Skip to content

จังหวัดลำปาง จัดหน่วยเคลื่อนที่ออกให้บริการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ประชาชน หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ในจังหวัดลำปาง ร่วมบูรณาการรวมพลังหน่วยงาน จัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ออกให้บริการ มอบความสุขแก่ประชาชนชาวลำปาง ตามโครงการ “จังหวัดลำปางเคลื่อนที่” ซึ่งได้มีการจัดกิจกรรมขึ้นที่โรงเรียนบ้านแม่ฮ่างวิทยา หมู่ที่ 4 ตำบลนาแก อำเภองาว จังหวัดลำปาง มีว่าที่พ.ต.อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานเปิดโครงการ พร้อมได้ร่วมกับคณะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตท้องที่ คณะผู้บริหารและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัด กิ่งกาชาดอำเภอ ได้นำสิ่งของเครื่อง อุปโภค-บริโภค มอบบริจาคให้แก่ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส และผู้ยากไร้ในเขตท้องที่ ทั้ง 6 ชุมชน ในหมู่บ้านของตำบลนาแก โดยมีคณะผู้บริหารจากหน่วยงานองค์กรภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน ผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้าส่วนราชการระดับ จังหวัด-อำเภอ ตลอดจนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในเขตท้องที่ตำบลนาแก รวมถึงจากพื้นที่ตำบลใกล้เคียงเข้าร่วมกิจกรรมในโครงการฯ

สำหรับโครงการจังหวัดลำปางเคลื่อนที่ดังกล่าว เป็นโครงการที่ทางจังหวัดได้จัดทำขึ้นเพื่อต้องการให้เป็นกิจกรรมสื่อกลางในการเสริมสร้างความรัก ความสมัครสมานสามัคคี เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ให้เกิดขึ้นแก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดลำปาง และเพื่อสนองตอบนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทยในการขับเคลื่อนภารกิจตามแนวทางของรัฐบาล โดยมีหลายหน่วยงานจากทุกภาคส่วนได้ร่วมกันจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ ออกมาให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ที่ห่างไกลความเจริญ ทั้งนี้เพื่อเป็นการให้บริการในเชิงรุก ให้ส่วนราชการและหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐได้ลงพื้นที่เพื่อร่วมรับทราบถึงปัญหาความเดือดร้อน และความต้องการที่แท้จริงของประชาชน เพื่อจะได้ช่วยเหลือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้เป็นไปได้อย่างเหมาะสม ตลอดจนเพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้ สร้างความเข้าใจ ปรับเปลี่ยนค่านิยม และแนวคิดของประชาชน ให้เอื้อต่อการพัฒนาของสังคมในชุมชนท้องถิ่น ส่งเสริมให้ชาวบ้านได้น้อมนำเอาแนวพระราชดำริ “หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ไปปรับใช้ในวิถีชีวิตประจำวันเพื่อจะได้พึ่งพาตนเองพัฒนาคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งในห้วงสถานการณ์ปัจจุบันที่ยังมีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 “COVID-19” ประชาชนควรมีการเฝ้าระวัง และสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารให้กับตนเองเพื่อป้องกันความเสี่ยง

สนับสนุนโดย ufabet

รถเจ้าหน้าที่ตำรวจ เกิดเฉี่ยวชนกับรถเมล์เขียว บริเวณโค้งบ้านแม่หวาน เมื่อช่วงบ่ายวันพุธ ที่ 18 พฤศจิกายน 2563 เวลาประมาณ 16.30 น. ทาง ร.ต.อ.นรินทร์ อินนาค รองสว.(สอบสวน) สภ.ดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เฉี่ยวชนกับรถโดยสารสาธารณะเมล์เขียวบริเวณโค้งบ้านแม่หวาน อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ภายหลังทราบเรื่องจึงรุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ร่วมกันกับทางเจ้าหน้าที่กู้ภัย

โดยเมื่อมาถึงยังบริเวณที่เกิดเหตุเป็นถนนเส้นมุ่งหน้าเข้าเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นทางโค้ง พบรถยนต์ของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจอดขวางอยู่กลางถนน สภาพด้านข้างตัวรถฝั่งคนขับมีร่องรอยถูกเฉี่ยวชนได้รับความเสียหาย ส่วนรถคู่กรณีเป็นรถเมล์เขียวสาย เชียงใหม่ – พะเยา จอดริมทาง โดยมีผู้โดยสารภายในรถออกมายืนดูเหตุการณ์ด้วยความตกใจ ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุดังกล่าว จากนั้นทางเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องได้เร่งทำการอำนวยความสะดวกให้กับรถที่สัญจรไปมาบนถนนสายดังกล่าว เพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน และรีบเร่งดำเนินการเคลียร์พื้นที่อย่างเร่งด่วน

สาเหตุเกิดจากการที่รถยนต์ของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และรถเมล์ดังกล่าวขับมาตามเส้นทาง โดยมุ่งหน้าเข้ามายังตัวเมืองเชียงใหม่ แต่ระหว่างนั้นถนนเป็นทางโค้งซึ่งคาดว่ารถคันใดคันหนึ่งน่าจะเกิดเสียหลัก แล้วเฉี่ยวชนกันเข้า เป็นเหตุทำให้ได้รับความเสียหาย ส่วนสาเหตุข้อเท็จจริงนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ดำเนินการตรวจสอบอีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สนับสนุนโดย ufa

ชาวบ้านพบรถจักรยานยนต์ของชาวบ้าน อำเภอลอง โดนลักไปจอดไว้ข้างทาง พบรถจักรยานยนต์จอดอยู่ข้างทางไว้เป็นเวลา 2 วัน เหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 10.20 น. วันพุธ ที่ 18 พฤศจิกายน 2563 ขณะที่นายสุดสาคร สายาจักร อายุ 49 ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 ตำบลกาญจนา อำเภอเมืองแพร่ ออกตรวจในเขตบริการหมู่บ้าน ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบรถจักรยานยนต์ไม่ทราบว่าเป็นของใครจอดไว้บริเวณถนนทุ่งนา หมู่ที่ 3 ขอให้ไปทำการตรวจสอบด้วย หลังรับแจ้ง จึงแจ้งไปยัง ด.ต.ดำเนิน มณีกาศ สายตรวจตำบลนาจักร่วมตรวจสอบ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ฮฮนด้าเวพสีขาว-ชมพู ทะเบียนแพร่ สภาพรถล๊อคกุญแจคอ จากนั้น ด.ต.ดำเนิน มณีกาศ สายตรวจตำบลนาจักรได้ถ่ายรูปเป็นหลักฐาน และประสานผู้บังคับบัญชาทราบ และได้ทำการยกรถขึ้นรถนำไปเก็บไว้ที่บ้าน นายสุดสาคร สายาจักร และได้ทำการตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถจักรยานยนต์ พบว่าเป็นรถของ นางสุภาพรณ์ (สงวนนามสกุล) หมู่ที่ 5 ตำบลห้วยอ้อ อำเภอลอง จังหวัดแพร่ จึงแจ้งไปยัง สภ.ลอง เพื่อดำเนินการติดต่อเจ้าของ

ต่อมา พ.ต.ท.สนิท นาระกันทา สวป.สภ.ลอง ได้รับรายงาน และได้ทราบว่า นางสุภาภรณ์ อยู่ในหมู่บ้านเดียวกันจึงแจ้งให้ทราบ และให้เจ้าตัวนำหลักรถจักรยานยนต์เพื่อนำไปขอรับคืน โดยนางสุภาภรณ์ ได้ประสานไปยัง นายสุดสาคร สายาจักร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 กาญจนา ว่า รถจักรยานยนต์ได้ถูกลักไปเป็นเวลา 2 วันยังไม่ได้แจ้งความรถหาย ดีใจมากที่ได้รถคืน ขอขอบคุณผู้ใหญ่สุดสาคร อีกครั้ง กำลังเดินทางและนำหลักฐานมาขอรับรถคืน

สนับสนุนโดย ufabet

กู้ภัยสว่างสำเร็จเชียงใหม่ นำเครื่องนุ่งห่มกันหนาว แจกให้กับคนไร้บ้าน เมื่อวันอังคาร ที่ 17 พฤศจิกายน 2563 นายศักดิ์สิทธิ์ พรหมขัติแก้ว กรรมการบริหารมูลนิธิสว่างสำเร็จเชียงใหม่ ว่าที่ ร.ต.วสันต์ สุดาจันทร์ หัวหน้าหน่วยกู้ภัยสว่างสำเร็จเชียงใหม่ พร้อมคณะ ได้นำเครื่องนุ่งห่มกันหนาว อาหาร น้ำดื่ม ไปแจกจ่ายให้กับ “คนไร้บ้าน” ในพื้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่ เพื่อป้องกันคลายความหนาวเย็นในช่วงฤดูหนาวปีนี้ให้แก่คนไร้บ้าน

โดยว่าที่ ร.ต.วสันต์ สุดาจันทร์ หัวหน้าหน่วยกู้ภัยสว่างสำเร็จเชียงใหม่ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “โครงการกู้ภัยซับภัยหนาว” ครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 และยังจะมีการจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อมอบให้กับ คนไร้บ้าน ในพื้นที่เมืองเชียงใหม่ต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนให้กับคนไร้บ้านในช่วงหน้าหนาวนี้

สนับสนุนโดย ufa

ระดมทุนช่วยเหลือสามเณร บ้านถูกไฟไหม้ ก่อนได้กลับบ้าน เมื่อวานวันพุธ ที่ 17 พฤศจิกายน 2563 พระครูศรีปัญญาวุธ เจ้าอาวาสวัดวิเวกวนาราม เจ้าคณะตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เจริญพรว่าขอเชิญร่วมทำบุญช่วยเหลือไฟไหม้บ้าน สามเณรชวยคือ ขุนชนะกล นักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดวิเวกวนารามด้วย ช่วงคืนวันศุกร์ ที่ 13 พฤศจิกายน 2563 ได้เกิดเหตุไฟไหม้ บ้านของสามเณร หมู่บ้านเผ่ากะเหรี่ยง บ้านเล้อตอโกร หมู่ที่ 9 ตำบลแม่อุสุ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวอยู่กันทั้งหมด 5 คน โดยสามเณรแจ้งว่า ในวันศุกร์ ที่ 13 พฤศจิกายน 2563 เป็นวันสอบวันสุดท้าย และวันเสาร์ ที่ 14 พฤศจิกายน 2563 ก็ปิดเทอมจะได้กลับบ้านแล้ว และเป็นการกลับบ้านครั้งแรก หลังจากที่มาบวชเรียนทำให้ตื่นเต้น และดีใจมากที่จะได้กลับบ้านเจอพ่อแม่ ช่วงเช้าตื่นมากำลังเก็บของเพื่อกลับบ้านก็ได้รับข่าวว่า บ้านถูกไฟไหม้ แต่พ่อแม่พี่น้องไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร แต่ของที่บ้านไม่เหลืออะไรเลย เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องครัว ของใช้ต่าง ๆ ถูกไฟไหม้หมด แม้แต่ข้าวที่เพิ่งเก็บเกี่ยวใหม่ ที่จะเก็บไว้กินทั้งปีก็ถูกไฟไหม้เสียหายอย่างมาก

ทางโรงเรียนวัดวิเวกวนาราม โดยพระครูศรีปัญญาวุธ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดวิเวกวนาราม เจ้าอาวาสวัดวิเวกวนาราม เจ้าคณะตำบลหนองหาร จึงขอประชาสัมพันธ์ เพื่อช่วยเหลือสามเณรชวยคือ หากท่านใดต้องการทำบุญเป็นปัจจัยเพื่อช่วยเหลือในการสร้างบ้านให้กับสามเณร คือ สามารถร่วมทำบุญได้ที่ บัญชีท่านเจ้าอาวาส ชื่อบัญชี พระมหากุลวุฒิ ไคร้โท้ง ธนาคารกรุงไทย เลขบัญชี 375–1-18183-0 หรือท่านใดต้องการทำบุญ มอบของใช้ไม่ว่าจะเป็นเครื่องครัว สิ่งของต่าง ๆ ติดต่อ สอบถาม แจ้งได้ที่พระครูศรีปัญญาวุธ เจ้าอาวาสวัดวิเวกวนาราม เลขที่ 1 หมู่ที่ 8 ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ 50290 เบอร์โทร 086-920-0046 โดยท่านเจ้าอาวาสจะได้รวบรวม และจะได้เดินทางไปบ้านของสามเณรคือ เพื่อทำการช่วยเหลือต่อไป

สนับสนุนโดย ufabet

แม่ฮ่องสอนตั้ง 2 ศูนย์ปฏิบัติการ ป้องกันภัยหนาวและหมอกควัน เมื่อวันจันทร์ ที่ 16 พฤศจิกายน 2563 เวลาประมาณ 10.00 น. ที่ห้องปฏิบัติราชการ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานการประชุมการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกัน และแก้ไขปัญหาภัยหนาวและหมอกควันไฟป่า

เพื่อจัดเตรียมแผนบริหารจัดการกับสถานการณ์ภัยหนาว และหมอกควันจากไฟป่า โดยท่านผู้ว่าราชการได้มีการแนะนำให้มีการกำหนดแผนปฏิบัติการและตั้งเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน การประชาสัมพันธ์การรณรงค์ข้อความร่วมมือตลอดจนการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อเป็นคดีตัวอย่าง และการจัดประชุม War room เพื่อเป็นศูนย์รวบรวมข้อมูลความช่วยเหลือทั้งหมดไว้ โดยอาจประชุม Workshop พื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด อาทิตย์ละ 1 ครั้ง เพื่อเฝ้าติดตามสถานการณ์

สนับสนุนโดย ufa

วัดนาแหลมเหนือ ขอเชิญพุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญพิธีตัดหวายลูกนิมิต บรรพชา อุปสมบท เจ้าอาวาสวัดนาแหลมเหนือ ตำบลทุ่งกวาว อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ เจริญพรว่า คณะศรัทธาวัดนาแหลมเหนือได้กำหนดทำบุญพิธีตัดหวายลูกนิมิต บรรพชา อุปสมบท ในวันที่ 19 ถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 ณ วัดนาแหลมเหนือ ตำบลทุ่งกวาว อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ โดยมีกำหนดการดังนี้

วันพฤหัสบดี ที่ 19 พฤศจิกายน 2563
เวลา 07.00 น. พิธีทำบุญตักบาตร ณ ศาลาการเปรียญวัดนาแหลมเหนือ ฝ ถวายภัตตาหารเช้าพระสงฆ์ - สามเณร
เวลา 09.30 น. พิธีโกนหัวนาค
เวลา 10.30 น. พิธีขอนาค (แบบฉบับล้านนา)
เวลา 11.00 น. ถวายภัตตาหารเพลพระสงฆ์-สามเณร
เวลา 14.30 น. พิธีบายศรีสู่ขวัญนาค

วันศุกร์ ที่ 20 พฤศจิกายน 2563
เวลา 07.00 น. พิธีทำบุญตักบาตร ณ ศาลาการเปรียญวัดนาแหลมเหนือ ถวายภัตตาหารเช้าพระสงฆ์-สามเณร
เวลา 08.30 น. พิธีบวงสรวงเทพเทวดาเทพารักษ์พระภูมิเจ้าที่ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย เวลา 10.00 น. พิธีบรรพชาสามเณร
เวลา 11.00 น. ถวายภัตตาหารเพลพระสงฆ์-สามเณร
เวลา 13.00 น. คณะสงฆ์ประกอบพิธีผูกพัทธสีมา ตัดหวายลูกนิมิต พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ชัยมงคลคาถา
เวลา 16.00 น.เริ่มพิธีอุปสมบทจนเสร็จพิธี

ทางวัดนาแหลมเหนือจึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญตั้งโรงทาน ถวายน้ำปานะ หรือ ปัจจัยเครื่องไทยธรรม ตามกำลังศรัทธา รับสมัครผู้ที่มีความประสงค์เข้ารับบรรพชา-อุปสมบบท( บวช ) จำนวน 20 คน (ยังขาดอีก 3 คน)

สนับสนุนโดย ufabet

ภาพบรรยากาศ ท.ทหาร อดทน ปกป้องรักษาอธิปไตยของชาติไทย  เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 15 พฤศจิกาน 2563 ที่ผ่านมา ทีมประชาสัมพันธ์กองกำลังผาเมือง นำภาพบรรยากาศทหารกล้าเผยแพร่ ภาพพี่ ๆ ทหารขณะปฏิบัติหน้าที่เข้าเวรเพื่อเฝ้าตรวจพื้นที่ชายแดนของกองร้อยทหารม้าที่ 4 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 5 กองกำลังผาเมืองบนฐานปฏิบัติการดอยสันจุ๊ อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับฐานปฏิบัติการของทหารเมียนมา ว้าและไทยใหญ่ แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบของกำลังพลในการปกป้องอธิปไตยของชาติ ผ่านการเป็นทหาร อาชีพที่ต้องใช้ความอดทน เสียสละ และรับผิดชอบถึงแม้อากาศจะหนาวเย็นตอนกลางคืนหรืออากาศร้อนในตอนกลางวัน ซึ่งบางวันอาจมีฝนตกพวกเขาเหล่านี้ก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่เป็นยามชายแดนเช่นนี้ ตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้กองกำลังผาเมืองมีภารกิจในการป้องกันชายแดนในเขต จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา จังหวัดน่าน จังหวัดอุตรดิตถ์ และ จังหวัดพิษณุโลก ตั้งแต่ระหว่างรอยต่ออำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน จนถึงรอยต่อของอำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก กับ อำเภอนาแห่ว จังหวัดเลย รวมพื้นที่รับผิดชอบใน 24 อำเภอชายแดน ความยาวตามแนวชายแดน 933 กิโลเมตร โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 5 รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ หน่วยเฉพาะกิจ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3 พื้นที่จังหวัดเชียงราย และจังหวัดพะเยา ส่วนที่เป็นพื้นที่ตามลำแม่น้ำโขง รับผิดชอบโดย หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเขตเชียงราย

ทั้งนี้พื้นที่สำคัญที่มีแนวเขตติดชายแดน กองกำลังผาเมืองได้ตั้งฐานปฏิบัติการเพื่อทำหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตย ป้องกัน และปราบปรามปัญหายาเสพติดตามแนวชายแดน การลักลอบค้าอาวุธสงคราม การลักลอบตัดไม้ทำลายป่า รวมทั้งการสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เพื่อป้องกันโรคไวรัสโควิด -19 ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยฐานปฏิบัติการดอยสันจุ๊ อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นอีกหนึ่งฐานปฏิบัติการ ที่กองกำลังผาเมืองตั้งขึ้นเพื่อปฏิบัติภารกิจดังกล่าว ทำให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนเกิดความอุ่นใจ และปลอดภัยตามพันธกิจของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 และกองทัพบก

สนับสนุนโดย ufa

อำเภอไชยปราการ รถพ่วงเกี่ยวสายเคเบิล ทำไฟดับ 3 ตำบล เมื่อช่วงเช้า วันพุธ ที่ 11 พฤศจิกายน 2563 เวลาประมาณ 09.20 น. ทางหน่วยกู้ชีพกู้ภัย เทศบาลตำบลไชยปราการ อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับแจ้งว่ามีเหตุรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ เกี่ยวสายเคเบิลทำให้เสาไฟฟ้าล้มระเนระนาด บนถนนสายไชยปราการ-ดอยอ่างขาง บริเวณบ้านห้วยไผ่ หมู่ที่ 2 ตำบลหนองบัว จึงแจ้งให้พนักงานสอบสวน สภ.ไชยปราการ ทราบเหตุแล้วรุดไปยังที่เกิดเหตุ พบว่ามีรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ทะเบียนเชียงใหม่ ของ หจก.ทีวายแอล คอร์ปอเรชั่น หลังคาตู้คอนเทนเนอร์ ได้เกี่ยวกับสายเคเบิลที่พ่วงติดกับเสาไฟฟ้าแรงสูงจำนวนหลายสิบเส้น ทำให้เสาไฟฟ้าล้มถึง 5 ต้น แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ส่งผลให้ไฟฟ้าดับถึง 3 ตำบลประกอบด้วย ตำบลศรีดงเย็น ตำบลหนองบัว และ ตำบลปงตัน รวมถึงพื้นที่ อำเภอฝาง ด้วย

ทั้งนี้คนขับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ เล่าว่าได้ขับรถเพื่อไปบรรทุกสินค้าที่โรงงานแห่งหนึ่งย่านบ้านใหม่หนองบัว พอมาถึงที่เกิดเหตุหลังคาตู้คอนเทนเนอร์ได้เกี่ยวเข้ากับสายเคเบิล จำนวนหลายสายที่พ่วงติดกับเสาไฟฟ้าแรงสูง ทำให้เสาไฟฟ้าล้มไปหลายต้น ขณะนี้ทางการไฟฟ้าไชยปราการ ได้เร่งซ่อมแซมเป็นการด่วนแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาตลอดทั้งวันนี้ทำให้พื้นที่ดังกล่าวไม่มีไฟฟ้าใช้

สนับสนุนโดย ufa

กระบะเสียหลัก ชนท้ายรถเก๋งได้รับความเสียหาย 2 คัน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เมื่อช่วงกลางดึก วันอังคาร ที่ 10 พฤศจิกายน 2563 เวลาประมาณ 01.35 น.ร.ต.ท.ณัฐนันท์ พูนเพิ่ม พนักงานสอบสวน สภ.เมืองน่าน ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุนันทบุรี ว่า มีเหตุ กระบะเสียหลัก ชนรถยนต์และเสาไฟฟ้าส่องสว่าง หน้าร้านก๋วยเตี๋ยวกำแพงเพชร ก่อนจะถึงสะพาน 4 แยกเขาน้อยถนนยันตรกิจโกศล อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน จึงรุดไปตรวจสอบ พบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ทะเบียนน่าน ถูกชนท้ายพังยับ และหน้ารถยนต์เก๋งพุ่งไปชนท้ายรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า สีดำ ทะเบียนกทม ที่จอดอยู่ริมถนน และพุ่งไปชนเสาไฟฟ้าข้างถนน จำนวน 1 ต้น ได้รับความเสียหาย ห่างจากจุดเกิดเหตุไปทางอำเภอเวียงสา ขาออกประมาณ 30 เมตรพยรถยนต์กระบะแค๊ป ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ ทะเบียนน่าน สภาพด้านหน้าล้อข้างซ้าย พับยับขับเคลื่อนไม่ได้ พบนายเอกวิทย์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี หมู่ 10 ตำบลนาน้อย อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นคนขี่ยืนรอมอบตัว ในที่เกิดเหตุ

จากการสอบถามนางสาวรัดติยา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี ที่อยู่ หมู่ที่ 5 ตำบลทุ่งช้าง อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน ชึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ ระหว่างขณะที่เกิดเหตุตน และเพื่อนรถเก๋งที่ได้รับความเสียหายอีกคันหนึ่ง ซึ่งนั่งรับประทานอาหารร้านก๋วยเตี๋ยวกำแพงเพชรริมทางกันอยู่ อยู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงดังสนั่น และได้มองเห็นรถของตนถูกชนออกมาจากริมถนนขวางอยู่กลางถนนจึงได้พากันวิ่งออกมาตรวจสอบพบรถยนต์เก่งทั้ง 2 คันถูกชนได้รับความเสียหายดังกล่าว

เจ้าที่จึงทำแผน ที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน และนำรถที่ถูกชนได้รับความเสียหายมาเก็บไว้ที่ สภ.เมืองน่าน ร.ต.ท.ณัฐนันท์ พูนเพิ่ม พนักงานสอบสวน สภ.เมืองน่าน จึงได้ควบคุมตัวนายเอกวิทย์ มาที่ สภ.เมืองน่าน เพื่อทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย เพื่อประกอบคดีในข้อหาขับรถโดยประมาททำให้ทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหายเพื่อดำเนินคดีต่อไป

สนับสนุนโดย ufabet