัลเลน (Robert Pattinson) กลับแสดงท่าทางไม่เป็นมิตรต่อเธอ แต่หลังจากหายไปพักใหญ่ ๆ เขากลับเข้าหาเธออย่างเป็นมิตร จึงทำให้นางเอกของเรารู้สึกสับสนมาก ๆ แต่แล้วเบลล่าก็ไปค้นพบความลับบางอย่างของเขาว่าแท้จริงแล้วเอ็ดเวิร์ดคือ แวมไพร์ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เริ่มพัฒนาขึ้น แต่ก็ไม่ได้ราบรื่นขนาดนั้นเมื่อครอบครัวคัลเลนต้องร่วมกันปกป้องและช่วยชีวิตเบลล่าจากความหิวกระหายของแวมไพร์ตนหนึ่งที่จองจะทำร้ายเธอ เบลล่าจะมีชีวิตรอดหรือไม่ ครอบครัวคัลเลนจะช่วยเธอได้อย่างไร ติดตามอ่านเรื่องย่อฉบับเต็มได้ที่ แวมไพร์ ทไวไลท์ 1

แวมไพร์ ทไวไลท์ 2 นิวมูน (The Twilight Saga: New Moon)

ซีรีส์แวมไพร์
ภาคนี้ยังคงใช้นักแสดงชุดเดิมเป็นหลัก ซึ่งตัวละครรองที่เด่นขึ้นมาในภาคนี้ก็คือ เจคอป แบล็ค มนุษย์หมาป่าที่รับบทโดย เทย์เลอร์ เลาต์เนอร์ ซึ่งได้ปรากฎตัวตั้งแต่ภาคแรก เนื้อหาของภาคนี้ก็เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ และเรื่องราวความรักระหว่างเบลล่าและเอ็ดเวิร์ดก็เริ่มมีอุปสรรคเข้ามาขวางกั้น ขอบอกว่าหนุ่มเจคอบในภาคนี้หล่อล่ำผิวเข้มแบบกร๊าวใจมาก ภาคนี้เป็นเรื่องราวหลังจากที่เบลล่าที่รอดชีวิตจากการโจมตีของแวมไพร์จากภาคแรก ความสัมพันธ์ของเบลล่าและเอ็ดเวิร์ดก็ต้องสั่นคลอนเพราะเธอเกือบโดนหนึ่งในสมาชิกครอบครัวคัลเลนทำร้ายเพราะควบคุมความกระหายของตัวเองไม่ได้ เหตุการณ์นี้ทำให้เอ็ดเวิร์ดขอยุติความสัมพันธ์ของทั้งคู่ทันที เพราะครอบครัวของเขากำลังเป็นอันตรายต่อชีวิตของเธอ หลังจากเสียใจจนแทบไม่เป็นผู้เป็นคนเบลล่าก็ได้ เจคอบ แบล็ค (Taylor Lautner) เพื่อนชายสมัยเด็กคอยปลอบใจและอยู่เคียงข้างมาตลอด แต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็จบลงอีกครั้งหลังเจคอบรู้ว่าเบลล่าปิดบังความลับของเอ็ดเวิร์ด เบลล่าเสียใจมากจึงคิดจะฆ่าตัวตาย ด้านเอ็ดเวิร์ดก็โศกเศร้ากับการเลิกลาจึงคิดจะเปิดเผยตัวต่อหน้ามนุษย์หวังจบชีวิต ส่วนเจคอบเองก็เปิดเผยความลับที่เก็บมานานเช่นกันว่าแท้จริงแล้วเค้าเป็นตัวอะไร เรื่องราวของพวกเขาทั้งสามคนจะเป็นอย่างไรต่อไป สามารถติดตามอ่านเรื่องย่อฉบับเต็มได้ที่ แวมไพร์ ทไวไลท์ 2 นิวมูน

แวมไพร์ ทไวไลท์ 3 อีคลิปส์ (The Twilight Saga: Eclipse)

The Twilight Saga: Eclipse: แวมไพร์ ทไวไลท์ 3 อีคลิปส์
ภาคต่อรักสามเศร้าระหว่างมนุษย์ แวมไพร์ และหมาป่า ซึ่งตัวละครเด่นที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของภาคนี้ก็คือ วิคตอเรีย ที่รับบทโดย ไบรซ์ ดัลลัส โฮเวิร์ด แวมไพร์สาวที่เต็มไปด้วยไฟแค้นรอการชำระ หลังจากครอบครัวคัลเลนสังหารสามีของเธอในภาคแรก วิคตอเรียใช้เวลาทั้งหมดนับแต่ตอนนั้นสร้างกองทัพแวมไพร์เกิดใหม่ขึ้นมาเพื่อถล่มครอบครัวคัลเลน ทำให้คัลเลนและเผ่าควิลลิวย์กลุ่มมนุษย์หมาป่าของเจคอบต้องร่วมมือกันชั่วคราวเพื่อปกป้องเบลล่าและพ่อของเธอ พวกเขาต้องเข้าร่วมการฝึกเพื่อรับมือกับกลุ่มแวมไพร์เกิดใหม่ที่มีความกระหายและพลังมหาศาล ขณะเดียวกันเจคอบและเอ็ดเวิร์ดต่างตกหลุมรักเบลล่าอย่างถอนตัวไม่ขึ้น สุดท้ายแล้วหัวใจของเบลล่าจะตกเป็นของใคร พวกเขาจะเอาชนะกองทัพแวมไพร์ของวิคตอเรียได้หรือ เพื่อน ๆ สามารถติดตามอ่านเรื่องย่อฉบับเต็มได้ที่ แวมไพร์ ทไวไลท์ 3 อีคลิปส์

แวมไพร์ ทไวไลท์ 4 เบรกกิ้งดอน ภาค 1 (The Twilight Saga: Breaking Dawn – Part 1)

ซีรีส์แวมไพร์
ในที่สุดงานแต่งงานระหว่างเบลล่าและเอ็ดเวิร์ดก็เกิดขึ้นสักทีหลังจากผ่านเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นในภาคก่อนหน้า หลังแต่งงานทั้งคู่ไปไปฮันนีมูนแบบส่วนตัวและมอบความรักให้กันแบบไม่เว้นวัน ไม่นานเบลล่าก็ตั้งท้องตามคาด หลังจากเผ่าหมาป่ารู้ว่าเบลล่าท้องก็คิดจะบุกโจมตีครอบครัวคัลเลนโดยพุ่งเป้าไปที่เบลล่า เพราะแวมไพร์เด็กจะเป็นอันตรายต่อมนุษย์มาก แน่นอนว่าเจคอบไม่ยอมและขอแยกตัวออกจากกลุ่มทำให้หัวหน้ากลุ่มหมาป่าโกรธเคืองมาก ทางด้านเบลล่าเองก็อาการทรุดลงอย่างน่าใจหาย เพราะร่างกายของเธออ่อนแอเกินกว่าจะรองรับทารกที่เป็นแวมไพร์ไหว เธอและเอ็ดเวิร์ดเริ่มมีปากเสียงกันบ่อยครั้งขึ้น และแล้ววันชี้ชะตาของเธอก็มาถึงเมื่อครบกำหนดคลอดของลูกน้อย เบลล่าจะมีชีวิตรอดหรือไม่ ถ้าอยากรู้ว่าเด็กน้อยจะคลอดออกมาเป็นมนุษย์หรือแวมไพร์ต้องติดตามอ่านเรื่องย่อฉบับเต็มที่ แวมไพร์ ทไวไลท์ 4 เบรกกิ้งดอน ภาค 1

แวมไพร์ ทไวไลท์ 4 เบรกกิ้งดอน ภาค 2 (The Twilight Saga: Breaking Dawn – Part 2)

ซีรีส์แวมไพร์
และแล้วก็มาถึงปัจฉิมบทของมหากาพย์แวมไพร์ ทไวไลท์ ในภาคนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นหลังจากเบลล่าคลอด เรเนสเม่ (Mackenzie Foy) ลูกสาวของเธอ หลังเห็นหน้าลูกน้อยเพียงแค่เสี้ยววินาทีเดียว เบลล่าหมดสติไปทันทีทำให้ทั้งเอ็ดเวิร์ดและเจคอบเศร้าเสียใจมาก พวกเขาทำทุกวิถีทางเพื่อฟื้นคืนชีวิตของเธอ เจคอบโกรธแค้นและหวังจะฆ่าเรเนสเม่ เพราะเธอเป็นต้นเหตุให้เบลล่าตาย แต่หลังเห็นหน้าเด็กน้อยครั้งแรกดวงจิตของเขาทั้งสองก็เชื่อมต่อกันทันที ไม่กี่วันต่อมาเบลล่าฟื้นขึ้นมาพร้อมกับพิษแวมไพร์ที่เอ็ดเวิร์ดีดเข้าทั่วร่างกาย เธอรู้สึกราวกับได้เจอชีวิตที่ตามหามาแสนนาน เบลล่าเริ่มเรียนรู้วืธีควบคุมความกระหายและอดทนต่อความต้องการต่าง ๆ ไม่นานพวก โวลตูรี กลุ่มแวมไพร์ที่นำโดย อาโร (Michael Sheen) รู้เรื่องนี้เข้าและคิดว่าเรเนสเม่เป็นเด็กอมตะที่เป้นอันตราย จึงยกกองทัพเดินทางมาพบครอบครัวคัลเลนเพื่อกำจัดเรเนสเม่ เนื่องจากการเลี้ยงดูเด็กอมตะเป็นเรื่องผิดกฏแวมไพร์ เรเนสเม่จะถูกกำจัดหรือไม่ เบลล่าจะสามารถควบคุมตัวเองได้หรือเปล่า ติดตามเรื่องย่อบทสรุปมหากาพย์ความรักระหว่างแวมไพร์และมนุษย์ฉบับเต็มได้ที่ แวมไพร์ ทไวไลท์ 4 เบรกกิ้งดอน ภาค 2 และนี่ก็เรื่องราวของมหากาพย์รักสามเศร้า มนุษย์ – แวมไพร์ – มนุษย์หมาป่า ต้องยอมรับว่า ซีรีส์แวมไพร์ ทไวไลท์เป็นอีกหนึ่งหนังแฟนตาซีที่ช่วยเติมเต็มจินตนาการของเราได้อย่างดีเยี่ยม ถึงแม้จะไม่มีการร่ายคาถาหรือมนตร์วิเศษแบบหนังแฮร์รี่ พอตเตอร์ แต่แวมไพร์ ทไวไลท์ก็แสดงให้เราเห็นถึงพลังของความรักและมิตรภาพ ทำให้เราเห็นว่าความรักเป็นสิ่งสวยงามแค่ไหน ไม่ใช่แค่ความรักระหว่างเอ็ดเวิร์ดและเบลล่า แต่รวมถึงความรักระหว่างครอบครัวคัลเลนและเผ่าหมาป่าควิลลิวย์อีกด้วย สุดท้ายนี้หวังว่าเพื่อน ๆ เองก็จะได้เจอกับความรักที่เต็มไปด้วยพลังดี ๆ และพบเจอแต่สิ่งสวยงาม ไว้เจอกันใหม่บทความหน้า ดูซีรีย์เกาหลี

หนังรักอีโรติกสุดฟิน ที่เดินทางมาถึงภาคสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อย บทความนี้จะพาทุกคนไปทบทวนเนื้อหาจากภาค 1-2 และอ่านรีวิว Fifty Shades Freed ต่อได้เลย ทั้งนี้ยังมีมุมมองความรักผ่านหนังเรื่องนี้ในสายตาของควีนมาฝากเป็นแง่คิดให้ทุกคนด้วย แม้แฟนหนังสือส่วนใหญ่ต่างลงความเห็นว่าผิดหวังกับตัวหนังตั้งแต่ภาคแรก ซึ่งตัวควีนเองก็ไม่ได้เป็นคนอ่านนิยายเลยไม่รู้ว่ามันควรจะออกเป็นแบบไหนจึงจะพอใจ แต่เท่าที่ดูมาก็รู้สึกชอบทุกภาคนะ ทั้งนี้ความชอบของแต่ละคนมีไม่เหมือนกัน ก็ต้องแล้วแต่คนไป ถ้าใครคิดจะไปดู ควีนก็มีบทสรุปของภาค 1-2 มาให้ทวนความจำมาฝากด้านล่างนี้ ก่อนเริ่มอ่านอย่าลืมเปิดเพลงประกอบไปด้วยนะคะ จะได้รู้สึกอินมากขึ้น

Fifty Shades of Grey (ภาค 1)

ดูหนัง Fifty Shades of Grey (2015) ฟิฟตี้เชดส์ออฟเกรย์ 123-HD.COM
แอนาสตาเชีย (ขอเรียกสั้นๆ ว่า แอนนา) มีโอกาสได้สัมภาษณ์คริสเตียน เกรย์ หนุ่มในฝันของสาวๆ แม้ไม่ได้จีบกันซึ่งๆ หน้าก็รู้กันว่าทั้งคู่มี Something กันแน่นอน ภาคนี้เป็นการเริ่มต้นเหมือนคู่รักหนุ่มสาวทั่วไป แอนนาก็รู้สึกเหมือนเป็นเจ้าหญิงและเริ่มรักเขามากขึ้น แต่ทว่าคริสเตียนก็มีความลับที่ปิดบังทุกคนไว้ ทำให้เธอกังวลในความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนนี้ แม้คริสเตียนจะให้ทุกอย่างที่เงินซื้อได้ แต่เธอเองก็ไม่ได้ยอมตกเป็นของเขาง่ายๆ เหมือนคนอื่น แม้เธอพยายามแล้ว แต่สุดท้ายเธอก็เลือกเดินออกมา

Fifty Shades Darker (ภาค 2)

หนังรักอีโรติกสุดฟิน
คริสเตียนเดินหน้าง้อแอนนา นับเป็นภาคของการปรับตัวเข้าหากันอย่างแท้จริง  แอนนาเจ็บปวดที่คริสเตียนยังมีกำแพงกั้นเธอไว้ คริสเตียนหลงรักแอนนาเข้าเต็มหัวใจ แต่ด้วยอดีตที่ชอบช้ำ เขาจึงไม่สามารถแสดงออกได้อย่างคนทั่วไป แต่เมื่อเขาเปิดเผยอดีตของเขา ก็ทำให้แอนนาเข้าใจเขามากขึ้น ต่อมาเมื่อแอนนาถูกหัวหน้าตัวเอง รวมถึงผู้หญิงคนเก่าของคริสเตียนคุกคาม มันทำให้คริสเตียนรู้ว่าเขารักเธอมากจนถอนตัวไม่ขึ้น และพร้อมจะเริ่มต้นชีวิตคู่กับเธออย่างจริงจัง โดยขอเธอแต่งงาน ทำให้อดีตผู้หญิงของคริสเตียนไม่พอใจอย่างมาก

Fifty Shade Freed (ภาค 3)

หนังรักอีโรติกสุดฟิน
เนื้อเรื่องย่อสั้นๆ คือ การแก้แค้นเอาคืนของแจ็ค อดีตหัวหน้าของแอนนา ที่ต้องการทำลายชีวิตของคริสเตียนแลแอนนา ขณะที่ต้องคอยระวังตัวเรื่องแจ็ค พวกเขายังต้องรับมือกับบททดสอบอีกด่าน คือการเปลี่ยนผ่านจากคนรัก เป็นสามีภรรยา และ “ครอบครัว” ดังเช่นประโยคที่ว่า “ชีวิตหลังแต่งงานไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิด”

รีวิวความรู้สึกหลังดูจบ

เอาตรงๆ เส้นเรื่อง และการดำเนินเรื่องค่อนข้างน่าเบื่อ ฉากหวือหวาเร่าร้อนรู้สึกมีเยอะขึ้นกว่าทุกภาค ดูแบบไม่เซ็นเซอร์ เห็นแล้วก็บันเทิงกับหุ่นแซ่บๆ ของพระ-นางคู่นี้จริงๆ ส่วนที่ดีของหนังภาคนี้ คือระทึกกับฉากไล่ล่า ได้กลิ่นอายแบบหนังทริลเลอร์มากขึ้น ทำให้ได้อารมณ์ที่แปลกใหม่ คู่พระนางในหนังมีการพัฒนาความสัมพันธ์อย่างชัดเจน ทั้งคู่แสดงความรักกันอย่างน่ารัก ดูไปแล้วก็ยิ้ม และขำกับความน่ารักของบทเหมือนกัน แม้บทวิจารณ์จะบอกว่าพวกเขาแสดงไม่ถึงบทก็ตาม โดยรวมของหนังก็ไม่ได้ดีจนคะแนนนำโด่ง ยิ่งในมุมของผู้ชาย หรือนักวิจารณ์หนัง มันอาจไม่ตอบโจทย์ความสนุกของพวกเขาเท่าไร แต่ถ้าในมุมของผู้หญิง หนังเรื่องนี้มันคือความฟินที่ได้เห็น “ซินเดอเรลล่า” ในเวอร์ชั่นแอนนา

มุมมองความรักผ่าน Fifty Shades of Grey ทั้ง 3 ภาค

1.การยอมรับและยอมปรับ ดูดีๆ ในภาค 1 เราจะเห็นว่าคริสเตียนเป็นฝ่ายออกกฏกับแอนนาทุกอย่าง แต่เมื่อผ่านไปเรื่อยๆ จนภาค 2 - 3 เกมพลิกให้แอนนาผู้คุมเกมโดยที่คริสเตียนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ขณะเดียวกันบางเรื่องแอนนาก็ยอมให้คริสเตียนเป็นคนคุมบ้าง เราทุกคนเป็นทั้งเกรย์ และอนาสตาเชียในเวลาเดียวกัน เรามีตัวตนของเราที่เราอยากให้ใครยอมรับ แบบ "คริสเตียน เกรย์"ขณะเดียวกัน เราก็ต้องรับมือกับตัวตนของอีกฝ่าย แบบ "อนาสตาเชีย" ทั้งคู่ต่างต้องพูดคุย ยอมรับ และปรับตัวเข้าหากัน เพราะความรักมันคือทางที่ต้องเดินร่วมกัน อาจมีผลัดกันเดินนำ เดินตามบ้าง เดินคู่กันบ้าง แต่อย่าเดินนำหน้าอยู่ฝ่ายเดียว หัดแบ่งรับแบ่งสู้ เรื่องนี้ฉันยอมให้เธอ เรื่องนั้นเธอยอมให้ฉัน มันคือสัจธรรมหลักๆ ของชีวิตคู่ 2.สมดุลย์ชีวิตรัก ภาคแรกๆ คริสเตียนไม่ค่อยชอบแสดงความรักเท่าไร นอกจากตอนอย่างว่า แอนนาก็รู้สึกไม่สบายใจ น้อยใจที่ไม่ได้มีความรักเหมือนผู้หญิงคนอื่น จนภาคสุดท้ายนี้ กลับกลายเป็นคริสเตียนที่ขี้หึงมาก รักแอนนามากจนล้น เป็นฝ่ายงี่เง่าแทนซะงั้น ทำให้ภาคสุดท้ายเป็นเรื่องของการหาสมดุลย์ความรัก น้อยไปก็ใจหาย มากไปก็อึดอัด 3.การก้าวผ่านอดีตและความกลัว อดีตของพระเอก คือ ความเจ็บปวดที่ทำให้เขากลายเป็นคนมีรสนิยมแบบนี้ และนางเอกก็หึงพระเอกทุกครั้งที่พูดถึง'เอเลน่า' (ผู้หญิงคนแรกของพระเอก) หรือตอนที่พระเอกปฏิบัติกับบ่าวคนเก่า ทุกครั้งที่ทั้งสองพูดถึงอดีต จะต้องมีดราม่ากันตลอด มาในภาค 3 ทั้งคู่ต้องเป็นครอบครัวแล้ว พวกเขาต้องมองข้ามอดีตไปให้ได้ จึงจะพบกับความสุขที่แท้จริง สรุป หนังรักอีโรติกสุดฟิน สำหรับแฟนๆหนังชุด Fifty Shades ในภาคนี้ก็ยังมีทุกอย่างที่น่าจะทำให้ชื่นชอบได้ไม่ยาก แถมพ่วงด้วยอารมณ์ทริลเลอร์ที่พอให้ลุ้นระทึกกันเบาๆ แถมยังติวบทรักพิสดารที่ได้ทั้งโภชนาการจาก ไอศกรีมรสมิ้นต์ และเหล่าเครื่องสอด เครื่องสั่น ต่างๆ แบบล้างสต็อคกันเลยทีเดียว แต่หากคุณไม่ใช่แฟนหนังชุดนี้ เป็นคนโสดเปลี่ยวร้างมานาน หนังเรื่องนี้อาจฆ่าคุณด้วยบทรักหวานๆเลี่ยนๆได้อย่างเลือดเย็นเลยเชียวแหละ ดูหนังซับไทย