10 วิธี เรียนรู้ที่จะรักตัวเอง และมี ความสุข กับการใช้ชีวิต

คุณจะไม่สามารถค้นพบความสุขที่แท้จริงได้เลย หากคุณยังไม่หัด เรียนรู้ที่จะรักตัวเอง เพราะไม่ว่าทุกอย่างในชีวิตจะดีเลิศเลอมากแค่ไหน แต่คุณกลับรู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควรกับมันแม้แต่น้อย อย่างเช่น คุณมองว่าคุณไม่สมควรได้รับ ความสุข เนื่องจากการคอยดูถูกดูแคลนตัวเองอยู่เสมอๆ

ดังนั้น การเรียนรู้ที่จะรักตัวเอง ก็เปรียบเสมือนกับการปล่อยให้ชีวิตได้เดินทาง และนี่ก็เป็นบทเรียนสั้นๆ ที่คุณจะต้องเรียนรู้ รวมทั้งข้อแก้ไขที่คุณควรปรับปรุง เพื่อฝึกเป็นคนรักตัวเองและเพิ่ม ความสุข ให้กับชีวิต

1.หยุดความคิดว่าเราจะต้องเพอร์เฟคทุกเรื่อง

การมีหุ่นที่ดี การมีชีวิตที่ดี หรือการมี IQ สูงๆ ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบ และหากยิ่งพยายามแสดงความเพอร์เฟคลงบนโซเชียล อาจยิ่งส่งผลให้คุณมีสภาพจิตใจที่ย่ำแย่มากขึ้น และสิ่งหนึ่งที่เราอยากให้คุณรู้ไว้นั่นก็คือ ทุกๆ คนล้วนมีความสมบูรณ์แบบอยู่ในความไม่สมบูรณ์แบบกันอยู่แล้ว

2.ทำความเข้าใจว่า ‘คุณคือคุณ’ ไม่สามารถเป็นอย่างที่ใครต้องการได้

อย่าเปรียบเทียบตัวคุณเองกับมาตรฐานที่ไกลเกินเอื้อม เพราะมันอาจนำไปสู่ความเกลียดชังและความซึมเศร้าในตนเอง และยิ่งถ้าเราเปรียบเทียบตัวเองกับสิ่งเหล่านั้นมากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งแพ้ตัวเองมากขึ้นเท่านั้น

3.จงใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน และดื่มด่ำกับช่วงเวลานั้นๆ

อยู่กับปัจจุบัน และก้มมองตัวเองว่าคุณมาจากที่ไหน คอยชื่นชมไปกับโมเมนต์นั้นๆ ที่คุณกำลังเจอ รวมทั้งขอบคุณที่เรายังมีชีวิตอยู่ในทุกวันนี้ ชีวิตที่ได้หายใจ และได้ใช้ความเป็นมนุษย์

4.ยอมรับความจริงว่าคุณไม่สามารถควบคุมทุกสิ่งได้

สิ่งเดียวที่คุณสามารถควบคุมได้นั่นก็คือ ปฏิกิริยาของตัวคุณเอง แทนที่จะพยายามควบคุมทุกอย่างและทุกคน ลองหันกลับมาทำสิ่งที่ดีที่สุดที่คุณสามารถทำได้ดีกว่า

5.อย่าลืมเช็คความรู้สึกตัวเอง

นั่งลง ตั้งสติ แล้วถามสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณวันนี้ คุณรู้สึกอย่างไร ลองนึกถึงความรู้สึกเหล่านั้น เพราะการเรียนรู้ความรู้สึกที่แท้จริงแทนการซุกซ่อนมันเอาไว้ ถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการพัฒนาตัวเองให้ก้าวต่อไปข้างหน้า

6.เผชิญหน้ากับความคิดด้านลบของตัวเอง

ก่อนที่คุณจะพูดอะไรในแง่ลบ ลองถามตัวเองดูก่อนว่า ความคิดพวกนี้มีประโยชน์หรือสร้างข้อดีอะไรบ้างไหม? หรือเป็นเพียงแค่คำหยาบคายที่ดูหมิ่นและโหดร้าย ดังนั้น หนึ่งในกุญแจที่สำคัญที่สุดสำหรับความสุข คือการ “หยุดความคิดลบ” และคอยเพิ่มสิ่งที่เป็นพลังบวก

7.อย่าผูกติดตัวเองกับใคร

จงลาออกจากวงโคจรที่ส่งผลกระทบด้านลบต่อชีวิตคุณ และอย่าลืมว่าคุณไม่ได้ติดหนี้ใครไว้ ถ้าหากจะมีคนฉุดคุณให้ตกต่ำลงไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้น คุณสามารถหลีกเลี่ยง หรือเลือกที่จะก้าวออกมาจากสิ่งแย่ๆ พวกนี้ได้นะ

8.กินอาหารที่มีประโยชน์

สิ่งที่คุณกินเข้าไปในร่างกาย จะส่งผลต่อสุขภาพจิตของตัวคุณเองด้วย เพราะฉะนั้น จงเลือกกินอาหารเพื่อสุขภาพ หรือเลือกกินอาหารที่ให้ประโยชน์ จะทำให้ร่างกายและจิตใจรู้สึกขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง

9.ขยับร่างกายบ้าง

ไม่ต้องรีบร้อนที่จะสมัครเข้ายิมหรือฟิตเนส มาลองรูปแบบการออกกำลังกายใหม่ๆ ที่คุณชื่นชอบ อาทิเช่น เต้นซุมบ้า ว่ายน้ำท่าเงือก และกีฬาอีกหลากหลายประเภทที่จะทำให้คุณรู้สึกสนุกและเบิกบานไปกับมัน

10.จงจำไว้ว่าคุณคือใคร

คุณมีประสบการณ์ ผ่านอะไรมามาก จนมันทำให้คุณแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ เพราะฉะนั้น ขอให้จดจำว่าคุณคือใคร และความทุกข์ยากลำบากที่เคยผ่านมานั่นก็เป็นเพื่อนอีกคนหนึ่ง ที่คอยท้าทายให้ชีวิตของคุณดูน่าสนใจมากขึ้นด้วย!

ความสุข

แหล่งที่มาข้อมูล : www.interguardias.com

ติดตามเพิ่มเติม : https://www.yuzuhiko2.com/

หลังเปิดเมืองแล้ว เป็นที่แน่นอนว่าภาวะเศรษฐกิจ สังคม และธุรกิจคงจะไม่กลับไปเหมือนภาวะปกติ 100% แต่อาจเป็นสถานการณ์ "Near Normal" หรือเกือบปกติ แต่ก็ไม่ปกติ เพราะเศรษฐกิจที่รวมทั้งภาคการผลิตและอุตสาหกรรมสามารถเปิดได้เพียง 80-90% ของกำลังการผลิตรวม

Near normal ชีวิตที่ 'ไม่' ปกติ หลังเปิดเมือง

หลังจากที่ 2 ใน 3 ของเศรษฐกิจโลกปิดตัวลง (Lockdown) ตามคำสั่งของภาครัฐ รวมถึงความสมัครใจของภาคเอกชนเอง เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของ โควิด-19

จำนวนผู้ป่วยใหม่ก็ลดลงในหลายประเทศ เช่น สเปน อิตาลี เยอรมนี ฝรั่งเศส หรือแม้แต่ในไทยเองนั้น จำนวนผู้ป่วยใหม่ต่อวันอยู่ในระดับต่ำกว่า 20% เมื่อนับจากวันที่ผู้ป่วยใหม่สูงสุด ขณะที่ผู้หายป่วยมีมากขึ้นต่อเนื่อง

แต่การปิดเมืองก็แลกมากับเศรษฐกิจที่หดตัวรุนแรง GDP ไตรมาสแรกของปีของเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่าง สหรัฐ ยูโรโซนและจีนนั้น หดตัวรุนแรงสุดนับจากวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์เป็นอย่างน้อย ขณะที่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจไตรมาส 2 ของทั้งโลกจะหดตัวรุนแรงสุดเป็นประวัติการณ์

เมื่อเป็นเช่นนั้น หลายประเทศเริ่มพิจารณาเปิดเมือง (Reopening) และอนุญาตให้ทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศในยุโรป ขณะที่หลายมลรัฐในสหรัฐก็ประกาศแผนที่จะเริ่มเปิดเมืองเช่นกัน แม้จำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นจะยังอยู่ในระดับสูงก็ตาม

คำถามคือหลังเปิดเมืองแล้ว สิ่งที่จะได้พบคืออะไร ทั้งภาวะเศรษฐกิจ สังคม ธุรกิจ และภาวะเช่นนี้จะเป็นไปนานเท่าไร

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดของการเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ได้แก่ จีน ที่ถือว่านำหน้าประเทศอื่นๆ ประมาณ 1-2 เดือนในแง่ของการติดเชื้อก่อนและหายก่อน จะเห็นได้ว่าจีนเริ่มเปิดเมืองในเดือน ก.พ. ภาคการผลิตเริ่มกลับมาเกือบ 100% ถนนหนทางเริ่มคับคั่งด้วยยานยนต์ แต่ภาคบริการยังห่างไกลจากสถานการณ์ปกติ การใช้บริการรถสาธารณะและการบินภายในประเทศหายไปเกือบ 1 ใน 3 การใช้โรงแรมและภัตตาคารหายไปเกือบ 50%

สำหรับบุคคลทั่วไป เรียกสถานการณ์เหล่านี้ว่า New normalเพราะเป็นผู้คนยังคงกังวลกับโรคร้าย และมีระยะห่างระหว่างกัน (Social or physical distancing) แต่สำหรับผู้เขียน เรียกสถานการณ์นี้ว่า Near Normalหรือ "เกือบ" ปกติ แต่ก็ยังไม่ปกติ เพราะเศรษฐกิจที่รวมทั้งภาคการผลิตและอุตสาหกรรมสามารถเปิดได้เพียง 80-90% ของกำลังการผลิตรวม

ดังนั้น ยิ่งการปิดเมือง หรือเปิดแบบ Near normalยาวนานเท่าไร ก็จะยิ่งกระทบต่อรายได้ของแรงงานภาคบริการมากขึ้น นอกจากนั้นการปิดเมืองยิ่งนานขึ้นเท่าไร ก็ทำให้แรงงานหนุ่มสาวขาดโอกาสที่จะเรียนรู้เทคนิคงานจากแรงงานอาวุโสกว่า ทำให้ขาดโอกาสเช่นกัน

สถานการณ์เหล่านี้จะทำให้เศรษฐกิจหลังการเปิดเมืองยังคงไม่สดใส การว่างงานสูง นวัตกรรมใหม่ๆ ลดลง ความเหลื่อมล้ำ ไม่เท่าเทียมมีมากขึ้น

แม้จะเปิดเมืองได้ แต่โลก Near Normalก็ยังไม่เป็นปกติ แล้วโลก “ปกติใหม่” หรือ “Super New Normal” หลังการคิดค้นวัคซีนหรือยารักษาได้จะเป็นเช่นไร

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : www.interguardias.com

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม : www.yuzuhiko2.com

"หน้ากากผ้า" ปัจจัยห้า โอกาสที่ซ่อนตัวอยู่ในอากาศ กับธุรกิจแฟชั่น Mask ที่ไม่ Mass ในยุคโควิด-19

หน้ากากผ้า

ท่ามกลางวิกฤติการณ์ฝุ่น ควันจนมาถึงโควิด-19 สร้างความบอบช้ำเสียหาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงธุรกิจ เล็ก กลาง ใหญ่ ทุกคนต่างปรับตัวเพื่อหาทางออกและทำให้ตัวเองอยู่รอด ทุกอย่างหมดได้แต่ห้ามหมดกำลังใจ ดังเช่นผู้ประกอบการรุ่นใหม่รายหนึ่ง คือธุรกิจของขวัญออนไลน์ SOdAPrintinG.com เจ้าของสโลแกน “ของขวัญแบบนี้มีชิ้นเดียวในโลก” ด้วยสถานการณ์ส่งผลให้การเติบโตต้องหยุดลงกะทันหัน จากการ “ล็อกดาวน์” เขาใช้วิกฤตินี้พลิกฟื้น ปรับเปลี่ยนวิธีคิดสอดรับกับ The New Normal ใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว สร้างธุรกิจใหม่บนฐานความสามารถของธุรกิจเดิม ในรูปแบบ Speed to the market สอดรับกับ “ดีมานด์” ที่ตลาดต้องการ เป้าหมายเพื่อ #โควิดเราต้องรอด ผลิต “แมสก์ผ้า” ที่ทำหน้าที่มากกว่าอุปกรณ์ป้องกัน แต่เป็นสินค้าแฟชั่นในยุคโควิด เป็นรายแรกๆ ของประเทศไทยตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พร้อมกลยุทธ์เจาะตลาดออนไลน์แบบครบวงจร จนกลายเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายแมสก์ผ้าแฟชั่นอันดับต้นๆ สำหรับวัยรุ่นที่ฮอตที่สุดในตอนนี้

ดร.ธีรศานต์ สหัสสพาศน์ และ ธวัชชัย สหัสสพาศน์ ซีอีโอ SOdAPrintinG.com เผยว่า ทุกวันนี้แมสก์กลายเป็นปัจจัยที่ห้า และแมสก์จะยังอยู่กับพวกเราต่อไป ด้วยเหตุผลหลายปัจจัย ทั้งต่อตัวเองและสังคม ย้อนกลับไปผมจับตาดูตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว 62 เรื่องวิกฤติการณ์ดังกล่าว คิดว่าในระยะใกล้ต้องส่งผลถึงเราแน่นอน ดังนั้นสิ่งที่สำคัญ คือ ต้องรักษาเสถียรภาพธุรกิจให้เดินต่อไปได้ จึงเป็นโอกาสที่เราเตรียมตัวรับและปรับตัวเพื่อรองรับสถานการณ์ โดยการเปิด Unit ธุรกิจใหม่ คือ ทำ Mask ที่ไม่ Mass สร้างแมสก์ผ้าให้เป็นแฟชั่น โดยใช้ความเข้าใจที่มีต่อวัยรุ่น ที่เป็นกลุ่มลูกค้าหลักเดิมของ SOdAPrintinG มาต่อยอด และจุดแข็งของ SOdAPrintinG ในด้านการออกแบบ จะทำให้เค้าดูแลตัวเองและเท่ห์ไปพร้อมๆ กันได้อย่างไร จึงเป็นที่มาของ #SOdAmask #ไม่ได้เป็นหมอแต่เป็นห่วง

The New Normal ความปกติในรูปแบบใหม่

ผมชอบสังเกต เรียนรู้ ลองผิดลองถูก ทำธุรกิจมาตั้งแต่เด็ก มักจะจับสิ่งต่างๆ รอบตัวมาเป็นธุรกิจเสมอ เปลี่ยนจากสิ่งที่คนอื่นมองเห็นแต่มองข้ามไป เปลี่ยนจากสิ่งที่คนอื่นเคยได้ยินแต่ไม่ได้ฟัง สร้างสิ่งที่ผู้อื่นมองเป็นเพียงอากาศให้เป็นโอกาสสำหรับงานที่เราทำได้อย่างไร

ขณะเดียวกัน พอจะมีประสบการณ์เรื่องสิ่งพิมพ์อยู่บ้าง จึงเป็นที่มาของธุรกิจ SOdAPrintinG.com ชื่อแบรนด์มาจาก ผมชื่อไอซ์ น้องชายชื่อครีม อยากมีชื่อกลางที่ทุกคนพูดถึงได้ จึงเอาสิ่งใกล้ตัวมาผสมผสาน เลยนึกถึงโซดา SOdA เพราะจะเป็นไอซ์โซดาหรือครีมโซดาก็ได้ ทำให้รสชาติกลมกลืนและชื่นใจ

ผมเริ่มทำธุรกิจพิมพ์ภาพรูปลงผ้าใบแคนวาส ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ตอนนั้นเราขายของหลายอย่างเพื่อหาเงินจ่ายค่าเทอม ทำเป็นของขวัญให้รุ่นพี่ เริ่มมีคนสั่งซื้อ ช่วงแรกก็ส่งให้ร้านล้างอัดรูปขาย กำไรรูปละสี่ห้าร้อย ทำไปเรื่อยๆ รายได้พอเลี้ยงตัวได้ จนเรียนจบเริ่มอยากมีความท้าทายในด้านอื่นๆ บ้าง เลยตั้งใจว่าจะเลิกทันทีหลังจบ แต่ปรากฏมีคนโทรมาอย่างต่อเนื่องเพิ่มขึ้นทุกปี เลยคิดว่าทำจริงจังก็ได้ แต่ก็ยังอยากทำอีกหลายธุรกิจ คิดว่าต่อไปคงทำคนเดียวไม่ไหว จึงขอแรงน้องชายมาช่วย

พวกเราวางรูปแบบและกำหนดคอนเซปต์ธุรกิจใหม่ว่า “ของขวัญ” เนื่องจากฟังดูแล้วเป็นสิ่งที่มีมูลค่าในสายตาของลูกค้า ทั้งคนให้และคนรับ เราคิดว่าเวลาคนหารูปใหญ่ๆ มักไม่เสิร์ชตามชื่อตรงๆ แต่น่าจะหาคำว่าของขวัญแทน ธุรกิจของเราโตจากคำว่า ของขวัญวันรับปริญญา ไม่นานก็พุ่งเป้าและทำการตลาดกับกลุ่มนี้เป็นหลัก สิ่งสำคัญจากการทำธุรกิจคือ ต้องรู้ว่าลูกค้าเป็นใคร ไม่ใช่ขายทุกคน เมื่อเรากำหนดว่า ของขวัญแบบนี้มีชิ้นเดียวในโลก พิมพ์ภาพขนาดใหญ่เพื่อคุณคนเดียว เราก็ได้ลูกค้าที่ต้องการความแตกต่าง ไม่อยากซ้ำกับใคร

แก้จุดบอด สร้างจุดแข็ง

การกำหนดคอนเซปต์ชัดเจนให้กับธุรกิจ ทำให้เราปรับราคาสูงขึ้นได้ นวัตกรรมกลายเป็นเสาหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ จากเป็นเพียงผู้รับงาน จึงขยับขึ้นเป็นหุ้นส่วนร้านรูป จุดแข็งที่สำคัญคือ สามารถการันตีว่าลูกค้าจะได้รับงานภายใน 3 วันทำการ และกำหนดวัสดุให้แตกต่างจากร้านอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่กรอบไม้และสีจะซีดจางเมื่อผ่านเวลาไป ผมจึงเลือกวัสดุกรอบไม้นำเข้าไม้จากยุโรป เป็นไม้อบฆ่าเชื้อ ปลวกมอดไม่ขึ้น และใช้หมึกที่ดีที่สุดสำหรับงานทั่วไปตามท้องตลาดสีจะอยู่ประมาณ 3 เดือน แต่สำหรับงานของ SOdAPrintinG เรารับประกันถึง 10 ปี ฯลฯ

หลังทำ SOdAPrintinG.com กับคอนเซปต์ว่าของขวัญวันรับปริญญา เราต่อยอดมาเป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ ของขวัญวันปีใหม่ ของขวัญวันเกษียน ของขวัญให้เจ้านาย ของขวัญให้คนรัก ทำเรื่อยๆ จนเป็นเจ้าใหญ่ในตลาดของขวัญ

ฮุกต่อไม่รอแล้วนะ

เปิดตัวบริการใหม่ที่สามารถทำภาพจาก Facebook Instagram และภาพจากโทรศัพท์ได้ โดยที่ภาพไม่แตก เนื่องจากคนนิยมถ่ายรูปและอยากปรับแต่งภาพให้สวยทันที แต่ส่วนใหญ่รูปมีขนาดเล็ก เราจึงเอาความต้องการนี้มาแก้ปัญหาและมองหาตลาดใหม่ๆ พร้อมกัน เริ่มจากหัดเรียนรู้เทคนิคปรับภาพเนียน ไม่แตก ขณะเดียวกันก็ต้องหาเทคนิคที่คนอื่นทำไม่ได้ เขาอาจจะก๊อบปี้งานได้ แต่ก๊อบปี้เทคนิคไม่ได้ เสริมด้วยการเปลี่ยนวัสดุ เพิ่มวิธีการเข้าเฟรม ใช้หมึกพิมพ์ที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ ฯลฯ จุดแข็งเหล่านี้ทำให้แบรนด์ของเราน่าสนใจ อีกทั้งฐานลูกค้าเดิมที่มีอยู่แล้วใช้บริการบอกต่อ ไม่นานบริการใหม่ก็ทำยอดขายเป็นดาวรุ่ง

เมื่อเราทำตลาดในไทยได้แล้วควรคิดถึงตลาดส่งออก เราเจาะตลาดพิมพ์อินสตาแกรมเมืองนอกด้วยช่องทางออนไลน์ ทำให้ได้ราคาทวีคูณขึ้น อีกทั้งยังร่วมมือกับศิลปินในงาน Art Gallery ทำให้ได้ภาพถูกลิขสิทธิ์มาต่อยอด เตรียมลุยตลาดอสังหาฯ ตกแต่งบ้านเพิ่มเติม

สิ่งที่ได้จากธุรกิจนี้คือ ต้องรู้ว่าลูกค้าเป็นใคร เพราะต้นทุนในการสร้างลูกค้าใหม่สูงมาก ถ้าสามารถทำให้ลูกค้าเก่าเป็นลูกค้าประจำได้ เราจะไม่ต้องใช้ สู้เอาต้นทุนในการสร้างลูกค้าใหม่ไปเป็นส่วนลดให้ลูกค้าเก่า เขารู้สึกพิเศษได้จากตรงนี้มันจะดีกว่ามาก ปัจจุบัน SOdA ของตกแต่งบ้าน กำลังดีลกับโครงการอสังหาริมทรัพย์หลากหลายโครงการฯ

โควิด-19 มีเซถลา แต่ทุกปัญหาแก้ได้!!

ต้องยอมรับว่าทุกอย่างชะงักหมด! ธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจ SOdAPrintinG ผมเองก็เป็นนักธุรกิจรายย่อยคนหนึ่ง เผชิญมาแล้วหลายปัญหา มีเหนื่อยบ้าง แต่ไม่ท้อ เพราะคนข้างหลังเรายังมีเยอะ เข้าใจว่าทุกองค์กรปรับปรุง ปรับเปลี่ยน เพื่อให้รอดพ้นช่วงนี้ไปได้ แต่ลึกๆ แล้วก็ไม่อยากแค่รอด อยากทำอะไรที่สามารถต่อยอดหรือไปต่อได้ด้วย โชคดีว่าธุรกิจแขนงหนึ่งของเราเป็น PrintinG แค่ปรับเปลี่ยนวัสดุและรูปแบบ หันมาผลิตแมสก์แทน พนักงานก็มาช่วยกันทำ “หน้ากากผ้า” ป้อนตลาด ซึ่งมีความต้องการสูงมากในช่วงนี้

ก่อนจะทำก็ศึกษา Pain Point และสร้างโปรดักส์ของเราให้เป็น Hero ผมลิสต์เป็นข้อๆ ยกตัวอย่างเช่น ปัญหาในตลาด คือ วัยรุ่นไม่ใส่เพราะแมสก์ไม่สวย เราเลยออกแบบแมสก์ให้วัยรุ่นรู้สึกเท่ อยากใส่ ใส่แล้วหน้าเรียว ไม่ติดเครื่องสำอาง หายใจสะดวก อีกประเด็นสำหรับคนใส่แว่น ตอนใส่แล้วหายใจฝ้าจะไม่ขึ้นแว่น

ถ่ายรูปสวย ทำให้เกิดพฤติกรรม เป็นการรับผิดชอบต่อตัวเองและผู้อื่น เราจึงมีทีมกราฟฟิกในการออกแบบลายสวยๆ ตามเทรนด์แฟชั่น เพื่อให้แมทช์กับการแต่งตัวของวัยรุ่นในกระแสทุกวันนี้ รวมถึงจับมือกับศิลปิน @CyranoDesign @Shittak @Stupidnoobmacc สร้างช่องทางการบริจาคให้โรงพยาบาล พร้อมสโลแกน #SOdAmask ไม่ได้เป็นหมอแต่เป็นห่วง

#SOdAmask Move to the next

เรารับผลิตเพื่อสร้างแบรนด์ให้กลุ่มลูกค้า หน่วยงาน บริษัทฯ หัวใจสำคัญ คือแมสก์คุณภาพดี ดีไซน์สวย เป็นการสร้างแบรนด์ให้กับหน่วยงานอีกด้วย จุดเด่นของเราคือ #แมสก์ผ้าพิมพ์ลาย รับพิมพ์ผ้าทุกชนิดด้วย Digital Print สำหรับบริษัทแจกลูกค้าและผู้ที่ต้องการสร้างแบรนด์สินค้าของตัวเอง สำหรับการรับผลิต จำนวนไม่จำเป็นต้องเยอะ เริ่มต้นที่ 100 ชิ้น หากไม่มีแบบ เราก็ช่วยออกแบบให้ได้ โดยมีเครือข่าย Graphic Designer เป็น Freelance ที่ว่างงานในช่วงโควิด ให้คำปรึกษาและช่วยออกแบบให้ เพื่อสร้างงานให้คนที่มีความสามารถในด้านการออกแบบ ทั้งนี้ กำลังการผลิตในการเย็บ ช่วงแรกผลิตได้สัปดาห์ละ 2,000 ชิ้น ทุกวันนี้ขยายกำลังผลิตในการเย็บได้สัปดาห์ละ 30,000 ชิ้น แต่สามารถพิมพ์ได้วันละถึง 15,000 ชิ้นต่อวัน

เราอยากให้ #SOdAmask เป็นอีกหนึ่งโครงการของ #SOdAPrintinG ที่ช่วยสร้างงานสร้างอาชีพให้ชาวบ้านในจังหวัดเพชรบุรี ให้มีงานทำในช่วงที่ได้รับผลกระทบจากโควิด เราเริ่มโครงการนี้ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา ได้ช่วยเหลือคนกว่า 100 ครอบครัวให้มีงานทำ เพื่อหล่อเลี้ยงคนในครอบครัวอีกกว่า 400 ชีวิตให้มีรายได้ จากการเย็บผ้า การตัดผ้า การแพ็คสินค้า เรียกได้ว่า #แมสก์ทุกชิ้นผลิตออกมาจากใจชาวบ้านจังหวัดเพชรบุรี

ที่มาของภาพและแหล่งข้อมูล :www.posttoday.com

ติดตามสาระเพิ่มเติม : www.yuzuhiko2.com

 

 

“สังคมไร้เงินสด” กับแนวโน้มที่เป็นไปได้ในสังคมไทย

สังคมไร้เงินสด

ทุกวันนี้เทคโนโลยีพัฒนาไปเร็วมากจนตามแทบไม่ทัน โดยเฉพาะการทำธุรกรรมทางการเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่เราสามารถซื้อสินค้าและบริการแทบทุกอย่างได้ผ่านระบบคอมพิวเตอร์และโทรคมนาคม ซึ่งเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่ปี

แนวคิด สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) มีมาพักใหญ่แล้วในสังคมไทย แต่ด้วยข้อจำกัดหลายอย่าง ทำให้ยังใช้ไม่ได้จริงเต็มรูปแบบเหมือนในต่างประเทศ เพราะกลุ่มผู้ที่ไม่ใช้เงินสดในการจับจ่ายต่าง ๆ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ง่าย เช่น วัยรุ่น วัยทำงาน ชนชั้นกลาง และในอดีตยังมีเทคโนโลยีรองรับการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ได้ไม่มากนัก อีกทั้งความปลอดภัยก็ยังมีน้อยด้วย

แต่ในปัจจุบัน ความเป็นดิจิทัลพัฒนาขึ้นจากเดิมมาก ทุกคนจึงสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ง่ายแค่มีโทรศัพท์มือถือ ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ต่างก็ปรับตัวตาม ขณะที่พฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียก็ส่งผลต่อการใช้อินเทอร์เน็ตเป็นทวีคูณ

รัฐบาลจึงได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment Master Plan) สนองนโยบาย Thailand 4.0 เพื่อผลักดันให้เกิดสังคมไร้เงินสดในประเทศไทย คนมีกระเป๋าเงินออนไลน์ทั้ง Mobile Banking บัตรเครดิต บัตรเดบิต บัตรโดยสารสาธารณะ และอีกสารพัดบัตรตามแต่ห้างร้านและองค์กร รัฐบาลเองก็ยังมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และมีกฎหมายรองรับการทำธุรกรรมออนไลน์ เพื่อให้ประชาชนเลิกใช้จ่ายเงินสด แล้วใช้จ่ายออนไลน์ให้ปลอดภัยและง่ายขึ้นแทน

รวมถึง COVID-19 ก็เร่งพฤติกรรมการใช้จ่ายออนไลน์ในประเทศไทยให้เป็นรูปธรรมเร็วยิ่งขึ้น เมื่อผู้คนเลี่ยงที่จะจับเงินสด เพราะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค แล้วหันมาพกบัตรต่าง ๆ แทนการพกเงินสด รวมถึงโหลดแอปพลิเคชันของธนาคารไว้สำหรับจับจ่ายใช้สอย ร้านค้าตามท้องตลาดก็พร้อมใจกันรับชำระเงินผ่านบัตรกันมากขึ้น โดยมี QR Code หรือเลขบัญชีธนาคารให้ลูกค้าสแกนแล้วกดจ่ายเงินได้เลย

แม้กระทั่งการขึ้นรถเมล์ที่ค่าโดยสารถูกสุดอยู่ที่ 8 บาท ก็ยังสามารถชำระผ่านบัตรได้ เพราะมีแค่เราและกระเป๋ารถเมล์เท่านั้นที่จะจับบัตร ต่างจากเงินสดที่ใช้กันร้อยพ่อพันแม่ แสดงให้เห็นว่าคนพยายามเลี่ยงที่จะสัมผัสเงินสด หรือพยายามหยิบจับให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

188127
บัตรโดยสารรถเมล์ของ ขสมก. ภาพจาก js100.com

 

ข้อดีของการไม่ใช้เงินสด คือ ใช้ง่าย ประหยัดเวลา ประหยัดงบประมาณ กระตุ้นการใช้จ่ายและเศรษฐกิจ และยังตรวจสอบย้อนหลังได้ สังคมไทยจึงมีแนวโน้มที่จะก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสดอย่างเต็มรูปแบบในไม่ช้า แต่ด้วยความที่ “ซื้อง่ายจ่ายคล่อง” จึงอาจทำให้ฟุ้งเฟ้อเกินจำเป็น อีกทั้งมีข้อเสียในเรื่องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย เมื่อต้องนำข้อมูลส่วนตัวไปผูกกับระบบ รวมถึงยังเสี่ยงที่จะทำบัตรหรือทำมือถือหายด้วย ซึ่งเท่ากับว่าเงินอาจหายทั้งบัญชีได้ ถ้าคนอื่นเข้าถึงข้อมูลการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านมือถือได้

แต่ถึงกระนั้น โดยรวมการใช้จ่ายแบบไร้เงินสดก็ยังปลอดภัยกว่าการถือเงินสด ที่มีความเสี่ยงค่อนข้างมากต่อการฉกชิงวิ่งราว หรือฉ้อโกงที่ตรวจสอบย้อนหลังไม่ได้ ในขณะที่การทำธุรกรรมออนไลน์ยังมีวิธีการยืนยันตัวตน และมีการพัฒนาระบบเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้มากขึ้น โดยลดการใช้รหัสผ่าน แต่ใช้รูปแบบการยืนยันตัวตนอย่างอื่นเฉพาะของบุคคลแทน เช่น การใช้ลายนิ้วมือ ตา เสียง หรือการใช้รหัส OTP (One Time Password) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการทำธุรกรรมยิ่งขึ้น

จะเห็นได้ว่า โอกาสที่สังคมไทยจะกลายเป็นสังคมไร้เงินสดแบบเต็มรูปแบบนั้นมีแนวโน้มเกิดขึ้นจริงได้ ซึ่งถือเป็นการปรับเปลี่ยนไปตามโลกที่ทุกคนต่างต้องปรับตัวตามให้ทัน!

ภาพและข้อมูลจากเว็บ : https://www.interguardias.com/สังคมไร้เงินสด กับ-แนวโน้มที่เป็นไปได้ในสังคมไทย

ติดต่อสาระผ่านเว็บเรา : https://www.yuzuhiko2.com

ไลฟ์สไตล์

สังคมสมัยใหม่ในการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน นับว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของผู้คน เมื่อเทคโนโลยี สภาพแวดล้อม ธุรกิจ รวมถึงการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนตามยุคสมัยและพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ  ก็จะก่อให้เกิดการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไปด้วย และในวันนี้เราได้แนะนำ 4 ไลฟ์สไตล์ ของสังคมสมัยใหม่หรือคนยุคใหม่ ที่แตกต่างจากสมัยก่อนๆ อย่างสิ้นเชิง แถมยังช่วยในเรื่องการสร้างค่านิยมดีๆ ให้ด้วย

 

1.การรวมกลุ่มเพื่อสร้างงานอดิเรกที่ชอบ

ในยุคสมัยใหมนี้มักจะมีโชเชียลมีเดียเข้ามาช่วยในการติดต่อสื่อสารและมักจะมีคนที่ชอบทำอะไรที่เหมือนกัน ทำให้พวกเขาสามารถนัดรวมกันทำกิจกรรมหรืองานอดิเรกที่ชอบได้แบบง่ายดายเช่น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนชอบปั่นจักรยาน กลุ่มคนชอบวิ่ง กลุ่มคนชอบเต้น และอื่นๆ อีกมากมาย บางกลุ่มสามารถไต่ไปถึงการโชว์ระดับประเทศได้เลยทีเดียว

2.ไม่จำเป็นต้องมีบ้านหลังใหญ่

ถ้าย้อนไปความคิดของคนสมัยก่อนมักจะทำงานแล้วสามารถจะสร้างบ้านหลังใหญ่ๆ เดินทางไปไหนมาไหนได้สะดวก แต่กลับกันคนในสมัยนี้ขอแค่มีที่พักอยู่ใจกลางเมืองก็สะดวกสะบายแล้วเพราะ ปัจจุบันราคาที่ดินแพงขึ้นมากเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นสังคมสมัยขอแค่มีห้องพักเป็นคอนโดตกแต่งเป็นสไตล์ที่ตนเองต้องการและเดินทางสะดวกก็พอแล้ว

3.ใช้ชีวิตให้สนุกอย่างเต็มที่

ในยุคก่อนผู้คนจะทำงานกันอย่างหนักเพื่อให้ได้มาซึ่งความสุขสบายพอถึงเวลาได้พักผ่อนก็มักจะไม่ออกไปไหนและอยู่แต่ในบ้าน ซึ่งถ้าพูดถึงคนสมัยนี้ไม่ว่าคุณจะทำงานหรือพักผ่อนก็สามารถทำพร้อมกันได้ อย่างเวลาทำงานหนักก็สามารถออกไปพักผ่อนนั่งร้านกาแฟแล้วกลับมาทำงานต่อได้ หรือพอถึงวันหยุดสังคมสมัยนี้ต่างพากันออกไปท่องเที่ยว ตามโฆษณารีวิวในอินเตอร์เน็ต

4.นิยมรับประทานอาหารสุขภาพ

ปัจจุบันต้องบอกเลยว่าเทรนรักสุขภาพกำลังมาแรงในยุคปัจจุบัน ซึ่งการออกกำลังกายในสมัยนี้ทำได้ง่ายมากแค่อยู่บ้านและเปิดดูในอินเตอร์เน็ตก็สามารถทำตามได้อย่างง่ายตาย ไม่ว่าจะเป็นเล่นโยคะ วิ่ง เต้น อีกทั้งยังนิยมรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพหรืออาหารคลีนกันมากขึ้นอีกด้วย ทุกคนต่างก็อยากมีร่างกายแข็งแรงและหุ่นดีเพื่ออวดคนอื่นกันทั้งนั้น

แหล่งที่มา : https://structurefunding.com

ติดตามความรู้ต่าง ๆ ผ่านเราได้ที่ : https://www.yuzuhiko2.com

ไม่ใช่อาหาร หรือผักผลไม้ เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งจะช่วยสู้โควิด-19 ได้  แต่ต้องรับประทานผักผลไม้ให้ได้มากถึง 400-500 กรัม ถึงจะมี พลังภูมิคุ้มกัน เต็มที่นอกเหนือจากระมัดระวังตัวพื้นฐาน อย่างการใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือให้สะอาดและการออกกำลังกาย

สร้าง พลังภูมิคุ้มกัน ด้วยผักผลไม้

มีคำแนะนำจากศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.ไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์ วุฒิสมาชิก และอดีตผู้อำนวยการฝ่ายอาหารและโภชนาการองค์การอาหารและเกษตร แห่งสหประชาชาติ (FAO) ในการกินอยู่พักผ่อนด้วยหลักปฏิบัติ 4 ข้อสู้โควิด-19 ที่ทำได้ง่ายๆ ก็สร้าง พลังภูมิคุ้มกัน ดังนี้

1.รับประทานผักผลไม้ให้ได้วันละ 500 กรัม ปกติมีคำแนะนำโดยทั่วไปว่า บริโภคไม่ต่ำกว่า 400 กรัม แต่ในสถานการณ์นี้ที่ร่างกายต้องการภูมิต้านทานโรคไวรัสร้ายนี้ อาจารย์ไกรสิทธิ์แนะนำว่า รับประทานให้ได้ 500 กรัม หรือครึ่งกิโลกรัม จะช่วยให้ร่างกายมีความสมดุล ขับถ่ายได้ง่าย ต้านอนุมูลอิสระได้ดี

ส่วนที่มีการพูดถึงว่ารับประทานกล้วยหอม หรือผัก ผลไม้อย่างใดอย่างหนึ่ง ช่วยต้านโควิด-19 ขออย่าพึ่งไปเชื่อ เพราะถ้าเชื่ออาจจะทำให้เกิดความประมาท และไม่ระมัดระวังตัวด้านสุขอนามัย

อย่างไรก็ตามคุณสมบัติของกล้วยหอมนั้น แน่นอนว่าดี เพราะให้พลังงาน มีโพแทสเซียมสูง วิตามินบีรวม แต่ย้ำกว่าต้องกินพืชผักผลไม้ โดยยึดหลักพื้นฐานสำคัญทางโภชนาการที่ต้องมีความหลากหลาย และมีปริมาณมากพอสมควร

Social Distancing

2.Social Distancing คือ สิ่งที่สำคัญสำหรับการหยุดการแพร่กระจายเชื้อโรค ตอนนี้ทุกคนต้องเข้าใจว่า การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 กระจายได้เร็ว เพราะสารคัดหลั่ง ฝอยละอองน้ำลาย น้ำมูก ที่แม้แต่การพูดปกติก็มีฝอยละอองน้ำลายออกมา ดังนั้นเวลาพูดกันปกติ ยังต้องห่างกันประมาณ 1 เมตร หากไอ จาม ต้องห่างอย่างน้อย 2 เมตร การใส่หน้ากากอนามัยจะช่วยลดการแพร่กระจายได้

ที่สำคัญ ต้องหลีกเลี่ยงอย่างยิ่งคือ พื้นที่ที่มีคนแออัด ยึดหลักปฏิบัติ Social Distancing จะปลอดภัยที่สุด

3.การทำจิตใจให้สงบ อย่าติดตามข่าวสารจนกลุ้มใจ แต่ต้องทำความเข้าใจ ดูข้อมูลที่เป็นจริง ตอบสนองข่าวสารด้วยปัญญา ไม่ใช่อารมณ์ เมื่อจิตมีสติ มีสมาธิ ควบคุมอารมณ์ หากทำได้วันละอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง ก็จะทำให้จิตใจสงบ ไม่กังวล หรือเครียด จนส่งผลกับภูมิต้านทานของร่างกาย เพราะถ้าภูมิต้านต่ำก็จะทำให้ร่างกายอ่อนแอ เมื่อรับเชื้อโรคก็จะป่วยได้ง่าย

4.การออกกำลังกาย คำแนะนำคือ เพียงแค่เดินวันละ 10,000 ก้าว ก็ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว

ออกกำลังกาย

ทั้ง 4 ข้อนี้ เป็นหลักพื้นฐานที่แต่ละคนสามารถทำได้ทันที เป็นการสร้างสุขอนามัยที่ช่วยต้านเชื้อโรค หยุดการแพร่ระบาดของเจ้าไวรัสร้ายนี้ได้ดีที่สุดในเวลานี้.

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.thairath.co.th

ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านทางเว็บนี้ :https://www.yuzuhiko2.com

สำหรับสายรัก สุขภาพ วันนี้เรา 6 ข้อปฏิบัติ ที่เป็นกฏเหล็กมาบอกต่อกันครับ

1 : สิ่งแรกเลยที่ร่างกายของเราต้องการมากที่สุดของแต่ละวันนั้นก็คือการพักผ่อนนอนอย่างเพียงพอ ในชีวิตประจำวันของเรานั้น เราควรที่จะนอนอย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดีมาก แต่ถ้าใครบอกว่าไม่มีเวลาที่จะพักผ่อนได้มากขนาดนั้น ก็ขอให้คิดใหม่เพราะร่างกายของเรานั้นไม่ใช่หุ่นยนต์ จึงอยากให้เรานั้นหันมาดูแลตัวเองมากขึ้นด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง การนอนน้อยไปมันไม่ดี และการนอนมากไปก็ไม่ดี เพราะฉะนั้น เราควรจะเลือกนอนพักผ่อนอย่างพอเหมาะ ไม่ใช่ว่านอนมากเกินไป มันจะมีผลเสียที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายของเราเหมือนกัน

ถ้าหากว่าเรานอนน้อยสิ่งที่ตามมาของร่างกายเราก็คือการพักผ่อนไม่เพียงพอ มีอาการเจ็บป่วยและตามมาด้วยโรคต่างๆมากมาย เพราะการนอนน้อยนั้นมันจะทำให้ร่างกายของเราล่อเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ฟื้นฟูร่างกายไม่เต็มที่ ร่างกายของเราไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเหมาะสม มันจะทำให้ร่างกายของแปรปรวนได้ ก็เหมือนกับหุ่นยนต์ ถ้าหากว่าเปิดสวิตซ์ทำงาน 24 ชั่วโมง มันก็จะมีผลเสียต่อตัวของหุ่นยนต์เช่นกัน

2 : การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เรื่องนี้ถือว่าสำคัญมาก ใครที่ไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกาย ลองหันมาออกกำลังกายอย่างถูกต้อง อย่างน้อยก็วันละ 30 นาที หรือสัปดาห์ละ 3-4 วันก็ได้ ถึงอาจจะไม่ได้ออกกำลังกายนานมากมายอะไร แต่อย่างน้อย ขอให้ออกอย่างต่อเนื่องวันละ 30 นาทีก็เพียงพอแล้ว เพราะร่างกายของเรานั้นต้องมีการเผาผลาญ มันเป็นการกระตุ้นการทำงานในระบบร่างกายของเราเอง

ถ้าหากว่าเราทำให้ร่างกายมีการเผาผลาญมากขึ้น มันจะทำให้ร่างกายของเรานั้นได้รับออกซิเจนอย่างเหมาะสม และทำให้การทำงานของหัวใจหลอดเลือดและปอดแข็งแรง และที่สำคัญ โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ก็ไม่สามารถที่จะทำร้ายร่างกายของเราได้ง่ายด้วย เพราะเรารู้จักดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอนั่นเอง

3 : การงดดื่มเหล้า และสูบบุหรี่ทุกชนิด วิธีนี้หากเราทำได้ เราดูแลตัวเองดีอย่างนี้ มันถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ และทำให้ตัวเรานั้นดูอ่อนกว่าวัยมากด้วย สิ่งนี้ที่พูดมาเราลองสังเกตดูได้เลยว่าผู้หญิงคนไหนที่เที่ยวกลางคืน ดื่มเหล้าและดูดบุหรี่ กับผู้หญิงคนไหนที่หันมาดูแลสุขภาพร่างกาย มันต้องแตกต่างกันอยู่แล้ว รับรองได้เลยว่าเราสามารถเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน

เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าหากว่าเรางดดื่มเหล้าหรือการสูบบุหรี่ได้ มันก็จะเป็นผลดีต่อร่างกายเรามากเช่นกัน “บุหรี่” ไม่ได้ทำร้ายแค่เราอย่างเดียว แต่คนรอบข้างที่ได้ดมกลิ่นรมควันเข้าไป มันก็ส่งผลกระทบต่อต่อเขาด้วย เพราะอย่างนั้น ถ้าหากว่าเรารักตัวเอง เรารักสุขภาพ เราอยากมีสุขภาพที่ดี อ่อนต่อวัย เราก็ควรจะงดบุหรี่ งดเหล้า และหันมาดูแลสุขภาพของตัวเองมากขึ้น

4 : การดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้วต่อวัน หลายคนอาจจะเคยได้ยินว่า ถ้าเราขาดน้ำเราจะอยู่ไม่ได้ แต่ถ้าเราขาดอาหารหลายวันเราอยู่ได้ “ใช่” เพราะร่างกายของเราทุกส่วนในเซลล์ร่างกายนั้นส่วนมากประกอบด้วยน้ำที่เป็นปัจจัยสำคัญในการหล่อเลี้ยงร่างกาย ถ้าหากว่าเราขาดอาหาร เราสามารถอยู่ได้ แต่ถ้าเราขาดน้ำ เราไม่สามารถอยู่ได้อย่างแน่นอน เพราะน้ำเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

ถ้าเราดื่มน้ำน้อยไปหรือดื่มน้ำมากไป สิ่งที่ตามมามันอาจจะส่งผลเสียต่อร่างกายเช่นกัน การดื่มน้ำแต่ละวันให้ร่างกายได้รับเพียงพอ มันจะทำให้ผิวและระบบภายในของเราดีไปด้วย แต่ถ้าหากว่าเราดื่มน้ำน้อยไป การทำงานของระบบภายในของเรานั้นก็อาจจะรวนเรตามไปด้วย ซึ่งหลายคนอาจจะเคยได้ยินว่า มีหลายคนที่ท้องผูกเพราะว่าดื่มน้ำน้อยไป ถ้าหากว่าใครตื่นมาตอนเช้า ลองดื่มน้ำอุ่นสักแก้วเป็นประจำ รับรองว่าต้องถ่ายคล่อง และทำให้ท้องพุงยุบแน่นอน ไม่เป็นริดสีดวงไม่ต้องเสี่ยงเป็นริดสีดวงด้วยนะ

5 : การทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ การที่เรานั้นเลือกทานอะไรที่เฉพาะเจาะจงมากเกินไป มันจะทำให้ร่างกายของเราอาจจะไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอ จะมีปัญหาตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็น ท้องผูก หรือมีระบบการขับถ่ายผิดปกติ ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียได้ แต่ในส่วนนี้ถ้าหากว่าเรารับประทานอาหารที่หลากหลาย และครบ 5 หมู่ มันจะทำให้เรานั้นแลดูอ่อนกว่าวัย ดูไม่ทรุดโทรม และส่งผลให้ร่างกายของเรานั้นไม่ทำงานหนักจนมากเกินไป

จะสังเกตได้อย่างง่ายๆ ถ้าหากว่ามีวิตามิน เหลือเกลือแร่มาหล่อเลี้ยงร่างกายของเรา มันจะทำให้ร่างกายเราแล้วรู้สึกสดชื่นผ่อนคลายอารมณ์ดีมาก แต่กลับกัน ถ้าหากว่าเราทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ หรือการรับประทานยาลดความอ้วน มันก็จะทำให้เรารู้สึกว่าหงุดหงิด และอารมณ์เสียง่าย ซึ่งสังเกตได้จากตรงนี้เลย หากขาดสารอาหารจำพวกผัก ระบบขับถ่ายของเราจะไม่ดี แล้วผิวพรรณของเรานั้นก็จะแห้งเหี่ยวก่อนวัยอันควร เพราะฉะนั้นเห็นแบบนี้แล้ว ก็ควรที่จะหันมาดูแลเรื่องอาหารการกินให้มากขึ้น เลือกกินเลือกอยู่เพื่อสุขภาพของตัวเองกันนะคะ

6 : การนั่งสมาธิอย่างน้อยวันละ 20 นาที หลายคนอาจจะบอกว่าการนั่งสมาธินั้นมันไม่ใช่สิ่งที่สำคัญเลยสักนิด แต่เราอย่าลืมว่าในชีวิตประจำวัน ของคนเราแต่ละคนนั้นจะต้องเผชิญกับปัญหามากมาย ทั้งมลภาวะ ความเครียด และการทำงานหนักในเเต่ล่ะวัน ถ้าหากว่าเราลองมานั่งสมาธิอย่างน้อยวันละ 20 นาที มันจะช่วยได้มากเลย ถ้าใครบอกว่าไม่มีเวลา ลองหันมานั่งดู ไม่ว่าจะเป็นตอนเช้า ก่อนออกไปทำงาน หรือในช่วงหัวค่ำหลังจากเลิกงานก็ได้ ชีวิตของเราจะมีสติมากขึ้น เพราะการนั่งสมาธินั้นไม่ได้ช่วยเราแค่รู้จักปล่อยวางและลดความเครียดอย่างเดียว แต่มันส่งผลทำให้สุขภาพของเรานั้นดีขึ้นด้วย เพราะการนั่งสมาธิเป็นคล้ายกับการชะลอวัย และลดความแก่ให้กับตัวเองได้เป็นอย่างดีมากที่สุดเช่นกัน

พักผ่อนดีต่อ สุขภาพ

เป็นไงกันบ้างครับ อยากมีชีวิตและ สุขภาพ ร่างกายที่แข็งแรง ก็อย่าลืมทำตามกันนะครับ

ขอบคุณข้อมูลดีๆทางเว็บไซต์ :https://www.poinsettcountyfair.com

ติดตามความรู้อื่นๆผ่านทางเว็บเราได้ที่นี่ : https://www.yuzuhiko2.com

Generation ใหม่ในยุคนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นกลุ่มคนที่มาพร้อมกับความแตกต่างโดยสิ้นเชิง   สิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้ เมื่อเรามองไปยัง Generation Z ในปัจจุบันนี้เราจะพบว่าเป็นกลุ่มคนที่กล้าคิดกล้าทำและให้ความสำคัญกับการดำเนินชีวิตโดยอิสระแน่นอนว่าวิถีชีวิตหรือ ไลฟ์สไตล์ ของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไปก็มาพร้อมกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน

สิ่งที่เรียกว่า Lifestyle เป็นสิ่งที่สามารถสะท้อนสังคมของแต่ละยุคสมัยได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคนี้วิถีชีวิตแบบชิคๆ คูลๆ เป็นสิ่งที่เราเรียกกันจนติดปากและหากจะพูดถึงการใช้วิถีชีวิตแบบนี้เราก็มักจะนึกถึงความทันสมัยความสะดวกรวดเร็วและที่สำคัญคือเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆที่มีมากมายในยุคนี้นั่นเองแต่การใช้ชีวิตแบบชิคๆ คูลๆ ของคนรุ่นใหม่ ไม่ได้มีเพียงแค่การเดินเที่ยวเล่นไปวันๆ ทานแต่เป็นไลฟ์สไตล์ ที่มากด้วยคุณภาพและสิ่งต่างๆเหล่านี้แหละที่เรียกว่ารักสไตล์ของคนรุ่นใหม่ ที่แท้ทรู !!

ไลฟ์สไตล์ ใหม่ของคนในยุคนี้

5  ไลฟ์สไตล์ ของคนยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยคุณภาพ

  1. ให้ความสำคัญกับการใส่ใจดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ คนรุ่นใหม่เป็น  Generation  Y และ  Generation Z  เราจะสังเกตเห็นได้ว่าในปัจจุบันนี้มีคนมากมายที่ให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายและคำว่าไม่มีเวลาก็เริ่มหมดไป เมื่อทุกคนจัดเวลาไม่ว่าจะเป็นช่วงเช้า สายบ่ายเย็นให้กับการออกกำลังกาย ด้วยรูปแบบต่างๆเท่าที่จะสามารถทำได้ สิ่งหนึ่งที่เราจะเห็นได้กับไลฟ์สไตล์แบบนี้คือการมีโรงเรียน สอนออกกำลังกาย และฟิตเนส เปิดให้บริการเพิ่มขึ้นมากมาย นอกจากนี้แล้วยังคงมีเทรนเนอร์ ที่ผันตัวเองมาเป็นเทรนเนอร์ YouTube  สอนออกกำลังกายบนโลกออนไลน์ ให้เราได้ใช้บริการกันอีกด้วย
  2. คนยุคใหม่ใส่ใจกับอาหารโดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารคลีนเป็นวิถีชีวิตที่เราคุ้นเคยกันดี  เพราะนอกจากจากการออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอแล้วการเลือกรับประทานอาหารเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับคนยุคใหม่เป็นอย่างมาก เริ่มจากการที่เราเลือกรับประทานอาหารมากยิ่งขึ้นอาหารที่เป็นประเภทไขมันและคาร์โบไฮเดรตหรือน้ำตาลจึงถูก ใครหลายคน เลือกที่จะไม่นำเข้ามาไว้ในเมื่ออาหารแต่การรับประทานโปรตีนผักสดผลไม้สดจึงเป็นทางเลือกสำหรับใครหลายคนมากยิ่งขึ้น
  3.  สินค้า DIY เป็นประเภทสินค้าที่ตอบโจทย์กับคนยุคใหม่ ท้อในยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคืองการเลือกใช้สินค้าต่างๆจึงค่อนข้างเป็นข้อจำกัด ดังนั้นการ DIY ของใช้ต่างๆจึงเป็นสิ่งที่กำลังได้รับความนิยม และที่สำคัญคือยังเป็นการ สร้างสรรค์ผลงานต่างๆด้วยตัวเองซึ่งแน่นอนว่าเราจะได้สิ่งของเครื่องใช้ที่ตรงใจและยังได้ความภูมิใจทั้งยังประหยัดเงินในกระเป๋าอีกด้วย
  4. กิจกรรมเฉพาะกลุ่มเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์การใช้ social network และ Social Media ต่างๆเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมและมาแรงมากในยุคนี้ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Facebook หรือ Instagram รวมไปถึง Twitter  ที่ทำให้ในกลุ่มเพื่อนฝูงมีกิจกรรมแลกเปลี่ยนและสนทนามีเรื่องราวเรื่องเล่าที่นำมาพูดคุยกันได้อยู่ตลอดทำให้ ในยุคนี้ เราจะสามารถได้รับข้อมูลข่าวสารและอัพเดตเทรนด์ที่ทันสมัยได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
  5. การใช้ชีวิตแบบสุดๆเพราะคนรุ่นใหม่ทั้ง Gen Y และ Z ถือว่าการทำทุกอย่างในชีวิตต้องไปให้สุดในทุกมิติเพราะยุคนี้เป็นยุคที่ทุกคนเห็นถึงความสำคัญในการดำเนินชีวิตและการใช้ชีวิตให้มีความสุขมากยิ่งขึ้นหลายคนจึงถือว่าไม่ว่าจะทำงานพักผ่อนหรือเที่ยวเล่นทุกอย่างต้องทำให้สุด ทำให้เต็มที่ วิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่จึงไม่มีใครนั่งๆนอนๆอยู่กับบ้านอีกต่อไป

แหล่งที่มาของข้อมูล : https://st-remy-authentic.com

ติดตามข่าวสารดีๆได้ที่นี้ : https://www.yuzuhiko2.com